Breaking News
Loading...
วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556


บางเสี้ยวของอารมณ์ก็เกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ กับพฤติการณ์ของผู้คนในสังคมบางกลุ่มที่ทำตัวเหมือนกับมองไม่เห็นว่ายังมีผู้คนอีกมากมายบนแผ่นดินผืนนี้ที่มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และคนเหล่านี้ก็มีสิทธิบนผืนแผ่นดินนี้เท่าๆ กับกลุ่มของตน สิทธิที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

วันนี้ขอเริ่มบทความด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูกกับสถานการณ์ด้านชีวิตความเป็นอยู่ของรัฐบาลและบรรดานักการเมืองจากข่าวคราวต่างๆ ที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศอย่างมากมายเป็นประวัติการณ์ของนายกรัฐมนตรี หมดค่าใช้จ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดินไปมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชนนั่นแหละครับพี่น้อง และผลประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนมา ตามสายตาและสองหูที่ได้ยินมายังคงเป็นศูนย์ เป็นการผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างไร้คุณค่าเพียงเพื่อแสดงตนให้นานาชาติเห็นว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนหนึ่งของประเทศหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้นเอง และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือคำครหาจากบรรดาฝ่ายค้านและฝ่าไม่เห็นด้วยว่าเป็นการเดินทางไปเพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวและธุรกิจของพวกพ้องมากกว่าเพื่อประเทศชาติ

ความจริงย่อมคือความจริงและคนที่รู้ดีกว่าใครอื่นก็คือตัวนายกรัฐมนตรีเองว่าทำอะไรอยู่ ? และทำเพื่อใคร ? และก็ควรแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาให้ประชาชนเห็นเสียทีว่าตนเองกำลังเล่นบทบาทอะไร ?

เปิดไปเจอข่าวการจัดสรรงบประมาณสำหรับอาหารเช้าและอาหารกลางวันของนายกรัฐมนตรีและทีมที่ปรึกษา ซึ่งสำนักนายกฯ ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ สองแสนกว่าบาทต่อวันแล้วแทบจะเป็นลมตายด้วยความอิจฉา เพราะเงินจำนวนนี้เป็นค่าครองชีพของประชาชนทั่วไปที่ทำงานมาร่วม 2 ปีเป็นอย่างน้อย ข้าราชการหลายๆ คนรับราชการมานานนับ 10 ปีรายได้ทั้งปียังไม่ถึง 2 แสนเลยครับท่าน แต่นี่เป็นแค่อาหารเลี้ยงชีพ 1 วันยังใช้เงินมากมายขนาดนี้ เชื่อแน่ว่าคงจะรับประทานกันหมดนะครับทั้งช้อน จาน โต๊ะเก้าอี้ ลองหันหน้าไปมองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารพวกท่านดูบ้างนะครับ คนเหล่านี้ทำงานทั้งปียังไม่เท่าค่าอาหารมื้อสองมื้อนี่เลย พวกท่านยังจะกลืนกันลงหรือครับ ?

ดังที่แจ้งไว้ในวรรคก่อนว่าเป็นอาหาร 2 มื้อสำหรับท่านายกฯ กับทีมที่ปรึกษา 50 คน ครับ ย้ำว่า 50 คน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะรวมไปถึงที่ปรึกษาด้าน เสื้อผ้า หน้า ผม จัดหารองเท้า จัดเตรียมผ้าเช็ดหน้า ผู้ช่วยซักซ้อมการอ่านไทย คนเขียนโพย คนแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทย คนจัดเตรียมคำตอบสำหรับนักข่าวแต่ละสำนัก คนผลักนักข่าว คนเตะตัดขานักข่าว คนคอยตะโกนด่าฝ่ายค้าน ฯลฯ ผมบอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยเข้าใจความหมายของทีมที่ปรึกษาจริงๆ ว่ามันแปลเป็นไทยว่ายังไง? แล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติของผมกับเงินค่าตอบแทนที่จะต้องเสียไปจำนวนมากมายมหาศาล

หรือว่านายกฯ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นซักเรื่อง ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องอะไรเลยก็ได้ เพราะมีทีมที่ปรึกษาคอยจัดการไว้แล้วในทุกเรื่อง

ไม่มีตังค์มั่งก็แล้วไป จะไปสมัครนายกฯ ดูซักตั้ง
ไปไหนมาไหนมีแต่คนเสนอหน้ามาฉีกยิ้มเหงือกเขียว สองมือกุมเป้ากางเกงตัวงอเหมือนมีอะไรมาค้ำไว้ แสดงท่าทีประจบสอพลอแบบไม่ต้องอายผีบรรพบุรุษ ขนาดพูดผิดยังชมว่าเสียงเพราะพูดให้ขำเก่ง หรือตอบคำถามอะไรไม่ได้ซักอย่าง ยังเสือกชมเสียอีกว่า ระมัดระวังคำตอบ

ประเทศชาติล่มสลายมาหลายครั้งหลายหนก็เพราะบ้านเมืองเรามีคนประเภทนี้อยู่มากมาย แม้จะรู้ดีว่าผู้นำล้มเหลว ก็ยังคงสนับสนุนผลักดันสรรเสริญเยินยอให้เดินหน้าล้มลุกคลุกคลานต่อไป เพียงเพื่อจะหลับหูหลับตาเกาะชายกระโปรงแสวงหาผลประโยชน์ต่อไปอย่างมูมมาม

คงไม่รู้ตัวว่าชาตินี้
เกิดมาแล้วเสียชาติเกิดเปล่าๆ