Breaking News
Loading...
วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557



ช่วงเวลาที่ผ่านมามีการคาดเดากันไปต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับหน้าตาและสีสรรของ รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ว่าจะน่ารักน่าเอ็นดูหรือขี้เหร่จนดูไม่ได้ แต่เมื่อมีนักวิชาการระดับหัวแถวของประเทศนี้เป็นผู้ร่วมยกร่างก็เชื่อไว้ก่อนได้ว่าไม่น่าจะขี้ริ้วขี้เหร่เหมือนกับที่นักการเมืองบางท่านออกมาตีโพยตีพายล่วงหน้า(เสียงเบาๆ)

และแล้วรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ก็ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เป็นที่เรียบร้อย และท่านสามารถคิดตามอ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เว็บบล็อก  สารวัตรทหาร

ส่วนเนื้อหาของบางมาตราก็มีนักการเมืองอาชีพบางท่านตั้งข้อสงสัยเอาไว้มากมายในความหมาย เช่น

"มาตรา ๔๔ ในกรณีที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอํานาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทําการใด ๆ ได้ ไม่ว่าการกระทํานั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคําสั่งหรือการกระทํา รวมทั้งการปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าว เป็นคําสั่ง หรือการกระทํา หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด ทั้งนี้ เมื่อได้ดําเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว"

เนื่องจากข้อความในมาตรา 44 เป็นภาษาไทยจึงไม่จำเป็นต้องอ่านหลายรอบเพื่อค้นหาความหมายเพิ่มเติมจากที่บัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจึงมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลชั่วคราวไว้ให้มีการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้เสร็จสิ้นโดยปราศจากการรบกวนต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆ ของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ ซึ่งเดาไม่ยากว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลใดที่เสียประโยชน์จากถนนสายการเมือง ถนนแห่งความร่ำรวยที่ต่างพากันสูบเลือดประชาชน สวาปามทรัพยากรของประเทศชาติไปนานนับสิบปี โดยไร้ผู้ต่อต้านที่มีกำลังเพียงพอ

มาถึงวันนี้นักการเมืองต่างพากันถอยหลังเข้าถ้ำในชนบทซุ่มรอวันที่จะกลับมาผงาดบนถนนสายการเมืองอีกครั้ง แต่หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเนื้อหาที่ปิดกั้นเส้นทางการแสวงหาผลประโยชน์ นั่นหมายถึง การต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ข้ออ้างเหมือนเดิม
เพื่อ สิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียมกันของประชาชน
ที่ถูกย่ำยีมานานหลายสิบปีโดยนักการเมืองเหล่านี้นั่นเอง
การล้มล้างรัฐบาลที่โกงกินกลับกลายเป็นความผิด ?
การต่อสู้ของนักธุรกิจการเมืองกับอำนาจที่เหนือกว่าคือความชอบธรรม ?
แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้เพื่อกลับมาโกงกินอีกวาระหนึ่งอย่างนั้นหรือ ?
ตามคำเรียกร้องของประชาชน ?

คำตอบอยู่ที่ประชาชน

วงจรการเมืองก็เหมือนกับล้อเกวียน
มีแต่หมุนไปตามวงรอบของมัน
หรือไม่ก็หยุดหมุนอยู่กับที่