บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


ภาพจาก google

เมื่อ 19 พ.ย. 2556   สมาชิกรัฐสภา ประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. ที่ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. 312 คน นำโดยนายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และนายกฤช อาทิตย์ แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร แถลงข่าว "คัดค้านและไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ" ที่เตรียมวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.ขัดมาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่เนื่องจากเชื่อมั่นว่า สมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภาที่สามารถทำได้ ตามมาตรา 291 โดยไม่มีข้อบัญญัติของกฏหมาย ให้อำนาจศาลวินิจฉัย ซึ่งเห็นว่า การรับคำร้องไว้วินิจฉัย เป็นการก้าวล่วงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และกังวลว่า อาจมีการขยายอำนาจให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และอาจกลายเป็นปัญหาให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย 

ทั้งนี้ หากศาลวินิจฉัยทางหนึ่งทางใด จะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย

แต่จะยังไม่แสดงท่าทีอื่นใด รวมถึงการยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย สำหรับแถลงการณ์สมาชิกรัฐสภา "เรื่อง แจ้งเหตุผลการปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ" มีใจความระบุว่า 

"ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาหลายคดีด้วยกัน ซึ่งสมาชิกรัฐสภาอันประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกร้องได้ปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการรับคดีไว้พิจารณาดังกล่าว โดยไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนุญอันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปนั้น" 

"ข้าพเจ้าทั้งหลายในนามของผู้แทนปวงชนชาวไทย ขอแถลงการณ์มายังพี่น้องประชขาชนที่เคารพทุกท่าน เพื่อชี้แจงเหตุผลแห่งการไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้" 

"1. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา โดยที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวได้ ซึ่งแตกต่างจากการตราพระราชบัญญัติทั่วไป" 

"2. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็น มาตร 190 การแก้ไขที่มาของ ส.ว. หรือเกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตาม มาตรา 23/ ไม่อยู่ในข้อห้ามของการแก้ไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนจูญมาตรา 291 วรรคสอง รัฐสภาย่อมสามารถดำเนินการได้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นอำนาจของรัฐสภาที่สามารถดำเนินการได้" 

"3. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มิใช่การใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันจะอยู่ในบังคับ มาตรา 68 วรรคแรก ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าไปตรวจสอบและวินิจฉัยได้ แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาพและสมาชิกรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจไว้" 

"4. ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากตาม มาตรา 68 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ผู้ทราบผลการกระทำจะต้องยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน"

 "5. การที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าตนเองมีอำนาจรับคำร้องได้โดยตรงนั้น เป็นการทำลายหลักการและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสอง ที่กำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้อง กรณีจึงถือว่าศาลรัฐธรรมนูญกระทำการอันเป็นขัดต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง และส่งผลกระทบต่อการใช้อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด" 

"นอกจากนี้การตีความขยายเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ถือเป็นการใช้อำนาจตุลาการล่วงล้ำ แทรกแซงการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ อันนับเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" "

ดังนั้น หากยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายเขตอำนาจของตนเองเรื่อยไป อันมีผลเท่ากับศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้นเอง" 

"ดัวยเหตุดังกล่าว สมาชิกรัฐสภาจึงไม่ยอมรับอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สมาชิกรัฐสภา
18 พฤศจิกายน 2556"

ครับ ภาษาการเมืองยุคใหม่ให้คำจำกัดความว่า "เรียกแขก"


และนี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากข่าวข้างต้น
ซึ่งรัฐบาลออกข่าวว่ามีประชาชนมาร่วมประมาณ 4-5 หมื่นคน อันเป็นการ "เรียกแขก" ครั้งใหญ่อีกวาระหนึ่ง เพราะจากข่าวของ ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่าในวันที่ 24 พ.ย.56 มีประชาชนออกมาร่วมประท้วงรัฐบาล 

"ประมาณ 2 ล้านคน"

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศนี้ไม่มีข่าวการออกมาประท้วงของประชาชนแบบเต็มรูปแบบ มีเพียงข่าวประจำวันเพียงไม่กี่นาทีแล้วก็จบเท่านั้น อันเป็นการปิดหูปิดตาประชาชนอย่างแท้จริง

และการหาหนทางติดตามข่าวสารด้วยตัวเองทางอินเตอร์เน็ตก็ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับคนบ้านนอกเพราสัญญาณที่ขาดๆ หายๆ ตลอดเวลา ส่วนหนังสือพิมพ์ก็แทบไม่มีหวังที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและเที่ยงธรรม

ดังนั้นสำหรับประชาชนโดยทั่วไปที่การศึกษาน้อย สนใจแต่การหากินเลี้ยงปากท้องตัวเองไปวันๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีโอกาสที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องแม้แต่เรื่องเดียว มีเพียงข่าวจากประกาศของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นว่าจะให้เอนไปในทิศทางใด

การต่อสู้ของประชาชนกับอำนาจเผด็จการทหารเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 
ยากเย็นแสนเข็ญจนถึงขั้นสละเลือดเนื้อและชีวิตชาวไทยมากมาย

แต่การต่อสู้กับเผด็จการเสียงข้างมากในระบบรัฐสภาของปี 2556 
จะลงเอยในลักษณะใด 
ยากที่จะสรุปลงได้ในเร็ววัน

เพราะนี่คือการต่อสู้กับอำนาจเงิน

ต้องตัดสินใจด้วยสามัญสำนึก

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -