บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555


เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี จากนั้น นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงมติครม. ซึ่งเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความสนใจคือ เรื่อง แนวทางการดำเนินโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ (Thailand Privilege Card)

คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องด้านการเงินของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน 2555 โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเร่งทำแผนระยะเร่งด่วนและระยะปานกลางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ของบริษัทฯ รวมทั้งการจัดทำแผนธุรกิจในเชิงลึกด้านการเงิน การตลาด และการบริหารจัดการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

ข้อมูลจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1340705152&grpid=&catid=01&subcatid=010


สำหรับโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ (Thailand Privilege Card) เริ่มต้นในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดสรรงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับจัดตั้ง บริษัทไทยแลนด์พริวิเลจการ์ด จำกัด (Thailand Privilege Card Co.Ltd. มีชื่อย่อว่า "TPC") โดยให้บริษัทนี้เป็นบริษัทลูกของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดำเนินธุรกิจขายบัตรที่เรียกว่า Thailand Elite Card เรียกเป็นภาษาไทยว่า "อีลิทการ์ด" หรือ "บัตรอีลิท") ให้คนต่างชาติที่ไม่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย ในราคาใบละ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 750,000 บาท สำหรับเอกชน และ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 150,000 บาท สำหรับบรรษัทหรือนิติบุคคล บัตรส่วนบุคคลมีอายุตลอดชีวิตและโอนให้ผู้รับช่วงได้หนึ่งครั้ง ส่วนบัตรบรรษัทมีอายุใช้การได้ 30 ปี

สมาชิกอีลิทการ์ด ไม่ให้สิทธิแก่คนไทย และคนต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย แต่หวังที่จะได้สมาชิกกลุ่มใหญ่จากการขายบัตรให้นักท่องเที่ยวชั้นสูง เศรษฐีเจ้าสำราญ นักธุรกิจระดับสูง และนักลงทุนข้ามชาติ


1.2 สวรรค์ในไทย

จากคำโฆษณาของรัฐบาลและบริษัท TPC ผ่านสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ของบริษัท (www.Thailandelite.com ) คนทั่วไปที่รับทราบคงจะรู้สึกว่า บัตรวิเศษนี้มีคุณค่ามากกว่าเงินจะซื้อได้ (ตามคำโฆษณาหาสมาชิกในเว็บของบริษัท) เพราะว่าสมาชิกนอกจากจะได้รับเกียรติว่าเป็น “friends of Thailand” (มิตรของประเทศไทย) แล้ว ยังได้สิทธิพิเศษและอภิสิทธิ์เป็นอันมาก กล่าวโดยย่อมีดังนี้

1.2.1 สมาชิกผู้ถือบัตรอีลิทและคู่สมรส จะได้สิทธิพิเศษหรืออภิสิทธิ์ในเรื่องการเข้า-ออกประเทศ มีวีซ่าเข้า-ออกประเทศชนิด multiple entry visa ซึ่งเข้าออกประเทศไทย ตลอดหลายครั้งได้ภายใน 5 ปี การผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางที่สนามบินโดยมีช่องผ่านด่วน (fast tract) รับบริการเป็นพิเศษ ที่หน้าเคาน์เตอร์จะมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษตัวใหญ่ว่า “Thailand/Elite” ทั้งขาเข้าและขาออกจะมีพนักงานสาวสวยแต่งชุดไทย ให้บริการต้อนรับหรือส่งแขกด้วยอัธยาศัยไมตรี และมารยาทที่ดีของกุลสตรีไทย จะใช้ห้อง VIP หรือไม่ก็ได้ตามความประสงค์ ระหว่างสนามบินกับที่พัก (บ้านหรือโรงแรม) จะมี limousine คันสวยหรูรับส่ง บริการต่างๆ จะดีกว่า VIP ธรรมดา ถ้าจะเดินทางไปยังจังหวัดใหญ่ๆ ของไทย เช่น เชียงใหม่ หรือภูเก็ต ก็จะได้รับบริการที่สนามบินทำนองเดียวกับที่กรุงเทพฯ และซื้อตั๋วโดยสารของบริษัทการบินไทยโดยได้รับส่วนลด 20%

1.2.2 ถ้าสมาชิกบัตรอีลิทจะอยู่ในประเทศไทยเพื่อแสวงหาความสำราญ พวกเขามีสิทธิพิเศษในการใช้สนามกอล์ฟ สปา และสโมสรชั้นยอด ที่เป็นภาคีกับบริษัท TPC โดยสามารถใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประเภทละ 24 ครั้ง

1.2.3 ถ้าจะทำธุรกิจ บริษัทสัญญาว่าจะบริการความสะดวกในการติดต่อ เพื่อให้ได้รับสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขออนุญาตการทำงาน ใบขับขี่ และตรวจสุขภาพ สมาชิกได้สิทธิตรวจสุขภาพประจำตัวฟรีปีละครั้ง ที่โรงพยาบาลชั้นเยี่ยมของประเทศ ได้สิทธิในการรักษาพยาบาล โดยได้รับส่วนลดพิเศษ นอกจากนั้นบริษัท TPC ยังประกันอุบัติเหตุให้สมาชิกในวงเงิน 2,000,000 บาท อีกด้วย

1.2.4 อภิสิทธิ์อย่างหนึ่งที่โครงการนี้เสนอให้สมาชิกซึ่งมีปัญหามาตั้งแต่ต้นคือ เรื่องการถือครองหรือการมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทย ซึ่งมีเนื้อที่ถึง 10 ไร่ เผอิญเรื่องนี้คนต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในเอกสารโฆษณาขายบัตรของบริษัท อาจจะไม่ระบุชัดว่าจะได้สิทธิครอบครองหรือได้กรรมสิทธิ์ (เช่นใช้คำว่า “The company has a policy to give to the member certain privileges equivalent or close to the rights acquire and use a land …”) แต่ตัวแทนโฆษณาขายบัตรมักจะใช้ข้อนี้แนะเชิงหลอกให้ลูกค้าซื้อบัตร เมื่อถึงเวลาปฏิบัติ คำมั่นสัญญาที่ทำกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หรือด้วยวาจาอย่างดิ้นได้นั้น จะทำได้จริงก็ต่อเมื่อแก้กฎหมายและกฎกระทรวงบางมาตราและบางข้อเสียก่อน คนต่างชาติที่ซื้อบัตรอีลิทส่วนหนึ่งเชื่อตามคำคุยโวของ “คนรักทักษิณ” แต่ไม่นานพวกเขาก็รู้ว่าถูกหลอก ผู้ที่อยากได้ที่ดินจริงๆ ต้องหาทางเลี่ยงกฎหมายไปใช้บริการของบริษัทลูกที่มีสัญชาติไทย ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแทน

แต่ความจริงโครงการนี้ส่อให้เห็นถึงความไม่บริสุทธิ์มาตั้งแต่ต้น กล่าวโดยย่อคือ
  • ประการแรก ผู้ริเริ่มโครงการนี้ คิดหาทางรวยลัด ถึงแม้บริษัท TPC ยังตั้งตัวไม่ติด พวกเขาก็คิดจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาหากินกับโครงการนี้กันแล้ว นั่นคือ จัดตั้งบริษัท Thailand Elite Assets และ Thailand Elite Property ขึ้นมา เพื่อเตรียมตัวทำธุรกิจเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์แทนสมาชิกอีลิทการ์ด 
  • ประการที่สอง การตั้งตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิทในต่างประเทศนั้น (ซึ่งมีประมาณ 18 บริษัทเมื่อปลายปี 2006 เช่น Aktiv, King Power, Grand Elite, ET Card, Elite Plus, Patco, Uni Quness� - - - ดูใน ผู้จัดการรายสัปดาห์ 19 มกราคม 2552) ปรากฏว่าหลายบริษัทที่เจ้าของเป็นเครือญาติหรือสหายสนิทของทักษิณ ตัวแทนจำหน่ายบัตรอีลิทเหล่านั้น มีรายได้จากการขายบัตรรายละ 300,000 บาท นั่นเป็นเครื่องล่อใจที่มีน้ำหนักมากพอที่พวกเขาจะหาวิธีฉ้อฉลหรือหลอกลวงให้คนซื้อบัตร โดยการพูดจาหว่านล้อมหรือขยายความเกินความจริงเกี่ยวกับคุณค่าของบัตร ตลอดจนขายบัตรให้ผู้มีอิทธิพล หรือคนที่มีธุรกิจสีเทาในประเทศไทย 
  • ประการที่สาม โครงการนี้มีแผนงานสร้างเครือข่ายบริการสมาชิกต่างชาติทั่วประเทศ ทั้งในอาณาบริเวณกรุงเทพฯ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ โรงแรม สนามกอล์ฟ สปา โรงพยาบาล ฯลฯ เป็นเครือข่ายที่บริษัท TPC จะต้องเอามาเป็นพันธมิตรหรือภาคีในการทำธุรกิจบริการ การคิดค่าบริการ การจ่ายเป็นค่าบริการล่วงหน้า การทำสัญญาให้ใครได้ประโยชน์เป็นพิเศษต่างๆ นาๆ เหล่านี้ มีหรือที่นักธุรกิจพันธุ์ทักษิณจะไม่ตาโต หรือมองไม่เห็นผลประโยชน์ส่วนตัว สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือเม็ดเงิน สิ่งที่พวกเขาชี้ให้คนอื่นดูคือวิมานบนสวรรค์........
บางส่วนของบทความ ชำแหละอีลิทการ์ดของทักษิณ ชินวัตร โดย ธีระวิทย์
ข้อมูลจาก  http://www.thaiworld.org/th/include/answer_search.php?


หากนำมาพิจารณาเฉพาะในบางกรณี เช่นการให้ผลประโยชน์ที่เป็นสิทธิพิเศษหรืออภิสิทธิ์แก่ผู้ซื้อบัตรเป็นเวลานาน สิทธิบางอย่างนั้นมึความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับอำนาจอธิปไตยของรัฐ ซึ่งจะทำการซื้อขายมิได้  เช่น ที่ดิน ภูเขา แม่น้ำ ชายหาด ฯลฯ  รวมไปถึงการเข้าไปดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในสถานที่ที่
  • มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
  • มีผลกระทบต่อชุมชนหรือความรู้สึกของประชาชนโดยรวม
  • มีผลกระทบต่อขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทย 
  • เป็นการแบ่งแยกกำหนดความแตกต่างระหว่างชนชั้นอย่างชัดเจน
  • ประชาชนในประเทศจะมีรายได้จากงานบริการเพียงเท่านั้น ในขณะที่นายทุนจะพากันร่ำรวยจากธุรกิจที่เกิดขึ้นโดยอาศัยกลไกภาครัฐเป็นตัวช่วย
  • เสี่ยงต่อการสูญเสียซึ่งอธิปไตยของรัฐและความเป็นธรรมในทางสังคม
มีข้อข้องใจอีกมากที่ต้องไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม เนื่องจากตัวบริษัทนี้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผิดไปจากเมื่อตอนเริ่มก่อตั้งมากมาย จนคาดเดาไม่ถูกว่า เรื่องใดจริง เรื่องใดเท็จ และ ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ที่ใด แม้ว่าจะเป็นบริษัทลูกของ หน่วยงานภาครัฐก็ตาม นั่นบ่งบอกถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานอย่างแน่นอน



ข่าวล่าสุด เมื่อ 12 พฤจิกายน 2555 เวลา 0900 ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปผลการประชุมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิกพิเศษต่อไปตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญกาการขาดสภาพคล่องด้านการเงินของ Thailand Privilege Card Company Limited ในช่วงเวลาการขายบัตรสมาชิกใหม่ จำนวน 100 ล้านบาทนั้น ให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ผลผลิตการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านตลาด รายการค่าใช้จ่ายในการชำระค่าหุ้น Thailand Privilege Card Company Limited ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ จำนวน 500 ล้านบาท

ก็เป็นอันว่าโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการต่อตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเอาประเทศไทยเป็นตัวประกันเช่นเดิม และแน่นอนว่า บรรดานายทุนที่ทำการกว้านซื้อที่ดินกักตุนเอาไว้ก็จะมีโอกาสทำกำไรจากโครงการนี้แบบไม่มีขีดจำกัด บรรดากิจการ ห้างร้านในเครือข่ายที่วางเอาไว้ก็จะเริ่มสานต่อนโยบายได้ในทันที ซึ่งการลงทุนนั้นได้กระทำไปแล้วด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน ส่วนพวกตนก็จะมีแต่รอรับผลกำไรที่จะติดตามมาเท่านั้นเอง

ประเทศชาติจะฉิบหายอย่างไร ไม่สนใจ
ตนและพวกพ้องก็จะกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลโดยไม่ต้องลงทุน
ประชาชนบางส่วนก็จะแหงนหน้ารอรับเศษเนื้ออยู่เช่นเคย โดยไม่มีการตั้งคำถาม

และนี่เป็นเพียง 1 ในจำนวนโครงการมากมายที่เก็บงำไว้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์
ด้วยการรุกคืบในด้านการออกกฎหมายมาบังคับใช้โดยรัฐสภา
ด้วยการอนุมัติโครงการแบบลับๆ โดยคณะรัฐมนตรี
ด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกไปจากเรื่องที่พวกตนกำลังเร่งผลักดัน
ด้วยการปันส่วนเศษอาหารให้กับประชาชนบางส่วนเพื่อเป็นเกราะป้องกันจากฝ่ายต่อต้าน
และรีบเร่งผลักดันโครงการเพื่ออนุมัติเงินออกมาก่อนที่จะมีการปฏิวัติ

เพราะยังเชื่อมั่นใน 14 ล้านเสียงแบบครึ่งต่อครึ่งว่าจะป้องกันการปฏิวัติได้
เพราะไม่แน่ใจในประชาชน  14 ล้านคนว่าจะออกมาปกป้องพวกตนได้ตลอด
เพราะไม่รู้แน่ชัดว่าประชาชนอีก 53 ล้านคนกำลังคิดอะไรอยู่

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -