Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556

 

เมื่อเช้านี้ (1 เมษายน 2556) ไปเปิดเว็บบอร์ดประชาทอล์ค (http://www.prachatalk.com/webboard/) เจอบทความชื่อ หลังจากผ่าน พรบ. เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ก็มาถึงบทสุดท้ายของกลอนบทนี้...แล้ว...โดย ทุ่งพัฒนา เมื่อ พฤ, 28/03/2013 - 21:53 ข้อความว่า 
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ 
เมื่ออ่านดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆ กับแนวความคิดของผู้เขียนบทความว่าบ่งบอกถึงทิศทางที่ขัดต่อเหตุผลอย่างแท้จริง และเป็นเสียงหนุนของคนหมู่มากที่พิจารณาเรื่องราวต่างๆ ตามอารมณ์ของตนเองเป็นใหญ่ แน่นอนว่านี่คือแนวความคิดแบบคนตาบอดที่สติสัมปชัญญะมืดบอดด้วยเช่นกัน จะรับรู้เฉพาะสิ่งที่ตนเองต้องการรู้เท่านั้น และพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือในทุกเรื่องที่ตนเองถูกป้อนข้อมูลมาให้ทำการสนับสนุนโดยไม่มีคำอธิบาย

การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ผ่านไปเรียบร้อยในวาระแรกด้วยคะแนน 284 ต่อ 152 เสียง ก็คงจะต้องใจระทึกไปกับขั้นตอนกระบวนการทั้งหลายทั้งมวลเป็นระยะๆ ไปจนกว่าจะจบสิ้นลง ซึ่งหากมองจากมุมมองของรัฐบาลแล้วก็คงไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะคะแนนเสียงที่มีอยู่ท่วมท้น และ ส.ส.ทุกคนไม่ได้มีสิทธิที่จะใช้ความคิดของตนเองเป็นตัวตัดสินใจ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมติของพรรค ส.ส.ทุกคนในสังกัดก็จะต้องให้ความเห็นชอบไม่ว่าจะถูกหรือผิด นี่คืออันตรายของระบอบประชาธิปไตยที่คนใช้เป็นผู้ไร้สามัญสำนึก 

เราจะพาท่านไปมองอีกมุมมองหนึ่งบ้างเพื่อพิจารณาให้ครบเหลี่ยมมุมของปัญหา

คัดลอกบางส่วนมาจากบทบรรณาธิการ ไทยโพสท์ เมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2556 (http://www.thaipost.net/news/010413/71669) ข้อความว่า

... เป็นที่น่าสนใจว่า แม้กระทั่งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตค.) ก็ได้สรุปประเด็นน่ากังขาเกี่ยวกับการออก พ.ร.บ.กู้เงินฯ ผ่านการอภิปราย เมื่อวันที่ 28-29 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่ามี 16 ข้อ ประกอบด้วย

  1. เป็นการกู้มหาศาลครั้งแรกและสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย สร้างหนี้ให้ประเทศ 
  2. พ.ร.บ. 6 หน้า (ไม่รวมปก) 19 มาตรา สร้างหนี้รวมดอกเบี้ยกว่า 5 ล้านล้านบาท 
  3. รัฐบาลเคยบอกประชาชนเพียงข้อมูลการกู้ 2 ล้านล้าน หมกเม็ดดอกเบี้ย 3+ล้านล้าน ใช้หนี้ยันหลาน 50 ปี 
  4. มีความเป็นไปได้อย่างมากจากอัตราดอกเบี้ยที่ไม่คงที่ และแรงกดดันเงินกู้ ดอกเบี้ยจริงอาจสูงถึง 7 ล้านล้านบาท 
  5. โครงการเป็นลักษณะตัดแปะ ไม่มียุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ ไม่มีความเชื่อมโยงระบบขนส่งตามที่กล่าวอ้าง 
  6. โกหกว่าใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ แต่ใน พ.ร.บ.ระบุ ให้กู้ได้ทั้งเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ 
  7. ไม่มีความชัดเจนว่าเอาเงินมาจากไหน 
  8.  หลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยออกเป็น พ.ร.บ.ให้อำนาจกู้เงิน ทั้งที่สามารถทำในระบบงบประมาณปกติได้ 
  9. โกหกว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบพัสดุ แต่ พ.ร.บ.ระบุว่า แล้วแต่ ครม.จะกำหนด (ที่ผ่านมา ครม. ออกมติยกเว้นโน่นนี่นั่นอยู่เสมอ) 
  10. โกหกว่าทำรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงทั่วประเทศ เอาจริง มีสายเหนือสายเดียวที่ทำสุดถึงเชียงใหม่ สายใต้ทำถึงแค่หัวหิน สายอีสานทำแค่โคราช 
  11. โกหกเรื่องระบบโลจิสติกส์ ไม่ทำระบบรางเชื่อมต่ออุตสาหกรรมภาคตะวันออก 
  12. โกหกเรื่องมอเตอร์เวย์กาญจนบุรี ใส่งบแค่การเวนคืนที่ดิน 
  13. ซุกงบโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ที่อนุมัติและดำเนินการไปแล้วมาไว้ใน พ.ร.บ. 
  14. รมว.ชัชชาติ อ้างมั่วซั่วว่าที่ยังไม่ทำเชื่อมโยงอาเซียนเพราะเพื่อนบ้านไม่พร้อม 
  15. รีบเร่ง รีบร้อน จะเอาให้ได้ ไม่ฟังใคร 
  16. ตลอดเกือบ 2 ปีของรัฐบาล มีแต่กู้กับกู้ "เก่งแต่กู้" หลายโครงการที่ผ่านมา กู้แล้วโกง 

ปัญหาการทุจริตกับนักการเมืองอยู่คู่กันมานาน เริ่มตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนกระทั่งถึงทุกวันนี้เมื่อนายทุนก้าวเข้ามาร่วมอยู่ในวงการเมือง ปัญหาการทุจริตก็เริ่มกระจายตัวกว้างออกไปยิ่งขึ้นและรุนแรงมากขึ้นตามสภาพของเศรษฐกิจและสังคม

เราจะมาดูกันถึงเนื้อหาสำคัญของร่าง พรบ.ฉบับนี้
ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มี 19 มาตรา 
หลักการและเหตุผล คือให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท
เนื้อหาสาระที่สำคัญ ๆ อยู่ที่
มาตรา 5 การให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจกู้เงินบาท หรือ เงินตราต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ตามยุทธศาสตร์และแผนงาน และภายในวงเงินที่กำหนด โดยวงเงินกู้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท ภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2563
มาตรา 6 บัญญัติให้ไม่ต้องนำเงินที่กู้ส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และ
มาตรา 9 ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ โดยดำเนินการกู้เงินรายใหม่เพื่อชำระหนี้เดิม แปลงหนี้ ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนดชำระ ขยายหรือย่นระยะเวลาการชำระหนี้ ต่ออายุ ซื้อคืน หรือไถ่ถอนตราสารหนี้ของรัฐบาล หรือทำธุรกรรมทางการเงินอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ และ
มาตรา 19 ให้ ครม.ต้องรายงานผลการกู้เงินและการดำเนินงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

โดยยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในเรื่องนี้ คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ

  1. ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า วงเงินดำเนินการประมาณ 350,000 ล้านบาท 
  2. ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน วงเงินดำเนินการกว่า 1 ล้านล้าน 
  3. ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว วงเงินดำเนินการกว่า 590,000 ล้านบาท วงเงินดำเนินการรวมทั้งสิ้น 2 ล้านล้านบาท. 

- สำนักข่าวไทย 28 มี.ค.56
(http://www.mcot.net/site/content?id=515431f9150ba0886100027f#.UVj_GqL-Hzw)


มูมมาม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายว่า  ว. อาการที่กินอาหารอย่างตะกรุมตะกราม, อาการที่กินอาหารอย่างเปื้อนเปรอะ เลอะเทอะไม่เรียบร้อย, เช่น กินมูมมาม

มูมมาม in a sloppy, messy, uncouth manner
ADV. filthily def:[อาการที่กินอาหารอย่างเปื้อนเปรอะเลอะเทอะ]
 syn:(เลอะเทอะ){เปรอะเปื้อน}
sample:[เขากินอาหารมูมมามเหมือนไม่ได้รับการสั่งสอนมา]

ตะกรุมตะกราม
ADV. voraciously def:[ทำไปอย่างผลีผลาม ขาดการพินิจพิจารณาเนื่องในการบริโภค]
 syn:{ผลีผลาม}(สวาปาม){มูมมาม}
 sample:[แมวดำพเนจรกินข้าวคลุกกับปลาทูอย่างตะกรุมตะกราม]

ตะกละ
ADV. greedily def:[กินไม่เลือก, เห็นแก่กิน]
syn:(ตระกลาม)(ตะกละตะกลาม)(จะกละจะกลาม){มูมมาม}
sample:[เด็กกินอาหารกันอย่างตะกละราวกับไปตายอดตายอยากมาจากไหน]

ADJ. gluttonous def:[กินไม่เลือก, เห็นแก่กิน]
syn:(ตระกลาม)(ตะกละตะกลาม)(จะกละจะกลาม)
sample:[คนตะกละอย่างเขากินเท่าไหร่ก็ไม่พอ]

ADJ. gluttonous def:[กินไม่เลือก, เห็นแก่กิน]
syn:(ตระกลาม)(ตะกละตะกลาม)(จะกละจะกลาม)
sample:[คนตะกละอย่างเขากินเท่าไหร่ก็ไม่พอ]

ADV. greedily def:[กินไม่เลือก, เห็นแก่กิน]
syn:(ตระกลาม)(ตะกละตะกลาม)(จะกละจะกลาม){มูมมาม}
sample:[เด็กกินอาหารกันอย่างตะกละราวกับไปตายอดตายอยากมาจากไหน]



ก็เอามาลงไว้ให้อ่านต่อท้ายเฉยๆ สาบานได้ว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบทความข้างต้นหรอก
อย่าไปคิดอะไรมากเลย กินไปเงียบๆ เหอะ ไม่ต้องมาเห่ามาหอนให้รำคาญหู