บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559


จากรายงานของสถาบัน SIPRI (Stockholm International Peace Research Institute) ในปี 2010 ถึง 2014 ระบุว่า 5 ประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลกตามลำดับคือ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน เยอรมนี ฝรั่งเศส รวมกัน 5 ประเทศคิดเป็น 74% ของการส่งออกของทั้งโลก ซึ่งสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย รวมสองประเทศส่งออกอาวุธ ประมาณ 58% ของอาวุธที่มีการซื้อขายกัน โดยสหรัฐอเมริกาส่งออกอาวุธให้ 94 ประเทศ ขณะที่รัสเซียส่งออกให้ 56 ประเทศ ในรายงานฉบับเดียวกันในตารางแสดงอัตราการลด/เพิ่มการส่งออกอาวุธ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนมีการขยายตัวการส่งออกอาวุธมากที่สุดถึง 143% 10 อันดับบริษัทผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาจากประเทศยุโรปตะวันตกและประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น โดยมี บริษัท Lockheed Martin และบริษัท Boeing เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและสอง ทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน 

เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศที่มีการผลิตอาวุธและแข่งขันการส่งออกกันนั้นจะเป็นกลุ่มประเทศที่เรียกตัวเองว่าประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งสิ้น ทั้งจากซีกฝั่งประชาธิปไตยจ๋า ทั้งจากซีกโลกคอมมิวนิสต์ และกลุ่มประเทศที่มีการซื้ออาวุธสูงลิ่วก็คือกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา และในขณะเดียวกันกลุ่มประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยก็มักจะออกมาตำหนิติเตียนการก่อกบฎ ปฏิวัติ รัฐประหาร ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกว่าเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตยและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน 

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกประเทศในโลกใบนี้ต่างล้วนมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งหลายประเทศก็มีอารยธรรมที่เก่าแก่ยาวนานมากกว่าประวัติศาสตร์ของประเทศกลุ่มประชาธิปไตยด้วยซ้ำไป หลายประเทศรวมตัวก่อร่างสร้างเมืองมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ ของบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคนกว่าที่จะสามารถรวมตัวกันเป็นประเทศที่มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นปึกแผ่นขึ้นมาได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ประชาธิปไตยในความหมายของสากล จึงสมควรขึ้นอยู่กับความหมายของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียม ประเพณีของท้องถิ่นนั้นๆ เป็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าจะไปกวาดคัดลอกมาจากประเทศอื่นๆ โดยไม่มีการพิจารณาไตร่ตรองถึงเหตุและผลที่เหมาะสมอันควรนำมาปรับใช้ให้ถูกต้องตามกาลสมัย  

การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบกระทันหัน ไม่ได้สร้างผลดีให้กับประเทศชาติและประชาชน เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ “ความพร้อมของประชาชน” และนี่คือเหตุผลที่นายทุนหรือนักการเมืองที่ฉ้อฉลนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการเร่งให้ประชาชนพากันออกมาเรียกร้อง “สิทธิและเสรีภาพ” ในช่วงเวลานี้ ทั้งๆ ที่ตามปกติแล้ว ประชาชนเองก็ไม่มีความเข้าใจถึงบทบัญญัตินี้อย่างถ่องแท้ ทุกคนยังคงมีความเห็นแก่ตัวจนติดเป็นนิสัย ทุกคนเล็งเห็นแต่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ของส่วนรวม ทุกคนยังมีความพอใจที่จะเห็นการทุจริตคอรัปชั่นดำเนินต่อไปได้ในทุกวงการ ตราบใดที่ตนยังมีส่วนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเข้ามาบ้าง 

และเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ทุกครั้งที่มีความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นภายในประเทศที่กำลังพัฒนา สหรัฐอเมริกาก็มักจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยทุกครั้งเสมอมา แต่ผลที่ตามมาก็คือทุกประเทศมักจะจบลงด้วยความพินาศล่มจมของระบบเศรษฐกิจ ตามมาด้วยสงครามกลางเมือง ความพินาศย่อยยับของบ้านเมือง และการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน จากนั้นประเทศยักษ์ใหญ่ที่ส่วนมากมักจะแอบให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออาจจะให้การสนับสนุนทั้งสองฝ่าย สุดท้ายก็จะจบลงด้วยการใช้อำนาจของสหประชาชาติ กรีฑาทัพเข้าไปกวาดล้าง เข่นฆ่า เพื่อยึดครองประเทศนั้นๆ อย่างเปิดเผย โดยอ้างว่าเพื่อมนุษยธรรมและประชาธิปไตย แล้วก็ตามมาด้วยการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นขึ้นมาเพื่อกอบโกยทรัพยากรของประเทศเหล่านั้นต่อไป 

รูปแบบดังกล่าวยังคงดำเนินรุกคืบต่อไปอย่างมีแบบแผน มีจุดมุ่งหมายที่เด่นชัดในการปฏิบัติ แต่ไร้ซึ่งผู้คนจะให้ความสนใจ เพราะประชาธิปไตย .... ยังเป็นเพียงบทบัญญัติที่เขียนไว้ในกระดาษเท่านั้น ไม่สามารถนำมายึดถือปฏิบัติได้จริง 
ตราบใดที่ผู้คนในสังคมยังไม่มีวินัยที่ดีพอ 
ตราบใดที่ผู้คนในสังคมยังไม่มีคุณธรรมที่ดีพอ 
ตราบใดที่ผู้คนในสังคมยังไม่มีจิตสำนึกที่ดีพอ 
ตราบใดที่ผู้คนในสังคมยังไม่มีความรู้เรื่อง “ขอบเขตในสิทธิเสรีภาพของตน” อย่างแท้จริง นั่นหมายถึงบางคนซึ่งรู้มาเฉพาะเท่าที่มีคนมาบอกให้รู้ ส่วนจะเป็นความจริงหรือไม่ .... ข้อนี้ไม่รู้  

ในอดีตไทยเคยเป็นประเทศกันชน ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส ในสงครามล่าอาณานิคม 
ในอดีตไทยเคยเป็นประเทศกันชน ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ในยุคสงครามระบอบการปกครอง 
ในอดีตไทยเคยเป็นประเทศกันชน ระหว่างสัมพันธมิตรกับญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่สอง 
ในวันนี้ไทยกำลังเป็นประเทศกันชน ระหว่างประชาธิปไตยของนายทุนกับเศรษฐกิจเปิดของจีน ในยุคสงครามเศรษฐกิจ 

ถ้าจะแพ้ ... ก็คงจะแพ้เพราะคนไทยที่ขายชาติ และหมายความเหมารวมกันไปหมดทั้งคนที่มีเจตนาจะขายชาติโดยรู้อยู่แก่ใจแต่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น และคนที่ขายชาติเพราะความไม่รู้ หรือไม่อยากจะรับรู้ … และไม่ยกเว้นคนที่ขายชาติเพราะความโง่เขลาแล้วยังอวดฉลาดอีกด้วย

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -