Breaking News
Loading...
วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556


ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 นั้นมีประชาชนเพียงส่วนน้อยที่ร่วมรับรู้และยินดีกับความเปลี่ยนแปลงที่ "เชื่อว่า" จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสมบูรณ์พร้อม ใน สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ของประชาชนทุกระดับชั้นในสังคมไทย โดยตัดปัญหาเรื่องความไม่พร้อมของประชาชนออกไปเสียจากแนวความคิด และมุ่งเดินหน้าอย่างขลุกขลักเรื่อยมา

จนมาถึงช่วงหนึ่งจึงเริ่มรับรู้ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับชักนำระบอบเผด็จการทหารมาสู่รูปแบบการปกครองที่แท้จริง ทำให้ประเทศชาติจมปลักอยู่กับอภิสิทธิชนอยู่นานหลายสิบปี อำนาจทั้งหลายทั้งมวลตกอยู่มือของบุคคลเพียงไม่กี่คนที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการขยายระบบอุปถัมภ์ให้แผ่กว้างครอบคลุมไปถึงวงศ์ตระกูลและเพื่อนพ้องน้้องพี่ โดยมองไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา

นักการเมืองในรุ่นแรกๆ ที่พยายามบุกเบิกทวงถามระบอบประชาธิปไตยคืนมาจากเผด็จการประสบชะตากรรมที่ไม่สู้ดีนักในระยะแรก ทั้งจากการถูกสังารอย่างโหดเหี้ยม การถูกจับกุมคุมขัง การถูกกลั่นแกล้งก่อกวน ล้มหายตายจากไปมากมาย

นั่นก็ป็นชนวนเหตุให้เกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในประเทศไทยโดยประชาชนเป็นครั้งแรกใน14 ตุลาคม  2516 มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากมาย แต่ก็นับว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายประชาชนที่สามารถทวงถามสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของตนกลับมาคืนเองได้ ในช่วงระยะสั้นๆ เพราะจากวันนั้นบรรดาขุนศึกศักดินาต่างอาศัยสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามาล้วงลูกยึดอำนาจในการปกครองบริหารบ้านเมืองกลับเข้ามาอยูในมือหลายครั้งหลายหนแต่เป็นช่วงระยะสั้นๆ อันเนื่องมาจากแรงต้านของประชาชนและแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ ทำให้ระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเริ่มคืบคลานเข้ามาสู่วิถีชีวิตของคนไทย

และแล้วเมื่อบรรดานายทุนก้าวเข้ามาแทรกแซงเสนอหน้าเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง จุดมุ่งหมายสำคัญสูงสุดก็คือ สร้างรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการแก้กฎหมายให้สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการของตนอย่างเสรี อาศัยวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานเพื่อพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่างๆ ให้บิดเบือนไปจากกฎหมายที่ปิดกั้นเส้นทางของตน และเริ่มอาศัยสภานิติบัญญัติในการปรับปรุง แก้ไข กฎหมายให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตนทีละน้อย เริ่มผลักดันบริการสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้แปรเปลี่ยนไปเป็นภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ผลักดันให้หลุดออกไปนอกระบบกิจการของรัฐบาลเปลี่ยนไปเป็นกิจการของนายทุนที่สามารถระดมทุนและบริหารแสวงหากำไรได้อย่างอิสระ

และการกระทำการดังกล่าวจำเป็นต้องสร้างแนวร่วมที่ให้การสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลด้วยการดึงประชาชนส่วนมากให้มัวเมาลุ่มหลงในโครงการประชานิยมต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งแน่นอนว่าเป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่ต้องการรายได้สูง โดยที่ไม่ต้องลงทุนหรือลงทุนแต่เพียงเล็กน้อย 
ส่วนเรื่องที่ประเทศชาติจะเป็นหนี้สินอะไร? มากมายเพียงใด?
ประชาชนไม่เคยคิดที่จะรับรู้

จนบัดนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโครงการประชานิยมทั้งหลายนั้นสร้างหนี้สินโดยรวมให้กับประเทศชาติอย่างท่วมท้น เงินที่นำไปทุ่มลงเป็นจำนวนมหาศาลก็มาจากภาษีเงินได้ของประชาชนเอง

ในขณะืั้ประชาชนมากมายพากันปฏิเสธไม่รับรู้ปัญหานี้ โดยการอ้างว่าตนเองไม่เคยเสียภาษี แม้ว่าตนเองจะถูกกดขี่ขูดรีดภาษีโดยอ้อมจากสินค้าทุกชนิดมานานตลอดชีวิตก็ตาม

แต่นักการเมืองยังคงเดินหน้าเข้าหาการเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมในการแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศชาติต่อไปอย่างมูมมามไม่ใยดีต่อกระแสเรียกร้องในทุกเรื่อง กลับไปให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง

ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่า คะแนนเสียงนั้นได้มาด้วยวิธีการใด?
และย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้วทุกคนว่า ตัวเองต้องการอะไร ?
นอกจากอำนาจที่จะได้รับจากตำแหน่งหน้าที่
และผลประโยชน์ที่จะได้รับจากตำแหน่งหน้าที่

นี่คือ ตัณหา ที่มีอยู่ทุกตัวคนของนักการเมือง
แม้บางคนจะมีอายุเกินกว่าจะพยุงสังขารลุกขึ้นยืนตัวตรงได้แล้วก็ตาม
แต่ก็ยังต้องการให้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่นั้นลงโลงไปพร้อมๆ กับตน
เพื่อเกียรติประวัติของวงษ์ตระกูลในประวัติศาสตร ์
ที่จะถูกประชาชนกล่าวถึงและประณามในนานเท่านาน