Breaking News
Loading...
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559


คงต้องยอมรับอย่างเป็นทางการเลยว่าโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่แอนตี้ละครไทยมาตั้งแต่จำความได้เลยทีเดียว แต่ก็ชอบดูภาพยนตร์ทุกประเภทมาตั้งแต่เด็ก ในระยะหลังๆ นี่ต้องยกเว้นภาพยนตร์ไทยไปอีกประเภท เพราะทนไม่ได้กับความห่วยของผู้สร้างที่ต้องการเพียงรายได้มากกว่าสาระที่จะเหลือไว้ให้กับผู้ชมบ้างสักนิดหน่อย และประเภทที่อวดอ้างว่าสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนปัญหาสังคมนั้นกลับกลายเป็นภาพยนตร์ที่กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมมีความผิดเพี้ยนเบี่ยงเบนไปจากสภาพสังคมไทยโดยสิ้นเชิง พูดง่ายๆ ก็คือต้องการเอาใจตลาดบางกลุ่มที่กำลังไหลไปตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมนั่นเอง ตรงนี้คงไม่พูดถึงล่ะ ขี้เกียจโดนเขียนมาด่า บ้านเมืองเราไม่ชอบคนขัดใจซะด้วย ใครมีความคิดเห็นตรงกันข้ามเป็นโดนด่ากระเจิงทุกราย ไม่เว้นแม้แต่พระ 555

ภาพยนตร์ที่ฝรั่งสร้างขึ้นเพื่อเอาใจตลาดแนวบู๊ล้างผลาญมักจะได้เงินมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้คนยุคนี้ชอบการทำลายล้าง การได้เห็นทรัพย์สินหรือชีวิตของผู้อื่นได้รับความเสียหาย นับว่าเป็นความสุขแบบสุดๆ ทีเดียว ซึ่งส่อให้เห็นถึงจิตใจของผู้คนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี หนังฝรั่งระยะหลังๆ มักจะสร้างฮีโร่ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือโลกซึ่งถูกผู้ก่อการร้ายหรือมนุษย์ต่างดาวบุกรุกทำลาย แต่ในขณะเดียวกันเหล่าฮีโร่ก็ไม่ได้เคยสนใจช่วยเหลือชีวิตของผู้คนที่เดินไปเดินมาแม้แต่น้อย มีฉากทำลายตึกสูงๆ ถล่มเมืองแหลกราญ รถบนถนนโดนระเบิดกระเด็นกลิ้งกระจัดกระจาย ผู้คนตายกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง แต่ฮีโร่บางตัวมันตั้งหน้าตั้งตาจะช่วยเด็กของมันให้รอดตายเท่านั้นเอง ใครจะฉิบหายบ้านช่องพังทลาย ข้าไม่สนใจ แต่ผู้คนกลับชอบดูหนังประเภทนี้ไปซะอีกไม่มีใครจะนึกไปถึงชีวิตของคนดูเลย ผ่าซิ

สังคมวันนี้เบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนให้ห่างไกลออกไปจากความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกใบนี้ เพราะกลุ่มนายทุนของทุกประเทศในโลกกำลังก้าวขึ้นมากุมบังเหียนการเมืองของแต่ละประเทศไว้ทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครเฉลียวใจแม้แต่น้อย เพราะนั่นหมายถึงการได้ก้าวเข้าไปอยู่ในสภานิติบัญญัติเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายของทุกประเทศให้เบนเบี่ยงไปในทิศทางที่ต้องการ และเป็นไปตามที่กลุ่มนายทุนทั่วโลกต้องการให้เป็นไป เพื่อกอบโกยทรัพยากรของโลกไปเป็นของตนอย่างแนบเนียน

หากใครมีความสังเกตในเรื่องเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอย่างถี่ถ้วนจะเห็นถึงความพยายามในการก้าวเดินของกลุ่มนายทุนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง  ตั้งแต่การก่อตั้งสหประชาชาติเข้ามาเป็นตัวประสานงานในการจัดระบบโลกของสหรัฐอเมริกาที่ทำตัวเป็น "ตาอยู่" ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนั่งตีขิมปล่อยให้อังกฤษ ฝรั่งเศส และประเทศในกลุ่มยุโรปหลายประเทศโดนเยอรมันถล่มเสียย่อยยับไปก่อนอย่างใจเย็น รวมถึงประเทศในเอเซียที่ญี่ปุ่นเขมือบหายไปทีละประเทศ แต่ตัวเองกลับนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่เฉยๆ ไม่คิดจะช่วยเหลือใครทั้งนั้น พอตัวเองโดนถล่มอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์จึงถือโอกาสประกาศสงคราม แต่ตัวเองก็ไม่ได้ทุ่มเทกำลังเข้าช่วยเหลือใครหน้าไหนทั้งสิ้น ได้แต่ยืนมองความล่มสลายของประเทศที่เคยยิ่งใหญ่อย่างสะใจ

เพราะรู้ดีว่านี่คือโอกาสทองของตัวเองที่จะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจแบบเต็มตัว แต่ก็ไม่วายที่จะมีประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง จีนและรัสเซีย ที่ดูเหมือนจะพอรู้ทางต่างคนต่างก็คุมเชิงเก็บออมแสนยานุภาพเอาไว้เงียบๆ ไม่แสดงออกมาจนหมดหน้าตัก มารู้กันอีกทีก็ต่อเมื่อมีการก่อตั้งสหประชาชาตินั่นแหละถึงได้รู้ว่าใครใหญ่จริงและใครแฝงตัวมาใหญ่ตามใบสั่งโดยดูจากสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศที่มีอำนาจล้นฟ้าเหนือสมาชิกประเทศอื่นๆ อีกนับร้อย แล้วอย่างนี้จะไปมองหาสันติภาพในโลกได้จากที่ไหน ในเมื่อตัวตนของสหประชาชาติเองก็ยังไม่มีความเท่าเทียมกัน

หากคุณกำลังมองหาความร่วมมือกันในระดับโลก คุณก็จะต้องมีความร่วมมือกันในระดับภูมิภาคเสียก่อน นี่คือบันไดที่จะก้าวเดินไปช้าๆ แต่มั่นคงของบรรดานักธุรกิจทั่วโลก ซึ่งต่างก็มีความเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ ดังนั้นความร่วมมือของนักธุรกิจกึ่งการเมืองเหล่านี้จึงต้องอาศัยศักยภาพของประเทศใหญ่ๆ เป็นตัวช่วยในการบ่อนทำลายประเทศเล็กๆ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มนายทุนเข้าไปมีบทบาททางการเมืองมากยิ่งขึ้น

และแน่นอนว่า "ทหาร" คือขุมกำลังที่คอยขัดขวางขบวนการทางการเมืองของนักธุรกิจเหล่านี้ไว้อย่างมั่นคง นับได้ว่าเป็นเสี้ยนหนามสำคัญของระบอบนายทุนที่จะต้องกวาดล้างให้หมดสิ้นไป หลายประเทศจึงพากันล่มสลายลงไปด้วยการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาซึ่งให้การสนับสนุนกลุ่มคนที่จะสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารที่แข็งแกร่งของหลายๆ ประเทศเพื่อเปิดทางให้นายทุนได้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารปกครองประเทศและเปิดทางให้ระบอบนายทุนเข้าไปครอบงำระบบเศรษฐกิจของประเทศไว้ทั้งหมด

และในทำนองเดียวกันการชูคำขวัญที่ว่า "ประชาชนคือเจ้าของประเทศ" ของพี่เบิ้มอเมริกานั้นก็ทำให้ระบอบกษัตริย์ของหลายประเทศถึงกับล่มสลายไปอย่างกระทันหัน นอกจากประเทศที่ยังคงให้ความเคาระเชื่อมั่นในสถาบันนี้อย่างสูงสุด เช่น อังกฤษ สวีเดน เดนมาร์ก บรูไน ซาอุดิอาระเบีย ฯลฯ

โดยเฉพาะประเทศไทย พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตนอยู่ในฐานะของประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ทรงเป็นนักรบที่นำทัพออกป้องกันประเทศต่อสู้กับอริราชศัตรูด้วยพระองค์เองมาทุกยุคทุกสมัย ทรงปกครองประชาชนด้วยทศพิธราชธรรมและดำรงตนเป็นพุทธมามกะที่ดีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยปิดกั้นในการนับถือศาสนาอื่นๆ ของประชาชน ทรงให้การอุปถัมภ์ค้ำจุนมาอย่างเท่าเทียมกัน

การเดินทางของระบอบนายทุนของบ้านเราก้าวย่างมาอย่างต่อเนื่อง และทวีความแข็งขันในความพยายามที่จะล้มล้างสถาบันหลักที่สำคัญของประเทศนี้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้ามากอบโกยทรัพยากรของประเทศชาติให้มาเป็นสมบัติส่วนตัวของพวกตน แต่ก็กล่าวอ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ทั้งๆ ที่กาลเวลาที่ผ่านมาของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็คือเงินที่มาจากภาษีเงินได้ที่มาจากประชาชนนั่นเอง แต่ผลประโยชน์ที่แท้จริงนั้นตกเป็นของกลุ่มนายทุนที่เข้ามาเบียดบังกอบโกยแล้วก็ทำการซุกซ่อนโยกย้ายออกไปไว้ในต่างประเทศ

สถาบันหลักแรกที่ตกเป็นเป้าของการโจมตีก็คือ สถาบันทหาร กลุ่มนายทุนได้วางกลไกไว้ตั้งแต่ต้นด้วยการส่งคนเข้ามาแทรกซึมอยู่จนก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง ระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ ในทางที่จะก่อประโยชน์ให้แก่พวกของตน และเพื่อถ่วงดุลย์อำนาจการถูกล้มล้างการปกครองจากการปฏิวัติ รัฐประหาร เพราะกลุ่มนายทุนเหล่านี้รู้ดีว่าสักวันหนึ่งจะมีประชาชนบางกลุ่มออกมาต่อต้านขัดขวางการทำงานของพวกตน จึงต้องใช้กำลัง จนท.ตร.เป็นด่านแรกในการปราบปรามสกัดกั้นไว้เพื่อป้องกันการลุกลามบานปลาย

เพราะเมื่อสถานการณ์รุนแรงจนควบคุมไม่อยู่
จนเกิดการสูญเสียขึ้น
ทหารย่อมจะออกมาปกป้องคุ้มครองประชาชน

และนั่นคือจุดจบของรัฐบาล
ที่หลายคนอายจนไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่า
เป็นรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน
ผ่านระบบการเลือกตั้งโดยชอบธรรม

กาลเวลาผ่านไป 80 กว่าปีแล้ว
ผมก็ยังมองไม่เห็นความชอบธรรมของการเลือกตั้งสักครั้ง
มองเห็นแต่ขวดน้ำปลา รองเท้าแตะ ธนบัตรที่เย็บติดกับเบอร์ผู้สมัคร
หรือไม่ก็กลุ่มคนที่พกปืนตุงเอวเดินผ่านไปมาอยู่แถวบ้าน
บางทีก็มีคนมาเคาะประตูบ้านตอนดึกดื่น
แต่บ่างครั้งก็ตั้งโต๊ะเปิดบัญชีรายชื่อคนในหมู่บ้านกลางวันแสกๆ ในศาลากลางบ้านแล้วก็เรียกไปรับเงินเบี้ยเลี้ยงค่าลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกันดื้อๆ ยังงี้ก็มี

หนทางของนายทุนยังเปิดกว้าง
สำหรับระบอบประชาธิปไตย
เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น พี่ใหญ่อเมริกาพร้อมที่จะเข้าไปเสือก ...เอ๊ย ...เข้าไปเสียบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ให้ .... โดยไม่ต้องเสียเวลาเชิญ
แม้ว่าหลายครั้งแล้วที่มีคนไทยบางคนร้องไห้ร้องห่มไปอ้อนวอนขอความยุติธรรมจากอเมริกาให้มาช่วยขับไล่ทหารออกไปจากประเทศนี้

โดยไม่เคยสำนึกตัวแม้แต่น้อยว่า
กำลังจะชักนำภัยพิบัติครั้งใหญ่มาสู่ประเทศชาติ
และพบกับการล่มสลายของชาติในที่สุด
ด้วยเศษเงินของพวกนายทุนเหล่านั้น

ขอให้โชคดีมีความสุขครับ