บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558


องศาร้อนของกระแสการเมืองในช่วงนี้พุ่งตรงไปที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดที่กำลังตกเป็นเป้าเพ่งเล็งของกลุ่มการเมืองต่างๆ ชนิดตาไม่กะพริบ ทั้งกลุ่มที่มีความมุ่งหวังในความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และ กลุ่มที่จ้องจะทำลายล้มล้างร่างฉบับนี้ลงไปโดยที่ไม่ทันจะเกิดขึ้นมา เรื่องราวเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนสามารถกระทำได้ตามแนวทางของแต่ละคน "หากทุกคนมีความจริงใจต่อประเทศชาติ" 

วันก่อนไปเดินเล่นข้างถนนเห็นบั้นท้ายของ 18 ล้อคันหนึ่งเขียนตัวอักษรใหญ่ยักษ์ติดเอาไว้อ่านได้ชัดเจนว่า "รัฐธรรมนูญใหม่ต้องถูกใจประชาชน ไม่ใช่ถูกใจนักการเมือง" เห็นข้อความนี้แล้วก็คิดถึงบรรยากาศทางการเมืองของบ้านเราทันที เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทางการบริหาร การปกครอง ล้วนเกิดขึ้นมาจากนักการเมืองทั้งสิ้น ไม่เคยมีประชาชนคนใดเข้าไปสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองเลยแม้แต่คนเดียว 

เรื่องราวมักจะเริ่มต้นจากพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคการเมืองที่ไม่ได้เข้าไปร่วมในคณะรัฐบาล  มีความมุ่งหมายจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลซึ่งเป็นไปตามตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ด้วยการตั้งกระทู้ถามในสภาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และฝ่ายบริหารที่เป็นรัฐบาลก็จะต้องตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านให้ได้ความตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่โดยไม่ปิดบังหรือบ่ายเบี่ยงประเด็น แต่เท่าที่ผ่านมานั้นทุกอย่างไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น บางคำถามถูกเมินเฉย บางคำถามไม่สามารถให้คำตอบได้ บางคำถามถูกเบี่ยงเบนประเด็นไปในทิศทางอื่นและต่อยอดบานปลายกลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รัฐบาลยังคงดึงดันที่จะบริหารปกครองประเทศต่อไปตามแนวทางของตนด้วยการกล่าวอ้างถึงอำนาจอันชอบธรรมที่ได้รับมาจากประชาชน (แม้ว่าหลายๆ คนจะถูกเสนอชื่อสอดแทรกใส้ในไว้เพื่อหลอกลวงประชาชนมา)

อำนาจและขอบเขตของการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคการเมืองอื่นหรือองค์กรอิสระที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่โดยตรงจึงควรมีบทบัญญัติที่ชัดเจน มีบทลงโทษที่เด็ดขาดต่อผู้ขัดขืน ไม่เปิดช่องทางให้รัฐบาลหลบเลี่ยงได้อีกต่อไปด้วยสารพัดข้อกล่าวอ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งบางรัฐบาลในอดีตได้กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยเจตนาเพียงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการธุรกิจในเครือข่ายครอบครัวของตน รวมถึงความพยายามในการใช้อำนาจของ "เผด็จการรัฐสภา" แก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งรัด เร่งรีบ ผิดขั้นตอนการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน  การกระทำทั้งปวงก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนทั้งสิ้น

ในขณะที่การเมืองภาคประชาชนที่ถูก "จัดตั้ง" ก็กลับกลายเป็นมวลชนที่คอยให้การสนับสนุนโดยไม่ใส่ใจในความถูกต้อง ขอเพียงแต่พวกตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว มิได้มุ่งหวังไปถึงเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติเลยแม้แต่น้อย จากการสนับสนุนด้านการเงิน การสนับสนุนด้านตำแหน่งหน้าที่นักการเมืองท้องถิ่น การสนับสนุนด้านกิจการส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ จนมาถึงการต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านในรูปแบบใหม่นั่นก็คือ การสนับสนุนในด้านยุทธวิธีและอาวุธร้ายแรง  เนื่องจากการต่อสู้ทางการเมืองในยุคใหม่ ประชาชนมือเปล่าไร้หนทางในการต่อสู้กับนักการเมืองที่อาศัยกองกำลังเถื่อนไว้ใช้งานในด้านการก่อความรุนแรง และในบางโอกาสยัง "ยืมมือ" เจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงานมาใช้สอยได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นหน่วยงานใด คนไทยทั้งประเทศย่อมรู้ดี

กองกำลังทหาร จึงมักเป็นตัวเลือกสุดท้ายของการต่อสู้
เพราะนักการเมืองเกรงกลัวทหารมากที่สุด
เหตุผลก็เพราะ ทหารมีจำนวนมากมายมหาศาลทั่วประเทศไทย
การซื้อตัวทหารผู้ใหญ่ไว้ บางครั้งก็ไม่เกิดประโยชน์ตามที่ต้องการ
เพราะทหารระดับคุมกำลังจริงๆ นั้น ไม่ใช่นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ถือปากกา
แต่เป็นนายทหารระดับกลาง 
ที่สนิทแนบแน่นทั้งผู้บังคับบัญชา และผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ
จะใช้เงินซื้อได้เป็นบางคนเท่านั้น
ไม่ใช่ทั้งหมด

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -