บทความยอดนิยม

Archive for พฤษภาคม 2014

จบมั้ย ?

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์


ผมไม่ต้องการย้อนกลับไปปหามูลเหตุทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นชนวนให้ทหารหมดทางเลี่ยง ที่จะต้องประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งนี้เพื่อขจัดข้อขัดแย้งหรือปัญหาด้านข้อกฎหมายของบรรดานักกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง อันเป็นการ Set Zero ตามเจตนารมณ์ของท่านทักษิณ แต่บังเอิญเป็นการ  Set Zero ตามแนวทางของทหาร ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะทำให้ท่านและข้าทาสบริวารถึงกับชักดิ้นชักงอไปตามๆ กัน เพราะผิดวัตถุประสงค์ที่วางไว้

เป็นที่แน่นอนว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ความเลวร้ายทั้งมวลที่ถูกเก็บงำซุกซ่อนไว้ก็จะถูกทหารขุดคุ้ยออกมาเพื่อทำการสะสางให้ถูกต้องในแนวทางที่ควรจะเป็นไป ทั้งนี้เริ่มต้นจากโครงการรับจำนำข้าวท่ี่ ทหารเดินหน้าหางบประมาณมาจ่ายให้กับชาวนาให้เสร็จสิ้นไม่ตกค้างอีกต่อไป และขั้นตอนต่อไปคือการลากคอนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดออกมาแสดงตนต่อสาธารณชนเพื่อการชดใช้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่ให้พวกมันมีแผ่นดินที่จะยืนอีกต่อไป เพราะโครงการรับจำนำข้าวนี้มีโครงข่ายการทุจริตที่กว้างไกลและมีตัวบุคคลเข้ามามีส่วนได้เสียเป็นจำนวนมากมาย และทุกๆ คนควรจะต้องถูกนำตัวมาประจานอย่างทั่วถึง

ปัญหาสำคัญที่สุดของทหารในระยะนี้ก็คือการกวาดล้างกลุ่มบุคคลที่มุ่งบ่อนทำลายประเทศชาติอย่างต่อเนื่องด้วยอำนาจเงิน ดังนั้นการกวาดล้างทำลายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความเด็ดขาด ไม่ควรมีการต่อรองใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น มีนักการเมืองหลายคนที่เข้าข่ายกบฎอย่างชัดเจน ทั้งจากการกล่าวคำปราศรัย ชี้นำประชาชน ทั้งจากการกระทำที่เกิดขึ้น การใช้เงินจ้างวานผู้อื่นให้มากระทำความผิด การว่าจ้างคนต่างชาติให้มากล่าวร้ายต่อระบอบการปกครองของไทย ว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยเพราะพยายามกล่าวย้ำว่า ประชาธิปไตยต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น (ส่วนเรื่องการใช้งินซื้อเสียงนั้นคือสิทธิเสรีภาพของประชาชน)

ไม่น่าแปลกที่บรรดาพวกโลกสวยและโลกเสรีจอมปลอมอย่างสหรัฐอเมริกาจะออกมาต่อต้านการกระทำของทหาร เพราะพวกมันไม่รู้ว่าคะแนนเสียงที่มากมายท่วมท้นจากการเลือกตั้งได้มาด้วยวิธีการใด พวกมันไม่รู้ว่าผู้นำของบ้านเราและพวกพ้องโกงกินกันแบบตะกละตะกรามเพียงใด พวกนั้นไม่ได้รับรู้ถึงความเลวร้ายของกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทยว่ากระทำเรื่องชั่วร้ายอย่างต่อเนื่องยาวนานมาโดยตลอดอายุของรัฐบาล พวกนั้นไม่ได้รับรู้ถึงความไร้สมรรถภาพในการบริหารปกครองประเทศของรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะพวกนั้นก็มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ที่มีร่วมกันเท่านั้นเอง

การตีความในกฎหมายของประเทศไทยก่อให้เกิดปัญหามาช้านาน บ่งบอกให้ทราบถึงความคลุมเครือในข้อกฎหมาย อันจำเป็นที่จะต้องคงไว้ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความในข้อกฎหมายเหล่านี้ให้ได้ข้อยุติอันเป็นที่สุด ซึ่งองค์กรอื่นๆ จะต้องยึดถือปฏิบัติตามโดยปราศจากข้อขัดแย้ง ไม่ใช่รัฐบาลส่งไปให้คณะกรรมการกฎษฎีกาเป็นผู้ตีความ หรือให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคตนเป็นผู้ตีความ แล้วก็ยึดถือตามนั้น และปฏิเสธที่จะรับฟังผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือบางครั้งก็สติเสียไปชั่วขณะเมื่อยอมรับในคำตัดสินเป็นบางข้อ

ดังนั้นการไม่ยอมรับในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงควรเป็นความผิดขั้นร้ายแรงอันเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมืองนั้นเสีย
เพื่อมิให้เกิดปัญหากับอำนาจที่ควรจะมีอยู่ของรัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์

แต่เชื่อแน่ว่าผู้มีทรัพย์ย่อมไม่สิ้นหนทางในการต่อสู้เท่าที่ทรัพย์สินของตนจะอำนวยให้ เพราะทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาด้วยวิธีการที่ฉ้อฉล ย่อมจะถูกนำออกมาเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอย่างไม่มีวันจบสิ้น

นอกเสียจากการทำลายทรัพย์สินเหล่านั้นให้หมดสิ้นไป
ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง

หรือด้วยการทำลายลมหายใจผู้มีทรัพย์ที่ชั่วร้ายนั้นเสีย
ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง


โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์

แถลงการณ์ของสภาทนายความ
ฉบับที่ 11/2557
เรื่อง การตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว (นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม)

ตามที่มีข่าวปรากฏชัดทั้งสื่อสารมวลชนที่เป็นสิ่งพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ กรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่เป็นทนายความของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ได้มาขึ้นเวทีของกลุ่มคนที่เชื่อในตัวพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 นั้น นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้ทำงานในฐานะเป็นทั้งทนายความของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และเป็นล็อบบี้ยิสต์ในส่วนของการต่อสู้คดีคือการให้ความเห็นกฎหมายระหว่างประเทศแก่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอด และเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป ซึ่งสภาทนายความเห็นว่าการที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม อาจหาญมาให้ความเห็นด้านการเมืองและทางกฎหมายในประเทศไทยนั้น นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เองซึ่งเป็นนักกฎหมายต้องรู้ดีว่าแต่ละประเทศมีกฎหมายต่างกัน โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายความมั่นคง สภาทนายความจึงขอแถลงการณ์มาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติดำเนินการ และให้ประชาชนทั้งหลายเข้าใจหน้าที่ของทนายความที่ดี การปฏิบัติตนตามกฎหมายภายในของประเทศนั้นมีลักษณะที่ถูกต้องอย่างไร ดังนี้

1.กฎหมายของประเทศไทยในมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นกฎหมายที่อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าทราบดีว่าองค์พระประมุขและสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยมานาน แม้จะมีการพระราชทานอำนาจอธิปไตยให้แก่ปวงชนชาวไทยแล้ว แต่ปวงชนชาวไทยก็ได้ถวายพระราชอำนาจกลับคืน โดยใช้อำนาจบริหารผ่านรัฐบาล นิติบัญญัติผ่านรัฐสภา และตุลาการผ่านศาลยุติธรรม พระองค์จึงไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายหรือยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นส่วนของสถาบันสูงสุดที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ บทบัญญัติดังกล่าวนั้นจึงได้ถูกกำหนดไว้เป็นครึ่งศตวรรษมาแล้ว

2.นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ย่อมทราบดีว่ากฎหมายความมั่นคงของชาติไทยก็ไม่น้อยไปกว่ากฎหมายความมั่นคงหรือ Homeland Security ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ออกมาป้องกันการเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงคนชาติอื่นที่เข้ามาทำหน้าที่หรือค้าขายอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่นอดีตศาสตราจารย์และนักธุรกิจท่านหนึ่งถูกจับที่สหรัฐอเมริกาในข้อหาค้าขายเรื่องธุรกิจพลังงานกับประเทศอิรักในสมัยของประธานาธิบดีซัสดัม ฮุสเซน ขณะที่ประเทศอิรักเป็นศัตรูทางสงครามกับประเทศสหรัฐอเมริกา คนไทยท่านนั้นถูกจับและถูกกล่าวหาว่าเป็นศัตรูทางสงครามเพราะค้าขายกับประเทศอิรัก โดยที่ท่านเองก็ไม่ทราบมาก่อน ต้องประกันตัวถูกปล่อยตัวชั่วคราวก่อนที่จะสู้คดีและได้รับการพิพากษาถูกปล่อยตัวกลับบ้าน

3.ดังนั้นหากจะเทียบกันในเรื่องกฎหมายก็ต้องถามนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ว่าเข้าใจกฎหมายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยดีหรือยัง ถึงบังอาจมาให้ความเห็นว่าควรยกเลิกมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา นั้น สภาทนายความเห็นว่าการกระทำของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่มาขึ้นเวทีและออกถ้อยแถลงเช่นนั้นเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ จึงควรจะต้องมีการดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อฐานเจตนาของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม และประโยชน์ที่ได้จากการเข้ามาทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร บนเวทีของกลุ่มผู้นิยมพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร

4.พนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ควรที่จะต้องตรวจดูด้วยว่านายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เข้ามาในประเทศไทยในฐานะเป็นนักท่องเที่ยวหรือเข้ามาภายใต้ visa และมีใบอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย เพราะเชื่อได้ว่าการมาทำงานครั้งนี้ก็ต้องคิดค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ค่าตัว กับพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ดังนั้นต้องมีใบอนุญาตให้ทำงานที่ชอบด้วยกฎหมายเหมือนเช่นคนไทยที่ไปทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ต้องมี Green Card ถ้าไม่มีก็ต้องถูกจับกุม 5.ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานตรวจแรงงาน ไม่ควรนิ่งเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่มีอยู่ มิเช่นนั้นแล้วต้องถูกถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่มีการละเมิดหรือหากมีการละเมิดการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาโดยชัดแจ้ง

จึงแถลงการณ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์
12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ข้อความข้างต้นคัดลอกมาจากเฟซบุ๊คของสภาทนายความครับผม
มาทำความรู้จักกับนายคนนี้อีกซักหน่อยครับ

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เกิดในปี พ.ศ. 2499 ที่ ไวต์เพลนส์ รัฐนิวยอร์ก และได้ย้ายไปที่ ออตตาวา ประเทศแคนาดา จึงได้เติบโตเป็นพลเมืองของประเทศแคนาดา

ทนายความที่มีความสามารถในการใช้ศัพท์ด้านรัฐศาสตร์ เป็นผู้ก่อตั้งสำนักกฎหมาย Amsterdam & Peroff ที่มีสำนักงานในสามประเทศได้แก่ เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประวัติอย่างเป็นทางการของ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม การทำงานมีประวัติโดดเด่นของการให้บริการลูกค้าในกรณีสิทธิมนุษยชน, ข้อพิพาทผู้ที่ถือหุ้น, การปรับโครงสร้างองค์กร, การฉ้อโกงสินทรัพย์, ปัญหาด้านกฎระเบียบ และภาษี. นอกจากนี้เขายังเป็น ที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมือง และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์หลายบริษัท

การศึกษา
ในปี 1975 ได้รับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Carleton University
ในปี 1978 ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมาย (LL.B.) จากมหาวิทยาลัย Queen’s University

โรเบิร์ตได้รับการว่าจ้างพฤษภาคม 2553 โดยอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร เพื่อใช้เป็นทนายความและที่ปรึกษาระหว่างประเทศ ให้คำปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศกับกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้จัดทำสมุดปกขาว จำนวนกว่า 70 หน้า โจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการดำเนินการของฝ่ายกองทัพ เกี่ยวกับการจัดการต่อเหตุการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา ได้แก่ ประการแรก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกคนปัจจุบันของประเทศไทยขึ้นสู่อำนาจจากความช่วยเหลือของทหารโดยการทำรัฐประหาร ‎ผนวกกับร่วมกันบิดเบือนกระบวนการศาลยุติธรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการขึ้นสู่อำนาจของตนเอง ‎ประการที่สองคือ บุคคลในกองทัพซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้อมปราบประชาชน จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปี 2516, 2519, 2535 และ 2553 ไม่เคยถูกสอบสวนหรือนำตัวมาลงโทษ ‎สิทธิเหล่านี้ได้ถูกทำลายลงด้วยการบังคับใช้กฎหมายเผด็จการของกลุ่มทหารอำมาตยาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งการกระทำนี้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากสัมพันธมิตรอย่างกองทัพสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลาช้านาน

ฟ้องคดีเสื้อแดงต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยมีข้อสรุปดังนี้

  • กองทัพจงใจสลายการชุมนุมเข่นฆ่าประชาชน โดยเฉพาะแกนนำ เมื่อ 10 เมษายน 
  • กองทัพจงใจสลายโดยเข้าสลายจากทุกจุดพร้อมกัน จงใจปิดล้อมจงใจฆ่าหมู่ไม่มีช่องทางให้หนีออกไปได้ เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้สไนเปอร์ยิงจากระยะไกล 
  • มีการใช้สไนเปอร์อย่างเป็นทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคำสั่งให้ใช้สไนเปอร์เป็นทีมตั้งแต่ 10-19 พ.ค. 
  • การใช้อาวุธต่างๆ ได้มีหลักฐานวิดีโอทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดีโอจากกองทัพ 
  • กรณีชายชุดดำ รัฐพยายามบอกว่าชายชุดดำคือคนเสื้อแดง แต่ไม่เคยจับชายชุดดำได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีภาพข่าวและหลักฐานทาง โทรทัศน์มากมาย 
  • มีหลักฐานและพยานมากมายว่าผุ้ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ 
  • การทำลายล้างโดยทหารและ ศอฉ. เกิดขึ้นจริง และมีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยรัฐฯ (เช่นที่วัดปทุมฯ ทีทุบพื้น เทปูรอบโบสถ์ลบรอยกระสุนทิ้งทั้งหมด) 
  • มีหลักฐานในมือแล้วว่าคนเผาตึกเซ็นทรัลเวิร์ล ไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นชายชุดดำที่เตรียมการ ทั้งชุดและอุปกรณ์อย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือ 
  • การพิจารณาคดีในประเทศไทยนั้น ยาวนานเกินไป และหยุดนิ่งมานานเกินควรแล้ว 
  • ช่วงเมษา- พ.ค. เกิดสังหารหมู่ใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ไทย แต่ก็ไม่มีใครออกมาร้องขอความยุติธรรมให้กับคนกลุ่มนี้ คนกรุงเทพนิ่งปิดปากกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ที่เสื้อแดงต้องรุกนำคดีขึ้นสู่ศาลทุกศาลในโลกนี้ 
  • เหตุการณ์ปี 1976 / 1976 / 1992 ในประเทศไทยเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ เมื่อมีการสอบสวนสักพักก็หายเงียบไป 
  • รัฐบาลไทยยังคงอยู่ได้ ไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆ และรู้สึกมั่นใจอย่างสูงในอำนาจพิเศษที่ปกป้องตน 
  • ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นที่โดนฆ่าตายโดยไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนใดๆ ก็เป็นหลักฐานหนึ่งที่รัฐพยายามจะถ่วงเวลา 
  • ปิดกั้นและทำลายหลักฐานทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลักฐานต่างๆมากมายตรงหน้ายืนยันว่าการฆ่าเสื้อแดงเป็นการฆาตกรรมหมู่ จึงอดรนทนไม่ได้ที่จะไม่นำคดีขึ้นฟ้อง และไม่สามารถทนได้ที่จะนิ่งเฉยปล่อยกระบวนการยุติธรรมของไทยดำเนินไปยังล่า ช้า 
  • หลังรัฐประหาร มีผู้มีบารมี ออกมาใช้กำลังทางการทหาร และตลอดจนการสลายการชุมนุมก็มีการชี้นำจากผู้มีบารมี 
  • มีคำสั่งให้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารยิงสไนเปอร์ มาในลักษณะ มือที่สาม เพื่อโยนความผิดให้ฝั่งคนเสื้อแดง

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ถูกโค่นอำนาจและหลบหนีคดีทุจริตอยู่ในต่างแดน เผยแพร่บทความชิ้นล่าสุดซึ่งมีเนื้อหาโจมตีกองทัพของไทยโดยทนายความชื่อดังสัญชาติแคนาดารายนี้ตราหน้ากองทัพไทยเป็น “องค์กรที่เลวทราม” ซึ่งเต็มไปด้วย “กลุ่มนายพลที่ชั่วช้า” ที่มีพฤติกรรมชื่นชอบในการขัดขวาง “ประชาธิปไตย”

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม แห่งสำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พาร์ทเนอร์ ซึ่งรับจ้างเป็น “ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย” และ “ล็อบบียิสต์” ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2010 เผยแพร่บทความชิ้นล่าสุดเรื่อง “Life Under a Coup - the Thai Army’s Continual Threat to Thai Democracy” หรือ “ชีวิตภายใต้รัฐประหาร - การคุกคามประชาธิปไตยของกองทัพไทย” ผ่านบล็อกส่วนตัว โดยบทความดังกล่าวระบุว่า กองทัพของไทยมีประเพณีอันยาวนานและต่ำช้าเลวทรามในการขัดขวางระบอบประชาธิปไตย, ทำร้ายประชาชน และชื่นชอบการเข้าแทรกแซงทางการเมือง

บทความล่าสุดของอัมสเตอร์ดัม โจมตีสถาบันทหารของไทยว่าเป็นพวกที่คำนึงถึงแต่ “ผลประโยชน์ของตัวเอง” เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์สังหารหมู่ “กลุ่มคนเสื้อแดง” กลางกรุงเทพมหานคร ระหว่างเหตุวุ่นวายทางการเมืองเมื่อกว่า 4 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้น ทหารไทยไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยที่จะออกโรงสนับสนุนรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ทั้งที่รัฐบาลชุดดังกล่าวมิได้เป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังดำเนินการสังหารประชาชนคนเสื้อแดงที่ปราศจากอาวุธ และรักประชาธิปไตย

ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุว่า กองทัพไทยซึ่งเต็มไปด้วย “กลุ่มนายพลที่ชั่วช้า” กลับวางเฉยและไม่ช่วยปกป้องรัฐบาลปัจจุบันของไทยที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกของไทยถึงขั้นจัดการแถลงข่าว และออกโรงข่มขู่สมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ “น่าสมเพช”

บทความของที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้ว่าผลจากการรัฐประหาร การสังหารหมู่และความเฉื่อยชาที่ได้ปลุกเร้าโดยกองทัพ คือประชาธิปไตยที่ยังคงอ่อนแอ เหมือน “ก้อนน้ำแข็งอันบิดเบี้ยว” ที่พร้อมแตกสลายทุกเมื่อ ขณะที่รัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยและเป็นที่นิยมของประชาชนส่วนใหญ่ต้องยุบสภา เพื่อถ่วงเวลากองทัพที่อาจจะเข้ามาแทรกแซงโค่นล้มรัฐบาล ถือเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ทำให้ประชาธิปไตยในไทยอ่อนแอ

ในตอนท้ายของบทความดังกล่าว มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตราบใดที่สถาบันทหารของไทยยังไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือนที่ชอบด้วยกฎหมาย, มีความรับผิดชอบและเป็นประชาธิปไตย กองทัพไทยก็จะยังคง “ทำตัวเป็นอุปสรรค” ขัดขวางประชาธิปไตยไทยที่ยังคงล้มลุกคุกคลานแต่ก็ยังเติบโตอยู่ต่อไป

ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000002972


มันเป็นใคร ? 
ถึงบังอาจมาคัดค้านกฎหมายไทย
มันก้าวล่วงเข้ามาวิจารณ์การเมืองของประเทศเรา
แต่มันคงไม่กล้าเสนอหน้ามาแน่นอน
ถ้าไม่มีคนไทยขายชาติจูงจมูกมันเข้ามา
งานของมันเดินไปด้วยอำนาจเงิน

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -