บทความยอดนิยม

Archive for มกราคม 2012

ประชาคมอาเซียน

By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์




กฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อารัมภบท
เรา บรรดาประชาชนของรัฐสมาชิกของสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยมีประมุขรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลของบรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สหภาพพม่า สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นผู้แทน
รับทราบด้วยความพึงพอใจในความสำเร็จอย่างสูงและการขยายตัวของอาเซียนนับตั้งแต่มีการก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานครด้วยการประกาศใช้ปฏิญญาอาเซียน
ระลึกถึงการตัดสินใจจัดทำกฎบัตรอาเซียน ตามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยการจัดทำกฎบัตรอาเซียน และปฏิญญาเซบูว่าด้วยแผนแม่บทของกฎบัตรอาเซียน
ตระหนักถึงการมีผลประโยชน์ร่วมกันและการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างประชาชนและรัฐสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความผูกพันกันทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนมีวัตถุประสงค์เดียวกันและชะตาร่วมกัน
ได้รับแรงบันดาลใจและรวมกันภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน อัตลักษณ์เดียวกัน และประชาคมที่มีความเอื้ออาทรเดียวกัน รวมกันด้วยความปรารถนาเดียวกันและเจตจำนงร่วมกันที่จะดำรงอยู่ในภูมิภาคแห่งสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพที่ถาวร มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มีความมั่งคั่งและความก้าวหน้าทางสังคมร่วมกัน และที่จะส่งเสริมผลประโยชน์อุดมการณ์ และความมุ่งมาดปรารถนาที่สำคัญของเรา
เคารพความสำคัญพื้นฐานของมิตรภาพและความร่วมมือ และหลักการแห่งอธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกัน ฉันทามติและเอกภาพในความหลากหลาย
ยึดมั่นในหลักการแห่งประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล การเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตกลงใจที่จะทำให้แน่ใจถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของประชาชนรุ่นปัจจุบันและอนาคต และ ตั้งมั่นให้ความเป็นอยู่ที่ดี การดำรงชีวิตและสวัสดิการของประชาชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน
เชื่อมั่นในความจำเป็นที่จะกระชับสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในระดับภูมิภาค เพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่มีความเหนียวแน่นทางการเมือง การรวมตัวทางเศรษฐกิจ และมีความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อที่จะตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อความท้าทายและโอกาสในปัจจุบันและอนาคต
ผูกพันที่จะเร่งสร้างประชาคมโดยผ่านความร่วมมือและการรวมตัวในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย ประชาคมความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาบาหลีว่าด้วยข้อตกลงอาเซียนฉบับที่ 2
ในการนี้ จึงตกลงที่จะจัดทำกรอบทางกฎหมายและทางสถาบันของอาเซียนโดยกฎบัตรนี้
และเพื่อการนี้ ประมุขรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลของรัฐสมาชิกอาเซียน ซึ่งมาประชุมกันที่สิงคโปร์ ในวาระประวัติศาสตร์ครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้งอาเซียน ได้เห็นชอบกับกฎบัตรอาเซียนนี้


หมวดที่ 1 
ความมุ่งประสงค์และหลักการ 
ข้อ 1 
ความมุ่งประสงค์ 

ความมุ่งประสงค์ของอาเซียนคือ
  1. เพื่อธำรงรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพ กับทั้งเสริมสร้างคุณค่าทางสันติภาพในภูมิภาคให้มากขึ้น 
  2. เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวยืดหยุ่นสู่สภาวะปกติของภูมิภาคโดยการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 
  3. เพื่อธำรงรักษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์และปราศจากอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอื่นๆ ทุกชนิด 
  4. เพื่อทำให้แน่ใจว่าประชาชนและรัฐสมาชิกของอาเซียนอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้โดยสันติในสภาวะที่เป็นธรรม มีประชาธิปไตยและและมีความปรองดองกัน 
  5. เพื่อสร้างตลาดและฐานการผลิตเดียวที่มีเสถียรภาพ มั่งคั่ง มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจซึ่งมีการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า บริการและการลงทุน การเคลื่อนย้ายที่ได้รับความสะดวกของนักธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้มีความสามารถพิเศษและแรงงานและการเคลื่อนย้ายอย่างเสรียิ่งขึ้นของเงินทุน 
  6. เพื่อบรรเทาความยากจนและลดช่องว่างการพัฒนาภายในอาเซียนโดยผ่านความช่วยเหลือซึ่งกันและกันและความร่วมมือ 
  7. เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย เพิ่มพูนธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรม ตลอดจนส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยคำนึงถึงสิทธิและหน้าที่ของรัฐสมาชิกของอาเซียน 
  8. เพื่อตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักความมั่นคงที่ครอบคลุมในทุกมิติ ต่อสิ่งท้าทายทุกรูปแบบ อาชญากรรมข้ามชาติ และสิ่งท้าทายข้ามพรมแดนอื่นๆ 
  9. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อทำให้แน่ใจว่า ในภูมิภาคมีการคุ้มครองสภาพแวดล้อม ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน 
  10. เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยผ่านความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างพลังประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งแห่งประชาคมอาเซียน 
  11. เพื่อเพิ่มพูนความเป็นอยู่ที่ดีและการดำรงชีวิตของประชาชนอาเซียนด้วยการให้ประชาชนมีโอกาสที่ทัดเทียมกันในการเข้าถึงการพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคม และความยุติธรรม 
  12. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มั่นคง และปราศจากยาเสพติด สำหรับประชาชนของอาเซียน 
  13. เพื่อส่งเสริมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งทุกภาคส่วนของสังคมได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์จากกระบวนการรวมตัวและการสร้างประชาคมของอาเซียน 
  14. เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียนโดยผ่านการส่งเสริมความสำนึกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมรดกของภูมิภาคยิ่งขึ้น และ 
  15. เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นศูนย์รวมและบทบาทเชิงรุกของอาเซียนในฐานะพลังขับเคลื่อนหลักในความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับหุ้นส่วนนอกภูมิภาค ในภาพแบบของภูมิภาคที่เปิดกว้าง โปร่งใส และไม่ปิดกั้น 


ทำ ณ สิงคโปร์ วันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 เป็นภาษาอังกฤษฉบับเดียว


ภาคผนวก 3 
ธงอาเซียน 
ภาพ 



ธงอาเซียนแสดงถึงเสถียรภาพ สันติภาพ ความสามัคคีและพลวัตของอาเซียน
สีของธง ได้แก่ น้ำเงิน แดง ขาว และเหลือง ซึ่งแสดงถึงสีหลักในธงชาติของบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด
น้ำเงิน แสดงถึงสันติภาพและเสถียรภาพ
แดง บ่งชี้ความกล้าหาญและความก้าวหน้า
ขาว แสดงความบริสุทธิ์
เหลือง เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง
รวงข้าว แสดงถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาผู้ก่อตั้งอาเซียนให้มีอาเซียนที่ประกอบด้วยบรรดาประเทศทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผูกพันกันอย่างมีมิตรภาพและ เป็นหนึ่งเดียว
วงกลม แสดงถึงเอกภาพของอาเซียน

รายละเอียดของแถบสีที่ได้รับการรับรองสำหรับสีของธงอาเซียน ได้แก่
น้ำเงิน: แถบสี 19-4053 TC
แดง: แถบสี 18-1655 TC
ขาว: แถบสี 11-4202 TC
เหลือง: แถบสี 13-0758 TC
สำหรับสีที่ใช้ในการพิมพ์ รายละเอียดของแถบสี (ยกเว้นสีขาว) ให้เป็นไปตามสี ของดวงตราอาเซียน ได้แก่
น้ำเงิน: แถบสี 258 หรือสีชุด 100C 60M 0Y 6K
แดง: แถบสี แดง 032 หรือสีชุด0C 91M 87Y 0K
เหลือง: แถบสีชุดสีเหลืองหรือสีชุด 0C 0M 100Y 0K

สัดส่วนของความกว้างต่อความยาวของธงคือสองต่อสาม และรายละเอียดของ ขนาดของธงมีดังนี้
ธงตั้งโต๊ะ: 10 ซม. x 15 ซม.
ธงประดับห้อง: 100 ซม. x 150 ซม.
ธงประจำรถ: 10 ซม. x 30 ซม.
ธงภาคสนาม: 200 ซม. x ซม.

 ภาคผนวก 4 
ดวงตราอาเซียน 
ภาพ 



ดวงตราอาเซียนแสดงถึงเสถียรภาพ สันติภาพ ความสามัคคีและพลวัตของอาเซียน
สีของธง ได้แก่ น้ำเงิน แดง ขาว และเหลือง ซึ่งแสดงถึงสีหลักในตราประจำชาติของบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด
น้ำเงิน แสดงถึงสันติภาพและเสถียรภาพ
แดง บ่งชี้ความกล้าหาญและความก้าวหน้า
ขาว แสดงความบริสุทธ์ เหลือง เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง
รวงข้าว แสดงถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาผู้ก่อตั้งอาเซียนให้มีอาเซียนที่ประกอบด้วยบรรดาประเทศทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผูกพันกันอย่างมีมิตรภาพและเป็นหนึ่งเดียว
วงกลม แสดงถึงเอกภาพของอาเซียน

รายละเอียดของแถบสีที่ได้รับการรับรองสำหรับสีของดวงตราอาเซียน ได้แก่
น้ำเงิน: แถบสี 258
แดง: แถบสีแดง 032
เหลือง: แถบสีผสมแล้วสีเหลือง
สำหรับกระบวนการพิมพ์แบบสี่สี รายละเอียดของสีจะเป็น
น้ำเงิน: 100C 60M 0Y 6K (100C 60M 0Y 10K)
แดง: 0C 91M 87Y 0K (0C 90M 90Y 0K)
เหลือง: 0C 0M 100Y 0K
ให้ใช้รายละเอียดที่อยู่ในวงเล็บเมื่อการวัดใดๆ ของสีชุดนั้น ไม่สามารถทำได้ ในตัวจำลองแถบสีชุด ให้รายละเอียดเท่ากับ
น้ำเงิน: แถบสี 204-1
แดง: แถบสี 60-1
เหลือง: แถบสี 1-3
รูปแบบตัวอักษรที่ใช้สำหรับคำว่า “อาเซียน” ในดวงตราอาเซียนคือ Helvetica ตัวเล็ก หนา


เนื่องจากเนื้อหาของกฎบัตรนี้มีอยู่ 13 หมวด รวม 55 ข้อ กับภาคผนวกอีก 4 วันนี้นำมาลงไว้เพียง 1 ข้อ กับภาคผนวก 2 ภาคสุดท้ายเท่านั้น จึงยังไม่ถึงเวลาวิเคราะห์วิจารณ์ แต่จะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนำมาลงไว้ให้ศึกษาเสียก่อนอย่างรอบด้าน แล้วค่อยมามองกันให้ทั่วถึง ทั้งด้านกว้างทางลึกอีกทีว่า เรา ประชาชนคนไทยที่เดินดินโดยทั่วไป ได้ประโยชน์อะไร? จาก ประชาคมอาเซียน
By : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.55 ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.มีมติจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง โดยเสียชีวิต รัฐบาลให้ 4,500,000 บาท เงินเยียวยาความรู้สึกครอบครัว 3,000,000 บาท และเงินปลงศพ 250,000 บาท โดยรวมประมาณ 7.75 ล้านบาท 

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะอนุกรรมการด้านการเยียวยาทางแพ่ง ซึ่งเป็นการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยเป็นประธาน แถลงว่า สำหรับการเยียวยาทางด้านการเงินจะต้องใช้หลักการและมาตรการที่มีความเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ ไม่ยึดติดกับหลักเกณฑ์ที่ทำมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการช่วยเหลือเยียวยาหลักเกณฑ์เรื่องความเสียหายตามปกติ หรือกรณีภัยพิบัติในปกติ จะต้องมีการเยียวยาทุกมิติ ทั้งด้านจิตใจ ค่าเสียโอกาส ให้กับทุกฝ่าย

 นอกจากกรณีผู้เสียชีวิตที่ได้ 4.5 ล้านบาท แล้วยังมี "เงินชดเชยเยียวยาความสูญเสียทางด้านจิตใจ" อีก 3 ล้านบาท ซึ่งหากมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบกันแล้ว ควรจะตั้งสติกันให้ดีก่อนจะมีการออกมาให้สัมภาษณ์เอาใจพวกพ้องอย่างน่าเกลียด เพราะประชาชนทั้งประเทศก็เจ็บปวดในหัวใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอยู่ในข่ายที่จะต้องได้รับการเยียวยาทางจิตใจด้วยเช่นกัน

พี่น้องประชาชนในภาคใต้เราดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง หลายคนที่ญาติพี่น้องต้องสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ พระภิกษุสงฆ์ เด็กนักเรียน ครูบาอาจารย์ ชาวบ้านร้านช่องโดยทั่วไปซึ่งอยู่ในสภาวะ ต้องพร้อมที่จะตาย ได้ทุกเวลา โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่เงินชดเชยเยียวยาที่ได้รับจากภาครัฐนั้นน้อยนิดจนแทบไม่มีมีค่า ทั้งๆ ที่ทุกชีวิตนั้นไม่ได้เข้ามาร่วมต่อสู้ในทางการเมืองใดๆ สักเรื่อง ต้องการเพียงมีชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวและประกอบสัมมาอาชีพโดยไร้พิษภัย

ความแตกต่างมีเพียงแค่ว่าทุกชีวิตที่สูญเสียไปโดยไร้เหตุผลเหล่านี้ ไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้กับนักการเมืองหรือนายทุนบางพวกเท่านั้นเอง เป็นเพียงแต่ผู้เคราะห์ร้าย ตามความหมายในทางการเมือง


ในหน้าหนังสือพิมพ์อาจจะเคยอ่านข่าวพบความตายหลากหลายรูปแบบว่า
พลเมืองดีถูกแทงเสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยคนถูกล้วงกระเป๋า
ชาวบ้านเดินอยู่บนถนนแล้วมีรถเมล์เบรคแตกมาเหยียบตาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกรถชนตายคาด่านตรวจ
คนป่วยถูกแพทย์ละเลยปฏิเสธการรักษาพยาบาล
ชาวบ้านร้องเรียนถูกนายทุนยึดที่ทำกิน ศาลไม่รับฟ้อง
หลากหลายเรื่องราวเหล่านี้ควรจะให้ความสำคัญมากกว่าการต่อสู้ทางการเมืองของคนบางคนที่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น แล้วอาศัยประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อยึดประเทศนี้

จะมีอาชีพใหม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต นั่นก็คืออาชีพรับจ้างเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งการชุมนุมในอนาคตนั้นไม่ต้องเป็นห่วงถึงผลสัมฤทธิ์ของการชุมนุมอีกต่อไปแล้ว สามารถใช้มาตรการรุนแรง ก้าวร้าว ยั่วยุให้มีการสลายการชุมนุมของภาครัฐโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรก็มีการจ่ายเงินชดเชยและเยียวยาทางจิตใจอยู่แล้วในตอนจบ 

บ้านเมืองเราคงจะมีกระประท้วงและกระทบกระทั่งทางการเมืองหนักข้อรุนแรงยิ่งขึ้นและบ่อยครั้งมากขึ้น เพราะผู้นำรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินชดเชยส่วนใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลจึงมีแต่ได้กับได้ ฝ่ายสนับสนุนก็มีแต่ได้กับได้ ฝ่ายค้านหรือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็ยังมีโอกาสได้คืนมาบ้างตามกฎหมาย ฝ่ายเสียหายเต็มร้อยก็คือประเทศชาติอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะนานมาแล้วที่ประเทศชาติของเราไม่ได้พูดอะไรออกมา

เหมือนกับตัวเราที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร? แล้วก็พูดทำไม?
เพราะนักการเมืองบ้านเรานั้นเลิศเลออยู่เหนือกว่าคำว่า "สามัญสำนึก" 

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -