บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556



มักจะมีความคับข้องใจเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อได้ยินนโยบายบางอย่างของรัฐบาลทั้งก่อนการเข้ามาเป็นรัฐบาล จนมาถึงขณะที่กำลังดำเนินบทบาททางการเมืองในฐานะรัฐบาล และนโยบายต่างๆ จากฝ่ายค้านตั้งแต่ช่วงเริ่มการรณณงค์หาเสียงเลือกตั้งจนกระทั่งมาถึงวันที่ต้องมานั่งอยู่ในซีกฝ่ายค้านในรัฐสภา  ...ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า การหาเสียงเลือกตั้งนับเป็นกลยุทธอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในการเลืกตั้ง จนไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นไปได้ทั้งแวง ว่าจะสามารถปฏิบัติให้เป็นจริงได้ตามที่กล่าวไว้หรือเปล่า นักการเมืองบางท่านยังเคยตระบัดสัตย์ด้วยคำพูดง่ายๆ ว่า "มันเป็นเทคนิคในการหาเสียงน่ะน้อง อย่าเอามาถือเป็นเรื่องจริงจัง" นั่นย่อมหมายความรวมไปถึงบรรดาหัวคะแนนที่ผลุบโผล่จากบ้านโน้นมาบ้านนี้ ทั้งกลางวันกลางคืน ทำตัวเหมือนกับเป็นพระพุทธเจ้ามาโปรดสัตว์ คนเหล่านี้กลับกลายเป็นกลุ่มบุคคลสำคัญในทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญไม่เคยเขียนไว้ แต่กลับมีอยู่จริงและมีอิทธิพลสูงสุดทางการเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง

แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เมื่อมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์แนวนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของกลุ่มพรรคการเมืองที่อาสาตนเข้ามาบริหารปกครองประเทศ ไม่่าจะเป็นพรรคใดก็ตามที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองระดับใหญ่ มีสาขาทั่วประเทศ แนวนโยบายโดยรวมจะกวาดเอากิจกรรมทั้งมวลในใต้หล้ามารวมไว้อย่างครบถ้วน ส่วนกรีที่ว่าทำได้หรือไม่ได้ไม่ใช่ประเด็น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องสังคม เศรษฐกิจก การเงิน การคลัง การสาธารณสุข การศึกษา การคมนาคม การทหาร ฯลฯ ก็เป็นที่เดาได้ว่ามีมากกว่านี้

แต่ที่ตั้งใจจริงๆ น่ะมีเรื่องเดียว เนื่องจากวันก่อนมีความจำเป็นต้องใช้ทางหลวงแผ่นดินเส้นทางสาย 317 จันบุรี-สระแก้ว ผ่านไปทางตลาดอำเภอเขาฉกรรจ์พบเห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้น เนื่องมาจากมีการจราจรที่ค่อนข้างหนาตากว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้วมา และถนนมีเพียง 2 ช่องทางให้เดินสวนกันไปมาแบบตัวลีบๆ ส่วนจักรยานยนตร์ก็จะต้องอาศัยประสบการณ์ที่สูงส่งพอตัวในการเอาชีวิตรอดบนเส้นทางสายนี้ เคยพูดถึงความวิบากของเส้นทางสายนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่เคยมีการแก้ไขอย่างจริงจัง

เมื่อกลางปี 2555 เคยผ่านไปเห็นเริ่มมีการวางผังขยับขยายถนนในบางช่วงออกเป็น 6 ช่องทาง แต่กลาปี 2556 ทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดกึกลง สองข้างของถนนเดิมกลายเป็นถนนดินขนานควบคู่กันไปเรื่อยทั้งซ้ายขวาแต่ไม่มีการดำเนินการก่อสร้างต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลงเพียงเท่านี้

อีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนแถบนี้ยังคงมึนงงไม่สร่างก็คือ รถยนตร์โดยสารประจำทางสาย สระแก้ว-จันทบุรี ที่เคยมีอยู่ก็พลันหายสาบสูญไป ส่วนรถประจำทางที่เคยใช้เส้นทางสายนี้เป็นทางผ่าน เช่น บุรีรัมย์-จันทบุรี ก็เหลือวิ่งให้เห็นเพียงวันละ 2 เที่ยวในช่วงเช้ามืดเท่านั้นเอง ชาวบ้านที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปมาหาสู่กันหรือจับจ่ายซื้อของจากตลาดในตัวอำเภอต้องอาศัยยานพาหนะส่วนตัวนานาชนิดใช้สัญจรกันพลุกพล่านไปหมด

ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในชนบทห่างไกลเมืองหลวง
ในขณะที่คน 5 ล้านคนในเมืองหลวงมีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ รถปรับอากาศ รถไฟฟ้า ความเร็วสูง รถเหาะตีลังกา รถไฟฟ้าใต้ดิน รถร่วม รถตู้ วิ่งกันชุลมุนไปหมดจนแทบจะชนกันตาย ต้องเดือดร้อนหางบประมาณมาขยายถนนเพิ่มอีก
ทำไมความสะดวกสะบายจะต้องจำกัดไว้เฉพาะคนในกรุงเทพฯ ?
ทำไมเงินภาษีของประชาชนจากทั่วประเทศจะต้องไปกระจุกตัวถมทับใส่เฉพาะคนในกรุงเทพฯ ?
ทำไมถนนหนทางในต่างจังหวัดแต่ละจังหวัดจึงมีความแตกต่างกันอย่างเหลือเชื่อ ?
ทำไมถนนของจังหวัดสุพรรณบุรี จึง แตกต่างกับถนนในจังหวัดสระแก้ว ?
ทำไมความเจริญเติบโตของท้องถิ่นจึงไม่เกิดขึ้นตามแผนการที่วางไว้ ?

คำตอบทั้งหมด...
อยู่ในกระโหลกของผู้บริหารประเทศ
ปัญหาอยู่ที่ว่า...
หากเปิดมันออกมาแล้ว
เราจะเห็นอะไรอยู่ในนั้น
นอกจากขี้เลื่อย กับ น้ำลายบูดๆ

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -