Breaking News
Loading...
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559


เคยใช้เวลาว่างที่มีอยู่เหลือเฟือเพราะไม่มีงานที่ต้องทำเป็นหลัก ยกเว้นกวาดใบไม้ ถางหญ้า ฯลฯ มานั่งมองความเป็นไปของบ้านเมืองย้อนหลังไปตั้งแต่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศให้เป็นระบบสากลตามคำสอนของชาติตะวันตก ซึ่งจะเป็นผลดีกับประเทศไหนบ้างก็ไม่รู้ได้ แต่ฝรั่งมันสอนให้เปลี่ยนแปลงตามมันไปเพราะมันบอกว่าถ้าไม่เปลี่ยนแปลงแสดงว่าบ้านเมืองนั้น โง่ดักดาน ล้าหลัง ไม่พัฒนา เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่ทันยุคทันสมัย (ดังนั้น จึงต้องเข้าไปยึดครองเสียเพื่อพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองตามมันไป) ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝรั่งพวกนี้มันใช้สมองส่วนไหนคิด หรือมันอาจจะมีสมองส่วนพิเศษที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้ฝ่าเท้าอีกชุดหนึ่งก็อาจเป็นได้

แต่ในความเป็นจริงนั้นก็เป็นที่รู้กันดีอยู่ทั่วไปในโลกใบนี้ว่าฝรั่งที่อ้างว่าตัวเองเจริญกว่ามนุษย์หน้าไหนบนโลก มันก็อาศัยความคิดที่ว่าตัวเองเป็นเทวดามันจึงก้าวก่ายรุกรานรังแกประเทศเล็กๆ ที่ด้อยวิวัฒนาการไปทั่วโลก มีการแข่งขันกันล่าเมืองขึ้นอย่างเอิกเกริกยาวนานนับร้อยปี แต่การเข้าไปยึดครองประเทศอื่นนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปพัฒนาประเทศไหนเลย มีแต่จะเข้าไปกอบโกยทรัพยากรของประเทศเหล่านั้นไปอย่างหน้าด้านๆ บางทีก็ทำเป็นหัวหมอร่างสัญญาซื้อขายแต่ก็เอาเปรียบมันดื้อๆ ยังงั้นแหละ มีการทำสนธิสัญญากำหนดเขตเช่าขึ้นเพื่อสร้างให้เป็นเขตแดนประเทศของตนอย่างถาวรในพื้นที่ประเทศของผู้อื่นแล้วก็ล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนเจ้าของดินแดนเป็นประจำก่อนจะเผ่นหนีหางจุกตูดเข้าไปซุกหัวในเขตเช่าของตน

เรื่องเหล่านี้เป็นบทเรียนอันเจ็บปวดของนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเซียที่ต้องตกเป็นเหยื่อกลายเป็นเบี้ยล่างถูกฝรั่งกดขี่มาโดยตลอด 

ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ 

สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงดำเนินต่อไปอีกนานเท่านานหากประเทศยักษ์ใหญ่จอมเกเรยังคงมองหาหนทางในการลักขโมยทรัพยากรของประเทศในแถบนี้ไปอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง ในขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้กับตัวเองด้วยการขายอาวุธให้กับทุกฝ่ายที่ทำการสู้รบ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครต้องการสู้รบ ฝรั่งมันก็ต้องหาทางช่วยเหลือยุแหย่สนับสนุนให้มีพวกหิวกระหายอำนาจให้ลุกขึ้นมาทำการสู้รบโดยไม่มีเหตุผลทั้งสิ้น วันดีคืนดีก็สร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นมาภายในประเทศของตน แล้วก็ปัดส่งไปให้ผู้อื่นรับกรรมไป

นักการเมืองของแต่ละประเทศเกือบทั้งหมดตอนนี้เป็นนักธุรกิจการเมืองไปแล้ว 
แนวนโยบายในการบริหารประเทศบิดเบี้ยว ไร้รูปทรง 
มองไปถึงอนาคตของเศรษฐกิจในภาพรวม 
แต่ไม่เคยมองไปถึงอนาคตของผู้คนภายในประเทศ
ว่ามันจะล้มตายไปด้วยเหตุผลใดบ้าง
ความคิดของผู้คนมุ่งตรงไปที่วัตถุ ตามคำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ไม่มีใครหันมาใส่ใจต่อคำว่า "ความถูกต้อง" หรือ "ศีลธรรม" หรือ "จริยธรรม" 
ทุกคนต่างเดินหน้าไขว่คว้ามุ่งตรงไปที่ "ตัวกู" "ของกู" 

ไม่มีใครกล้าออกมายอมรับหรอกว่า เราคือหนึ่งในพวก "คนหลงทาง"

ไม่มีใครยอมรับว่า "ความพอเพียง" เป็นความถูกต้องของสัจธรรม

จนกว่าจะถึงวันสิ้นชาติ