บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556


ชีวิตของคนไทยตั้งแต่ยุคสยามประเทศ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มมานานแสนนาน ในสมัยก่อนนั้นรอยยิ้มจะเป็นไปโดยอัตโนมัติในทันทีที่พบหน้ากัน ถึงแม้ว่ากำลังจะมาฟาดปากกันก็ตามก็ยังจะต้องมีรอยยิ้มติดอยู่ทุกครั้ง สาเหตุคงเนื่องมาจากความเป็นผู้มีอารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สังคมที่อบอุ่น สภาพทางเศรษฐกิจที่ราบเรียบ สถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นธรรม(เนื่องมาจากยังไม่มีนักการเมือง?) แต่จนถึงทุกวันนี้แม้สถานการณ์ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปบ้านเมืองของเราก็ยังอุดมไปด้วยรอยยิ้มจากนักการเมือง ถ้าตัดความรู้สึกสมเพชเวทนาออกไปเสียก่อน

ยาบ้า เป็นยาเสพติด สารสังเคราะห์มีแอมเฟตามีนเป็นส่วนประกอบ มีชื่อเรียก เช่น ยาขยัน ยาแก้ง่วง ยาโด๊ป นิยมเสพโดยรับประทานโดยตรงหรือผสมในอาหาร หรือเครื่องดื่ม หรือเสพโดยนำยาบ้ามาบดแล้วนำไปลนไฟแล้วสูดดมเป็นไอระเหยเข้าสู่ร่างกาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2441

ยาบ้า เป็นยากลุ่มแอมเฟทตามีน(Amphetamines) ซึ่งมีหลายตัว เช่น Dextroamphetamine, Methamphetamine เรียกกันแต่เดิมว่า “ยาม้า” ยานี้เคยใช้เป็นยารักษาโรคอยู่บ้างในอดีต สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคผลอยหลับโดยไม่รู้ตัว (Narcolepsy) เด็กที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง ขาดความตั้งใจและสมาธิในการเรียน (Attention Deficit Disorder) และผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ปัจจุบันนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย

ยาบ้ามีประวัติที่มายาวนาน โดยสังเคราะห์ได้กว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองใช้กระตุ้นความกล้าหาญและความ อดทนของทหารทั้งสองฝ่าย โดยประมาณกันว่ามีการใช้ยาบ้ากว่า 72 ล้านเม็ดระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หลังสงครามการใช้ยาบ้าจึงเริ่มแพร่ขยายออกไปสู่สังคม สาเหตุที่เคยเรียกว่า ยาม้า สันนิษฐานได้หลายแง่ บ้างว่าคงมาจากการที่เคยนำไปใช้กระตุ้นม้าแข่งให้วิ่งเร็ว และอดทน บ้างว่าเนื่องจากทำให้ผู้ใช้ยาคึกคะนอง เหมือนม้า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาเรียกเป็นยาบ้า ก็เพื่อจะเน้นความเป็นพิษของยา ซึ่งเมื่อใช้มากเกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานๆ จะทำ ให้ผู้ใช้ยามีลักษณะเหมือนคนบ้าและเนื่องจากกระบวนการสังเคราะห์สารนี้ไม่ ซับซ้อน ปัจจุบันจึงมีการลักลอบสังเคราะห์ กันอยู่ในประเทศไทย

ในระยะแรก ยาบ้ามีชื่อเรียกในภาษาไทยว่า ยาขยัน เป็นที่นิยมในกลุ่มนักเรียนที่ต้องดูหนังสือสอบดึกๆ ต่อมาเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน คนขับรถบรรทุก มีชื่อเรียกว่า ยาม้า เหตุที่ได้ชื่อนี้มาจากเครื่องหมายการค้าของบริษัท Wellcome ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ส่งยาชนิดนี้มาขายในประเทศไทย

ในสมัยหนึ่งนักเคมี ทดลองสังเคราะห์ สารที่มีโครงสร้างคล้ายยาบ้ามากมายหลายตัว โดยหวังว่าคงจะมีสักตัวที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่กลับปรากฏว่าสารเหล่านั้น มักไม่มีประโยชน์แต่กลับมีผลเสียต่อจิตอารมณ์แทบทุกตัว สารอนุพันธุ์เหล่านี้ปัจจุบันมีการ ลักลอบสังเคราะห์กันในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และเรียกกันรวมๆ ว่า Designer Drugs ซึ่งหมายถึงสารที่พยายามดัดแปลงสูตรโครงสร้าง ทางเคมีจากสารเดิม ที่ถูกควบคุมโดยกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อใช้ทดแทนสารเดิมและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

ยาบ้ามีสารประกอบหลักในกลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamine) ซึ่งเป็นสารที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาในปี ค.ศ.1887 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อ เอเดเลียโน (Edeleno) ในรูปของแอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) ต่อมาในปี ค.ศ.1888 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นก็สามารถสังเคราะห์อนุพันธ์ของแอมเฟตามีนได้อีกตัวหนึ่งคือ เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางได้รุนแรงกว่า แอมเฟตามีน และยาบ้าที่ระบาดในประเทศไทยขณะนี้ก็มีสารประกอบหลักเป็นเมทแอมเฟตามีนนี้เอง

ในทางการแพทย์ยาชนิดนี้มีชื่อทางการค้าว่า Desoxyn® ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท OVATION Pharmaceuticals จำกัด (โอเวชั่น ฟาร์มาซูติคอล) มีขนาดตั้งแต่ 5 mg, 10 mg, และ 15 mg หนึ่งกล่องบรรจุร้อยเม็ด ใช้บำบัดโรคซึมเศร้า โรคที่เกี่ยวกับระบบทางหายใจ ภูมิแพ้ ลดความอ้วน

ปัจจุบัน มีชื่อเรียกว่า ยาบ้า ตามข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ พ.ศ. 2539 ซึ่งให้นโยบายว่า ชื่อยาม้า ทำให้ผู้เสพเข้าใจว่า เป็นยาที่กินแล้วให้กำลังวังชา มีเรี่ยวแรง คึกคักเหมือนม้า ควรจะเปลี่ยนไปเรียกว่า ยาบ้า เพื่อให้ผู้เสพตระหนักถึงโทษของยาที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถควบคุมสติได้ เกิดความรังเกียจ ทำให้ไม่อยากเสพ และจะช่วยลดจำนวนผู้เสพยาได้ [1] และเปลี่ยนประเภทจากสิ่งเสพติดประเภท 3 ซึ่งจำหน่ายได้ในร้านขายยา เป็นสิ่งเสพติดประเภท 1 ซึ่งห้ามจำหน่าย และมีบทลงโทษต่อผู้ขายรุนแรง เพื่อให้ผู้ขายกลัวต่อบทลงโทษ แต่กลับทำให้ยาบ้ามีราคาจำหน่ายสูงขึ้น จนสร้างผลกำไรต่อผู้ขายเป็นอย่างมาก และมีผู้ผลิตและจำหน่ายมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมให้เสพติดง่ายขึ้น มีฤทธิ์รุนแรงขึ้น จนกลายเป็นปัญหาสังคมในปัจจุบัน
(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ยาไอซ์ (ice) หรือเมทแอมเฟตตามีน เป็นอนุพันธ์หนึ่งของยาบ้า มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายๆ กัน จัด เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 1 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดปี 2522

ลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มาของชื่อยาไอซ์ ความ บริสุทธิ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามากจึงมีคนเรียกว่าหัวยาบ้า การนำไปใช้ โดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้น บางคนนำไปเผาแล้วสูดดมควันเหมือนการเสพยาบ้า ยาตัวนี้ทำให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มสนุกสนานสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ทำให้ติดได้ง่ายกว่า และมีอันตรายต่อร่างกาย อารมณ์และสังคมของผู้เสพมากกว่ายากลุ่ม amphetamines อื่นๆ ไม่ได้มีแพร่หลายกันทั่วไปเนื่องจากหายากและราคาค่อนข้างแพง มักจะใช้กันในสังคมไฮโซ

นันท์ชัตสัณห์ สกุลพงศ์ นักจิตวิทยา ศูนย์บำบัดยาเสพติดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยาไอซ์ใช้เหมือนกับยากลุ่ม methamphetamine อื่นๆ คือ สูดดม กลืนหรือสอดใส่ทวารหรืออาจใช้วิธีการสูบหรือฉีด ซึ่งผลจากยาจะรวดเร็วกว่า ผลกระทบของยาไอซ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย น้ำหนัก ปริมาณและวิธีการใช้ยาเสพติด

ผลของยาไอซ์ที่มีต่อร่างกายมีดังต่อไปนี้ รู ม่านตาขยาย เหงื่อออกมาก การมองพร่ามัว วิงเวียน ริมฝีปากแห้ง ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการหายใจสูงขึ้น อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ปวดหัวอย่างรุนแรง อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นและผิดปกติ มือและนิ้วสั่น คลื่นเหียนอาเจียน ที่สำคัญคือมีภาวะผิดปกติเสียหายอย่างถาวรของเส้นโลหิตในสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้ในปริมาณสูง และมีผลต่อพฤติกรรมของคนดังต่อไปนี้ มี กิจกรรมทางร่างกายมากขึ้น มีอาการหวาดระแวงและวิตกกังวลสูงขีด (panic) เกิดขึ้นเนื่อง พักผ่อนน้อยลงและมีความวิตกกังวลจากอาการประสาทหลอนนำไปสู่โรคนอนไม่หลับ เรื้อรัง พูดมากขึ้นและมีการทำงานหรือกระทำอะไรซ้ำๆ มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น มีอาการทางจิต

ผู้ใช้ยาไอซ์เป็นระยะเวลานานจะมีผลต่อไปนี้ มี อาการซึมเศร้ารุนแรง ลดความอยากอาหารและน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว หวาดระแวง ย้ำคิดย้ำทำ มีความผิดปกติของปอดและไต ซึ่งอาจถึงตายได้ ประสาทหลอน มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน มีโรคต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจ นอกจากนั้นการฉีดยา ไอซ์เข้าทางเลือดทำให้ผู้ใช้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสทางกระแส เลือด เช่น ตับอักเสบแบบ B และ C เชื้อเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการใช้อุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน

การบำบัดรักษา มีรายงานว่าผู้ใช้ยาไอซ์และยากลุ่ม Methamphetamme อื่นๆ ไม่ค่อยเข้ารับการบำบัดรักษาเหมือนผู้ใช้ยาเสพติดอื่น การบำบัดรักษาที่เป็นไปได้ขณะนี้คือ ใช้ร่วมกันระหว่างการบำบัดทางจิตสังคมและพฤติกรรมรวมทั้งการใช้ยา นอกจากปัญหาสุขภาพและมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยาไอซ์ยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ อาทิ ปัญหาครอบครัว การเงิน กฎหมายและปัญหาส่วนตัวตามมา เช่นเดียวกับยาเสพติดทุกชนิดคือ ผลึกใสคล้ายกับน้ำแข็ง มีอยู่ 2 ชนิด คือ ไอซ์ บริสุทธิ์ กับ ไอซ์ ไม่บริสุทธิ์ ส่วนมากเล่นในสังคมไฮโซเพราะมีราคาแพง และ หาได้ยาก ยานรกยาอันตรายเพราะเคยเห็น ลองมาแล้ว ตอนแรก เหมือนขึ้นสวรรค์ แต่พอใกล้เวลาหมดฤทธิ์ จะทำให้ประสาทหลอน หวาดระแวงไปทั่ว ทำให้นอนไม่หลับ ร่างกายทำงานผิดปกติ รูม่านตาขยาย ทำให้อาการอยากที่เสพในปริมาณที่มาก อยู่ตลอด แล้วจะเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ
(ข้อมูลจากวิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ร.ต.อ.เฉลิม เปลี่ยนชื่อยาไอซ์เป็น "ยานรก"

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่ห้องประชุมอารียา โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด (ผอ.ศพส.) เป็นประธานมอบนโยบาบ พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติดŽ ในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยมีนายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ หัวหน้าส่วนข้าราชการทุกภาคส่วน และผู้นำชุมชนกว่า 1,200 คน ร่วมรับฟัง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า จ.ปทุมธานี เป็นจังหวัดที่มีปัญหายาเสพติดในระดับรุนแรง โดยถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงและเป็นแหล่งพักยาเสพติด จากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อรอส่งไปสู่ภาคใต้ กรุงเทพฯ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การแก้ปัญหายาเสพติดจะสำเร็จได้ต้องดึงพลังมวลชนมาช่วยแก้ไข โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดต้องช่วยกัน รวมไปถึงในระดับท้องถิ่นโดยเฉพาะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งต้องทำงานด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นไม่ได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง ยาเสพติดจึงระบาดมาก ฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาได้ทุกหน่วยงานในจังหวัดต้องทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยวิธีการทั้ง 6 วิธี คือ

  1. ปิดตะเข็บชายแดน 
  2. สกัดสารตั้งต้นของยาเสพติด
  3. รณรงค์ป้องกันยาเสพติด
  4. รณรงค์ปราบปรามยาเสพติด 
  5. บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด และ
  6. ปฎิบัติการเข้มข้นในการจับกุมและปราบปราม 

ซึ่งหากทำตาม 6 วิธีดังกล่าวได้ก็สามารถป้องกันยาเสพติดได้ ซึ่งที่ผ่านมา 7 เดือนเศษ หน่วยปราบปรามยาเสพติด ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหารสามารถจับกุมยาบ้าได้ถึง 34 ล้านเม็ดเศษ และยาไอซ์อีกจำนวนมาก

จะขอใช้เวทีนี้เปลี่ยนชื่อยาไอซ์ว่าเป็นยานรก เพราะชื่อยาไอซ์ แปลว่าน้ำแข็ง อาจทำให้คนเข้าใจผิด พร้อมกันนี้จะยกปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับโลก โดยจะทำเรื่องให้ไปถึงสหประชาชาติŽ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
(ข้อมูลจาก http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek5EYzJNVEF4T1E9PQ==)

โชห่วย เป็นคำที่มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน สำหรับเรียกร้านขายของชำ สะดวกซื้อ สารพัดสิ่ง ที่มักมีลักษณะอยู่ในตึกแถวหนึ่งห้อง โดยมากเป็นกิจการเล็กๆ กิจการในครัวเรือน สร้างรายรับเล็กๆ น้อยๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน ลดน้อยลงไปมาก เพราะความที่เป็นกิจการเล็กๆ ในครัวเรือน จึงอาจจะมีสภาพเก่า เชย ไม่แตกต่างจากร้านสมัยโบราณ และมีคู่แข่งที่เป็นร้านสะดวกซื้อ ติดแอร์ เปิดตลอดวัน มาแข่งขัน

คำว่า โชห่วย ในความหมายของคนไทยคือ ร้านขายของชำ (แบบร้าน จีฉ่อย) สันนิษฐานว่ามาจากภาษาจีนเขียนว่า 粗货 ออกเสียงจีนกลางว่า "ชู ฮั่ว" ( ชู - 粗 หมายถึง ใหญ่ๆ หรือ หยาบ, ฮั่ว - 货 หมายถึง สินค้า, แปลรวมๆ หมายความว่า มีของขายเยอะแยะมากมาย) ในสำเนียงจีนฮกเกี้ยน ที่เป็นชาวจีนที่มาค้าขายรุ่นแรก ๆ ในไทย แถบปีนัง มาเลย์ และภูเก็ต ออกเสียงว่า โชฮ่วย หรือ ชุกห่วย คำว่าโชห่วย ยังออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า จับห่วย (雜貨) หรือ แป๊ะห่วย (百貨) ที่ใช้เรียกร้านขายของชำ ในสำเนียงแต้จิ๋ว ที่เป็นคนจีนจากเมืองแต้จิ๋วที่อพยพเข้ามาในไทยในช่วงสงคราม ในขณะที่ภาษากวางตุ้งจะอกเสียงว่า จับฟอ ขณะที่ อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล แห่งคณะอักษรศาสตร์๋ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สันนิษฐานว่าคำนี้มาจากการผสมคำระหว่างคำว่า "Show" ในภาษาอังกฤษ กับคำว่า "ห่วย" ซึ่งหมายถึง แย่, เลว, ไม่ดี ในภาษาไทย แล้วเผอิญเสียงไปพ้องกับภาษาฮกเกี้ยนมากกว่า

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ได้กล่าวถึงแผนการเปลี่ยนชื่อเรียกจากคำว่าโชห่วยมาเป็นโชสวย โดยระบุว่าคนในปัจจุบันไม่ทราบแล้วว่าโชห่วยมีความหมายว่าอะไร การเรียกเช่นนี้จะทำให้คนเข้าใจว่าโชห่วยหมายความว่าเป็นร้านที่จัดโชว์สินค้าห่วย ไม่มีความสวยงาม และมีแผนในการให้กู้สินเชื่อเพื่อให้นำมาปรับปรุงร้านค้าให้มีความสวยงามมากขึ้นเพื่อให้ตรงตามคำใหม่ที่แปลว่าโชว์สวยงาม
( ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

“ณัฐวุฒิ” ไอเดียกระฉูด สั่งจัดแคมเปญเปลี่ยนชื่อร้านโชวห่วย 4 แสนรายทั่วประเทศ เป็นร้านโชสวย เหตุชื่อเดิมไม่เป็นมงคล คนรุ่นใหม่คิดว่าไม่สะดวก ไม่สบาย ดึงสมาคมค้าปลีก สหกรณ์ ร่วมวางแผนพัฒนา มั่นใจไปได้โลด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเปิดงานเชื่อมโยงธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยและธุรกิจสหกรณ์ วานนี้ (7 มี.ค.) ว่า ได้หารือกับสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย และสหกรณ์ทั่วประเทศ ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะร่วมมือกันในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของประเทศ โดยเฉพาะร้านโชวห่วยที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 4 แสนรายให้มีการพัฒนาและสามารถแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านสะดวกซื้อให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นจะผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อจากร้านโชวห่วยเป็นร้านโชสวย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำชื่อให้เป็นมงคล “เมื่อพูดถึงโชวห่วย ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มักจะเข้าใจว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ค่อยสะดวก ไม่สบาย แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นร้านโชสวย แล้วปรับปรุงหน้าร้าน ชั้นวาง รูปแบบการบริหารจัดการ ก็จะทำให้ดูดีขึ้นตามชื่อ คนก็จะมั่นใจในการเข้ามาซื้อหาสินค้า ซึ่งจะเริ่มทำทันที โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว มีอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธาน มีสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย มีสหกรณ์เข้ามาร่วมหารือกำหนดรูปแบบการสนับสนุน” นายณัฐวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ รูปแบบในการผลักดันร้านโชสวยดังกล่าวจะมีการพิจารณาจัดทำรูปแบบร้านค้าขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ และจะเข้าไปจัดการฝึกอบรมผู้ประกอบการให้มีการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งช่วยประสานผู้ผลิต และสหกรณ์ให้เข้ามามีส่วนช่วยในการสนับสนุนสินค้าราคาถูกให้ จากนั้นจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจัดทำแคมเปญผลักดันให้ประชาชนยอมรับร้านโชสวย อย่างไรก็ตาม คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นนี้ นอกจากจะหารือถึงแผนการผลักดันร้านโชวห่วยเป็นร้านโชสวยแล้ว ยังจะหารือถึงการสนับสนุนด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาร้านค้า โดยจะประสานไปยังธนาคารของรัฐเพื่อสนับสนุนด้านเงินกู้ให้ด้วย ทั้งนี้คำว่าโชวห่วย เป็นคำที่มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน สำหรับเรียกร้านขายของชำ สะดวกซื้อ สารพัดสิ่ง ที่มักมีลักษณะอยู่ในตึกแถวหนึ่งห้อง โดยมากเป็นกิจการเล็กๆ กิจการในครัวเรือน สร้างรายรับเล็กๆ น้อยๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันลดน้อยลงไปมาก เพราะความที่เป็นกิจการเล็กๆ ในครัวเรือน จึงอาจจะมีสภาพเก่า เชย ไม่แตกต่างจากร้านสมัยโบราณ และมีคู่แข่งที่เป็นร้านสะดวกซื้อ ติดแอร์ เปิดตลอดวันมาแข่งขัน
(ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000028495)

ครับ ก็นำแนวความคิดของท่านรัฐมนตรีของประเทศไทยมาให้ท่านพิจารณาดูว่าท่านเหล่านั้นได้ใช้ความรู้ความสามารถของท่านมาช่วยเหลือพัฒนาประเทศชาติของเราจนสุดสติกำลังและปัญญาแล้ว แต่ก็ทำได้เท่่านี้เองครับ ซึ่งคงจะต้องรบกวนประชาชนคนไทยช่วยเหลือตัวเองต่อไปในเรื่องทุกเรื่องนะครับ คิดเสียว่าเป็นกรรมที่เราจะต้องชดใช้ต่อไปในชาตินี้

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -