บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556



เมื่อวันที่ 29 พ.ย. เวลา 19.30 น. ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณได้ขึ้นเวทีพร้อมแนะแกนนำเครือข่ายต่าง ๆ โดยนายสุเทพ ได้กล่าวเปิดตัวคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ชื่อย่อ กปปส. ว่า กปปส.จะกำหนดแนวทางตัดสินใจการต่อสู้กับระบอบทักษิณและจัดการระบอบนี้พ้นจากประเทศไทย โดยตนจะเป็นเลขาธิการ กปปส.

และในโอกาสนี้กลุ่มนักธุรกิจชาวเยาวราชได้จัดทำนกหวีดทองคำ หนัก 6 สลึงมอบให้กับนายสุเทพฯ ไว้เป็นที่ระลึก

มาทำความรู้จักกับบุคคลผู้นี้กันนิดหน่อยครับ (ข้อมูลจากพิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)



สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายสมัย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการหลายกระทรวง 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีชื่อเรียกเล่นๆ จากสื่อมวลชนโดยทั่วไปว่า "เทพเทือก" ซึ่งเกิดจากการย่อ ชื่อและนามสกุล "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รวมเข้าด้วยกันนั่นเอง ในวัยหนุ่มนายสุเทพเคยดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาโท จากสหรัฐอเมริกา ขณะที่ประเทศไทยในสมัยนั้น รัฐมนตรีบางกระทรวงยังจบแค่ชั้น ป. 4 ทำให้จนถึงขณะนี้ บางครั้งยังมีคนเรียกนายสุเทพว่า "กำนันสุเทพ" 

ประวัติทั่วไป 
"นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 เป็นบุตรนายจรัส เทือกสุบรรณ กำนันตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนางละม้าย เทือกสุบรรณ มีพี่น้องท้องเดียวกัน 6 คนคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นางศิริรัตน์กับนางรัชนี (เป็นคู่แฝด) นายเชน เทือกสุบรรณ นางจิราภรณ์ เทือกสุบรรณ นายธานี เทือกสุบรรณ และนางกิ่งกาญจน์ เทือกสุบรรณ 

นายสุเทพสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2515 และสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโท M.A. Political Sciences จาก Middle Tennesse State University ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2518 

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทกลับมา นายสุเทพได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น กำนันตำบลท่าสะท้อน ต่อจากกำนันจรัส ผู้เป็นบิดา และชนะเลือกตั้ง ทำให้ได้เป็นกำนันขณะมีอายุเพียงประมาณ 26 ปี โดยมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทจากเมืองนอก 

ต่อมานายสุเทพตัดสินใจลงเล่นการเมืองระดับประเทศ โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ตำแหน่งกำนันตำบลท่าสะท้อนว่างลง และมีน้าชายของนายสุเทพมาดำรงตำแหน่งต่อ และตามด้วย นายธานี เทือกสุบรรณ ผู้เป็นน้องชายของนายสุเทพ มาดำรงตำแหน่งต่ออีก 10 ปี จนลาออก เพื่อลงเล่นการเมืองระดับจังหวัด ในที่สุดกำนันจรัส บิดาของนายสุเทพ ได้กลับเข้าดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าสะท้อน อีกครั้งหนึ่งด้วยวัย 76 ปี โดยได้รับเลือกตั้งอย่างไร้คู่แข่งขัน 

ปัจจุบันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมรสกับ นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นน้องสาวของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และอดีตภรรยาของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ มีบุตรชาย 1 คน บุตรสาว 2 คน คือ นายแทน เทือกสุบรรณ, น.ส.น้ำตาล เทือกสุบรรณ และ น.ส.น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ 

การทำงานการเมืองระดับประเทศ
นายสุเทพ เข้าสู่วงการเมืองระดับประเทศ ได้เป็น ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัยแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 และหลังจากนั้นสามารถชนะเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส. อย่างต่อเนื่องถึง 10 สมัย และดำรงตำแหน่งสำคัญระดับรัฐมนตรี คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 สมัย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 นายสุเทพเคยกล่าวไว้ว่า "หากพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง ผมจะยอมมุดดิน" แต่เมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏออกมาว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งเข้าจริงๆ นายสุเทพก็ปิดปากเงียบและไม่ค่อยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนตั้นแต่นั้นมา 

บทบาทหลังเลือกตั้ง 2548
หลัง การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารพรรคครั้งใหญ่ นายสุเทพได้รับเลือกเป็น เลขาธิการพรรค และพอดีกับมีบทบาทอย่างมากใน คดียุบพรรค โดยเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้อง พรรคไทยรักไทย และต่อมาพรรคไทยรักไทยถูกวินิจฉัยให้ยุบพรรค โดยกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ในการจัดตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี พ.ศ. 2550 ซึ่งนายสุเทพ เป็นผู้ที่มีบทบาทในการประสานงานจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนั้น จนได้รับการขนานนามว่า "ผู้จัดการรัฐบาล" และได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 นายสุเทพ ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากติดปัญหาการถือครองหุ้น แต่ยังคงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเช่นเดิม ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 นายสุเทพ ได้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อกลับไปลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกครั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งการเลือกตั้งดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นที่มาของการถูกมองว่านายสุเทพ ต้องการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง ในกรณีที่ถูกยุบพรรค ภายหลังได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงได้กลับเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง 

การดำรงตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์
นายสุเทพเคยดำรงตำแหน่ง
  • เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2546 
  • กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2546-2548 
  • และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2554
ประวัติการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

  • เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี 10 สมัย (พ.ศ. 2522, 2526, 2529, 2531, 2535/1, 2535/2, 2538, 2539, 2550, 2554) 
  • เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ 2 สมัย (พ.ศ. 2544 และ 2548) 
  • เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายชวน หลีกภัย) พ.ศ. 2524 
  • เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายชวน หลีกภัย) พ.ศ. 2524-2526 
  • เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายบัญญัติ บรรทัดฐาน) พ.ศ. 2526-2529 
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2529-2531 
  • ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตร พ.ศ. 2531 
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2535-2537 
  • ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม พ.ศ. 2539 
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2540-2543 
  • กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2546-2548 
  • เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน 
  • ประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติ พ.ศ. 2553-2554 
  • ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2551-2554 
  • ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2553 
  • ประธานคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ พ.ศ. 2553-2554 
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2554 
  • รองนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2551-2554






- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -