บทความยอดนิยม

Archive for ธันวาคม 2014

ความต้องการ

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์

ตามที่เคยพูดถึงว่าวันเวลาของผมส่วนใหญ่ในช่วงเวลานี้ก็คือการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็แสวงหาความรู้ในเรื่องต่างๆ จากเทคโนโลยีล้ำยุคที่ผมเพิ่งจะได้พบเห็นเอาตอนที่เริ่มสูงวัยแล้ว ซึ่งหากย้อนกลับไปในสมัยยังเป็นเด็ก เรื่องนี้ก็เหมือนกับนวนิยายเพ้อฝันแนววิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่ผมสนใจไขว่คว้ามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการวิ่งตามวิทยาการสมัยใหม่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรม เทคโนโลยี่สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ จากนั้นบางอารมณ์ก็จะเป็นการก้าวถอยหลังเข้าไปขุดคุ้ยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตจากประวัติศาสตร์ทั้งหลายทั้งปวง และเรื่องที่ต้องติดตามทุกวันก็คงจะไม่พ้นเรื่องของข่าวสารบ้านเมืองทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งในประเทศและรอบโลก

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมแอบๆ ค้นคว้าอยู่กลับกลายเป็นเรื่องของปรัชญาในทุกแง่มุม ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเข้าไปเกียวพันกับเรื่องราวของ เทววิทยา ศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของประชาชนหลากหลายเชื้อชาติบนโลกใบนี้อย่างหลีกไม่พ้น และเรื่องราวเหล่านี้ก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกใจผมได้เลยแม้แต่คำถามเดียว

มันเป็นข้อผูกมัดทางสังคมที่ระบุคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้วตามความเชื่อของผู้คนในแต่ละยุคสมัย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามกระแสของโลกาภิวัฒน์ ดังนั้นคุณค่าในจิตใจของผู้คนจึงสร้างความเชื่อขึ้นตามวิถีของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน ผู้คนขาดความมั่นคงในความเชื่อแต่ดั้งเดิมที่เคยมีมาแต่บรรพบุรุษ เพราะการศึกษาที่กว้างไกลมากขึ้นเพิ่มพูนสติปัญญาให้มองลึกลงไปในเหตุและผลตามที่มันควรจะเป็นมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นตลอดเวลา

ไม่มีความแน่นอนในเหตุและผลที่มีอยู่

ผู้คนกำหนดความต้องการขั้นพื้นฐานของแต่ละคน 
เพื่อให้เป็นตัวกำหนดสถานะทางสังคม
เพื่อให้ตนดำรงความเป็นตัวตนอยู่ได้อย่างมั่นคงในสังคม

ไม่ใช่กำหนดความต้องการขึ้นเพื่อให้มีชีวิตรอดเท่านั้น
ดังที่เคยเป็นมาตั้งแต่โบราณกาล

สังคมที่ขยายตัวกว้างไกลแล้วก็เล็กลงครอบคลุมลงไปจนถึงระดับครอบครัวจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เบี่ยงเบนวิถีชีวิตของผู้คนให้หลุดพ้นจากการกำหนดขอบเขตความต้องการของตนเอง เป็นการกำหนดความต้องการให้เป็นไปตามความคิดเห็นของสังคมโดยรวม ทั้งจาก กฎหมาย กฎ หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมาบังคับใช้ในสังคม

ดังนั้นปัจจัยขั้นพื้นฐานของบุคคลในยุคปัจจุบันจึงเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่อง เพราะบุคคลไม่มีอิสระเสรี ไม่มี สิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในการกำหนดความต้องการให้เป็นไปตามที่ตนต้องการอย่างแท้จริง

แต่คำว่า สิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน ก็มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของทุกประเทศในโลกนี้ รวมไปถึงทุกประเทศที่ประกาศการใช้ระบอบการปกครองในแนวทางประชาธิปไตย 

แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว
เรื่องเหล่านี้ก็คือ ความฝัน ของผู้คนบนโลก
แต่มันก็ยังคงเป็น ความหวัง ของประชาชน

ที่จะย้อนกลับไปแสวงหาปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงสำหรับชีวิต
ไม่ใช่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง



ผู้พิทักษ์ ?

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์

สำหรับประชาชนทั่วไป ในช่วงเวลานี้ข่าวที่ร้อนแรงที่สุดจนแทบจะลวกปากลวกหูพองไปตามๆ กันก็คงไม่พ้นเรื่องของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,157,148,149 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 หากนับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งแล้วคาดว่าคดีนี้คงจะต้องใช้เวลาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานกันอย่างแสนสาหัสด้วยเหตุผลหลายประการทีเดียว และเป็นที่คาดเดากันต่างๆ นาๆ ถึงความเป็นไปในเรื่องราวที่เกิดขึ้น

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีหน้าที่ ดังนี้

  1. เป็นฝ่ายอํานวยการด้านยุทธศาสตร์ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติในการวางแผน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คําแนะนํา และเสนอแนะการปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ของกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางและหน่วยงานในสังกัด
  2. ถวายความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
  3. ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักรหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติงานทะเบียนตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายกําหนด 
  4. ดําเนินการเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย การให้ความปลอดภัย แก่บุคคลสําคัญและประชาชน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และการกระทําความผิดที่เป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศ 
  5. ช่วยเหลือ อํานวยความสะดวก และให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว 
  6. ควบคุม จัดการจราจร ช่วยเหลืออํานวยความสะดวก และให้บริการบนทางหลวงและทางพิเศษต่าง ๆ 
  7. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย 

หน่วยงานในสังกัด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  ประกอบด้วย
(ก) กองบังคับการอํานวยการ ประกอบด้วย (๑) - (๑๐) ฝ่ายอํานวยการ ๑ - ๑๐
(ข) กองบังคับการปราบปราม ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖ (๘) กองกํากับการปฏิบัติการพิเศษ (๙) กลุ่มงานสอบสวน
(ค) กองบังคับการตํารวจทางหลวง ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๙) กองกํากับการ ๑ - ๘ (๑๐) กลุ่มงานถวายความปลอดภัย (๑๑) กลุ่มงานสอบสวน
(ง) กองบังคับการตํารวจรถไฟ ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๖) กองกํากับการ ๑ - ๕
(จ) กองบังคับการตํารวจท่องเที่ยว ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖
(ฉ) กองบังคับการตํารวจน้ำ ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๔) กองกํากับการ ๑ - ๓ (๕) - (๑๒) กองกํากับการ ๔ - ๑๑ (๑๓) กลุ่มงานเรือตรวจการณ์ขนาด ๑๑๐ - ๑๘๐ ฟุต
(ช) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖ (๘) กลุ่มงานสอบสวน
(ซ) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖ (๘) กลุ่มงานสอบสวน
(ฌ) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๖) กองกํากับการ ๑ - ๕ (๗) กลุ่มงานสอบสวน
(ญ) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖ (๘) กลุ่มงานสอบสวน
(ฎ) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๕) กองกํากับการ ๑ - ๔ (๖) กลุ่มงานสอบสวน
(ฏ) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประกอบด้วย (๑) ฝ่ายอํานวยการ (๒) - (๔) กองกํากับการ ๑ - ๓ (๕) กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี (๖) กลุ่มงานสอบสวน

เมื่อมองเห็นรายชื่อหน่วยงานในสังกัดของหน่วยงานนี้แล้วคงจะต้องนอนสะดุ้งผวากันไปอีกนาน เพราะไม่มีใครรู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านไปเกิดอะไรขึ้นบ้างกับระบบงานยุติธรรมที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานนี้

วิกฤติการณ์เริ่มต้นกับคำสั่งฟ้าผ่าเมื่อ 12 พ.ย.2557 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงตำรวจ ทหาร และข้าราชการระดับสูง เนื่องจากเป็นคำสั่งย้ายในช่วงนอกฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายปกติ 

ต่อมาใน 23 พ.ย. ผบ.ตร.มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พร้อมตำรวจอีก 5 นาย ออกจากราชการ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ในเวลาไล่เลี่ยกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พร้อมตำรวจ 5 นาย ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, เป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์

25 พ.ย. ผบ.ตร.พร้อมทีมงานแถลงข่าวชี้แจงการดำเนินคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับตำรวจและพลเรือน รวม 10 คน ในข้อหา หมิ่นเบื้องสูง และประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ โดยถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการซื้อขายตำแหน่ง ส่วยน้ำมันเถื่อน และบ่อนการพนัน พร้อมทำการตรวจค้นสถานที่บ้านพักและเซฟเฮ้าส์รวม 15 จุด พบทรัพย์สินมีค่ามากมาย คาดมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท 

มาจนถึงขณะนี้ มีผู้ที่ถูกกล่าวหาร่วมความผิดทั้งเครือข่ายรวมถึง 18 คน แต่ 1 ในนั้น คือ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ เสียชีวิตไปแล้ว จึงมีเพียงผู้ถูกกล่าวหา 17 คน ถูกดำเนินคดี และถูกคุมขังในความผิดต่างๆ กัน แต่เมื่อแยกลักษณะการทำความผิด และการเชื่อมโยงทั้ง 17 คน กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นบุคคลที่เชื่อมโยง

กลุ่มแรก เกี่ยวข้องกับการทำความผิดเส้นทางทรัพย์สิน และการฟอกเงิน มีความผิดเรียกรับสินบน มีความผิดแอบอ้างสถาบันชั้นสูง ผิดตามกฎหมายการบุกรุกป่าไม้ และครอบครองซากสัตว์ป่า การตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างข้อกล่าวหาว่ากลุ่มนี้เรียกรับสินบน มีเส้นทางการเงินจากการค้าน้ำมันเถื่อน การค้าไม้ การเรียกรับสินบนจากการโยกย้ายตำแหน่งในสังกัดสอบสวนกลาง ส่งต่อทรัพย์สินกันเป็นทอด ก่อนถึงปลายทาง

กลุ่มที่สอง เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องในฐานะคนใกล้ชิดส่วนตัวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในจำนวนนี้บางคนใช้สกุลเดียวกันในลักษณะเครือญาติ แต่ถูกกล่าวหาทั้งการบุกรุกทำลายป่า ครอบครองทรัพย์สินที่ถูกผ่องถ่ายจากกลุ่มแรก และข้อกล่าวหาร่วมกันข่มขู่กรรโชกทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว และยังถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมข่มขู่ทวงหนี้

คงจะต้องยอมรับว่า คดีนี้นับได้ว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของชาติไทยอีกคดีหนึ่งที่ประชาชนจะต้องติดตามอย่างชนิดต้องกลั้นหายใจ เพราะหากเผลอหายใจเข้าปอดหรือหายใจออกเพียงเฮือกเดียวอาจจะตกข่าวไปแบบไม่รู้ตัว และอาจจะต้องอ้าปากค้างฟังผลสรุปอย่างงุนงงในภายหลัง แล้วก็ได้แต่บ่น "มันเป็นยังงี้ได้ไง?"

เรื่องนี้มีความสัมพันธ์กันนุงนังในหลายมิติ เพราะเรื่องนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนชนิดที่ลูกเสือต้องนั่งเกาหัวคิดไม่ออกแล้วก็แกะปมไม่ถูก

"นี่มันผูกเงื่อนอะไรวะ ?"

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -