บทความยอดนิยม

Archive for กรกฎาคม 2012

ความถูกต้อง ?

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์
“ความถูกต้อง” เป็นสิ่งที่ผู้คนในสังคมพากันกล่าวอ้างถึง เมื่อต้องการที่จะกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้อยู่แก่ใจกันโดยสามัญสำนึกทั่วไปดีว่า “ไม่ถูกต้อง” อาจจะหมายถึงทั้งในแง่ “ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” และ  “ไม่ถูกต้องตามคุณธรรม” แต่ก็ยังดึงดันที่จะกระทำ และเพื่อให้ความต้องการของตนบรรลุถึงจุดประสงค์ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรฐานของ “ความถูกต้อง” ขึ้นมาเสียใหม่ และในกระบวนการเช่นนี้จึงจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการกล่าวหากระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในขณะนั้นว่าบิดเบือนหรือตกอยู่ใต้อำนาจมืดบางประการทำให้สังคม(ของฝ่ายตน)ไม่ได้รับความเป็นธรรม
เคยมีคำกล่าวไว้ว่า “ความยุติธรรม คือ คำตัดสินที่เอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายตนในทุกกรณี โดยไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาให้ความสำคัญกับความถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น” 
 ในบ้านเมืองของเรา ประชาชนผู้ยากไร้ ดำรงชีวิตคงอยู่คู่กับความอยุติธรรมมาโดยตลอด
  • ทั้งจากอำนาจรัฐโดยตรง ผ่านทางการออกกฎหมายที่มีผลมาบังคับใช้อย่างไม่เท่าทียมกัน 
  • ทั้งจากข้าราชการผู้แสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ 
  • ทั้งจากข้าราชการการเมืองที่อาศัยประชาชนเป็นเศษดินเพื่อปูเส้นทางเหยียบเดินไปสู่อำนาจในการบริหารปกครองประเทศ
  • ทั้งจากพ่อค้า นายทุน ผู้กดขี่ขูดรีดแรงงานและผลประโยชน์ของประชาชนไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด  
หัวใจของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงตามเจตนารมณ์ของประชาชนนั้น “อำนาจในการบริหารปกครองประเทศ ควรมีบางส่วนหลงเหลืออยู่ในมือประชาชนบ้าง” 
แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างถึงการถ่วงดุลย์ในการบริหารปกครองประเทศด้วย อำนาจทั้ง 3 อันได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางระบบรัฐสภา อำนาจบริหารผ่านทางคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการผ่านทางกระบวนการยุติธรรม แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนมิได้มีส่วนในการตัดสินใจใดๆ เลยแม้แต่ประการเดียวต้องก้มหัวยอมรับในการตัดสินใจของทั้ง 3 สถาบันโดยไม่อาจหลีกลี่ยงได้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ตามที 

ในโลกของความเป็นจริงนั้นรู้กันดีว่าอำนาจบริหารกับอำนาจนิติบัญญัตินั้นแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในแนวทางการปฏิบัติ เพียงแต่อาศัยกระบวนการอันแยบยลทางกฎหมายมาทำให้ดูเหมือนแตกต่างกัน 

 ขณะเดียวกัน องค์กรอิสระต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบผู้บริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ก็มีกระบวนการสรรหาคณะกรรมการที่ต้องผ่านทางระบบรัฐสภา จนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คณะกรรมการดังกล่าวก็คือกลไกส่วนหนึ่งของผู้บริหารในขณะนั้นนั่นเอง 

 วิถีทางของประชาธิปไตยในบ้านเราซับซ้อนกว่าที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมากมายนัก แม้จะเพิ่มจำนวนมาตราขึ้นเป็น 5 พันมาตราก็ไม่อาจสกัดกั้นการแสวงหาผลประโยชน์ในทางการเมืองได้ แม้จะเพิ่มมาตรการตรวจสอบเป็นตาข่ายละเอียดยิบปานใดก็ไม่อาจสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีของผู้แสวงหาผลประโยชน์ได้เช่นกัน 

ศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรมต่างหากเป็นสิ่งที่ควรกำหนดไว้ว่า นักการเมืองทุกคนควรจะมี เพราะตราบใดที่นักการเมืองยังคงปราศจากความละอายแก่ใจในสิ่งเลวร้ายที่ตนกระทำลงไป สังคมก็ไม่มีวันสงบสุข บ้านเมืองก็ไม่มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกกว่านี้ 

ตำราเรียนควรจะได้รับการแก้ไขให้คนในบ้านเมืองได้รับรู้ว่า ประวัติศาสตร์ไม่มีหนทางที่จะถูกบิดเบือนไปเช่นดังอดีตกาลอีกแล้ว เพราะประชาชนมีโอกาสที่จะไดรับรู้ข่าวสารได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แม้ว่าข่าวสารบางอย่างจะถูกบิดเบือนไปบ้าง 
แต่ด้วยวิจารณญานของผู้คน ก็ควรจะมองเห็นความจริงที่ถูกซ่อนเร้นได้ไม่ยากนัก หากมีเจตนาจะเปิดรับความจริงนั้น โดยไม่เพ้อฝันไปกับจินตนาการที่ถูกยัดเยียดใส่เข้ามาในสมองที่ว่างเปล่า

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -