บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559


นานครั้งจะได้โฉบเข้าไปดูข่าวสารบ้านเมืองซะที ปรากฎว่ายังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตราบใดที่ผู้คนยังคงสับสนต่อบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ควรมองประเทศชาติในแบบที่คนของประเทศนั้นๆ ควรจะมองเห็น แต่ทว่าผู้คนในสังคมยังคงให้ความสำคัญต่อตนเองมากกว่าสิ่งอื่นใดและเชื่อมั่นยึดถือต่อแนวความคิดของตนเองต่อไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาสานต่อความสัมพันธุ์กับสังคมอย่างแน่นหนามั่นคง คลั่งไคล้ไหลหลงต่อแนวทางการดำเนินชีวิตภายใต้ระบอบประชาธิปไตยภายใต้การครอบงำของทุนนิยมโดยไม่เหลียวมองถึงเหตุผลที่ถูกต้องตามวิถีทางที่วัฒนธรรมประเพณีไทยเคยมีมาแต่โบราณกาลและดำรงรักษาผืนแผ่นดินและอำนาจอธิปไตยของเราให้อยู่ยั้งยืนยงมานานแสนนาน

การปกครองในรูปแบบประชาธิปไตยภายใต้ร่มเงาของทุนนิยมกำลังแบ่งแยกชนชั้นห่างออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่รูปแบบของ กษัตริย์ ขุนศึก พระ พ่อค้า และไพร่ เช่นที่เคยปรากฏในพงศาวดารดั้งเดิม แต่เป็นการแบ่งชนชั้นไว้เพียง 2 ประเภทคือ คนจน กับ คนรวย เท่านั้น คนจนนั้นประชาชนส่วนมากของประเทศ ขณะที่คนรวยนั้นประกอบด้วย นายทุน นักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสองชนชั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีความพร้อมในทุกด้านตั้งแต่ลืมตาดูโลก ขณะที่คนจนต้องมุ่งมั่นอยู่กับการแสวงหาอาหารมาใส่ปากท้องตนและครอบครัวในแต่ละมื้อ หลายคนพยายามตะเกียกตะกายไขว่คว้าขึ้นสูงด้วยการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของตนขึ้นมาด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่เลือกหนทางที่กระทำว่าจะผิดหรือถูก

อาชญากรรมและการกระทำความผิดเกิดขึ้นมามากมายในสังคม จนต้องมีการตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมบังคับใช้แต่ก็ยังคงไม่สามารถกระทำได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากระบบยุติธรรมหลายขั้นตอนถูกแทรกแซงโโยกระบวนการทางการเมืือง การใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ การใช้อำนาจอิทธิพลส่วนตัวที่สืบทอดกันมา แม้แต่กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้บางฉบับก็กลับเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำความผิดต่างๆ อย่างไม่กลัวเกรงต่อการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเกลื่อนกลาดแต่ไร้ซึ่งอำนาจที่แท้จริง

กฎหมายที่แท้จริงสามารถเขียนได้ไม่กี่บรรทัดด้วยการกล่าวอ้างพาดพิงไปถึงประโยคสั้นๆ ไม่กี่ประโยค เช่น จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม และไม่ใช่ด้วยการยกเอาพุทธศาสนามาเป็นกฎหมายหลักของประเทศ แค่ควรยกเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นบรรทัดฐานในการร่างกฎหมายที่เหมาะสมกับแนวความคิดของผู้คนในประเทศของเรา แม้แต่ ศีล 5 หากผู้คนในประเทศนี้ยึดถือปฏิบัติตามก็สามารถขจัดปัญหาความขัดแย้งในสังคมลงได้อย่างราบคาบ

เพราะสังคมเราทุกวันนี้อยู่เพื่อ "ตัณหา" สะสมกิเลสนานาประการไว้ตั้งแต่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ในสังคมขั้นพื้นฐานคือครอบครัว แล้วมาเริ่มการแข่งขันแก่งแย่งเพื่อชิงความเป็นผู้ที่เหนือกว่าในสังคมของสถานศึกษา มีการอบรมสั่งสอนให้มีความรู้ความสามารถในการแย่งชิงพื้นที่ในสังคมเพื่อความอยู่รอดของตนเอง มุ่งเน้นไปในเรื่องทางวัตถุเป็นเอก โดยไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาในด้านของจิตใจแม้แต่น้อย ทำให้ผู้คนในสังคมด้อยศีลธรรมจิตใจเริ่มเสื่อมทรามลงทุกขณะ

ทุกวันนี้คนเรารู้จักแต่คำว่า "พวกกู พวกมึง และพวกมัน" สร้างสังคมที่มีการแตกแยกแบ่งชนชั้นให้ปรากฎอย่างเป็นรูปธรรม ความถูกต้องถูกมองจากมูลเหตุเหล่านี้เป็นลำดับแรก

พวกกู จะต้องถูกเสมอ ขณะที่
พวกมึง นั้นต้องเป็นฝ่ายผิดตลอดไป
และ พวกมัน คือเครื่องมือที่เราจะต้องดึงมาใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายเรา

ผลสรุปทางสังคมปรากฎให้เห็นชัดแล้วว่า
พวกมัน นั่นก็คือ ประชาชนส่วนมากในแผ่นดินนั่นเองที่ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับ ตัณหา ทั้งหลายทั้งปวง มีความต้องการเพียงสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ในสังคมเท่านั้น
แต่ในบางโอกาสพวกมันบางคนก็อาจจะชี้นำหรือชักจูงให้กลับกลายมาเป็นเครื่องมือสำหรับแสวงหาความชอบธรรมเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งให้กับ พวกกู และพวกมึง

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -