Breaking News
Loading...
วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เคยมีข้อสงสัยเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อเห็นภาพของตราชูหรือตาชั่งของบ้านเรามักจะมีสถานภาพที่ไม่ค่อยจะสมดุลย์กันเสมอ บอกเป็นนัยว่า "ไม่เคยมีความเที่ยงตรงเกิดขึ้น" และก็ทำให้คิดไปว่าในภาพดังกล่าวจะเป็นการถ่วงสมดุลย์ของสองด้าน และอะไร? คือสิ่งของที่เราต้องการให้อยู่ในภาวะสมดุลย์

คำตอบข้างต้นยังไม่ได้รับฟังมาแต่อยากจะหาคำตอบให้กับตัวองว่าน่าจะหมายความถึง "ความดี" กับ "ความชั่ว" ซึ่งสามารถจำกัดความได้สั้นๆว่า "ถูก" หรือ "ผิด"  ถ้าหากว่าแกนกลางนั้นหมายถึงสังคมเรา ก็จะเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความถูกต้องที่เกิดขึ้นในสังคมกับความบิดเบือนของพฤติกรรมในสังคม และแน่นอนว่าในสายตาหรือความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไปย่อมให้น้ำหนักกับความไม่ถูกต้องว่าจะต้องมีน้ำหนักมากกว่าความถูกต้อง นั่นควรจะเป็นความรู้สึกของคนปกติสามัญที่มีสามัญสำนึกที่แท้จริง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันอยู่ในความพร้อมที่จะถูกลบล้างเพื่อเปลี่ยนเป็นฉบับใหม่ตามความมุ่งหมาย "หลัก" ของรัฐบาลที่ตั้งหน้าตั้งตามุ่งมั่นมาตั้งแต่วันที่เข้ารับหน้าที่บริหารประเทศ ทั้งที่ตนเองก็เข้ามาเป็นรัฐบาลตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับเดียวกับฉบับที่รัฐบาลเคยกล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามวิถีทางของประชาธิปไตย (จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?)

แต่เหตุที่ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ เนื่องมาจากรัฐบาลยังคงมีเรื่องไร้สาระที่มีความ "สำคัญ" สูงสุดที่จะต้องเร่งดำเนินการเป็น "อันดับแรก" นั่นก็คือการพิจารณา "พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" 

เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตนเท่านั้น และ
เพื่อผลประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
มิใช่เรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หรือ 
เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศชาติ แต่อย่างใด

นั่นคือเหตุผลที่ต้องหวนไปเปิดดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 อีกครั้ง เพื่ออ่านทบทวนข้อความที่บัญญัติไว้ และเพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องราวที่เคยอ่านมานั้นไม่ผิดพลาด

มาตรา ๑๒๓  ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ 
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

มาตรา ๑๗๕  ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ 
“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ไม่รู้ว่าขณะที่กล่าวคำปฏิญาณตนดังกล่าว
มีใครคนไหนคิดตามไปด้วยหรือไม่?