บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555


ยอมรับกับตัวเองแล้วว่าเกิดมาชาตินี้ก็เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งของสังคมที่มีวันที่ผลิต แต่ไม่ได้เขียนวันหมดอายุไว้ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับเจ้าของกิจการว่าจะโยนทิ้งเมื่อไหร่หากมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมจนของเก่าอายุมากไม่มีคุณค่าเพียงพอที่จะวางประดับไว้อย่างเดิม นั่นเป็นสัจธรรมของการค้าที่มองเห็นผลประโยชน์เป็นอันดับแรก เปรียบเสมือนกับรัฐบาลที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เอาอกเอาใจผู้ลงทุนต่างชาติสารพัดวิธีการ ทั้งลดแลกแจกแถมเพื่อชักจูงผู้ลงทุนต่างชาติให้เดินทางเข้้ามากอบโกยทรัพยากร แสวงหาผลประโยชน์จนร่ำรวยกลับออกไปถ้วนหน้า(แน่นอนว่าในจำนวนนี้ก็มีคนในบ้านเราหลายคนได้รับผลประโยชน์ไปด้วย)

กิจการโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ร้านค้าส่งระดับแนวหน้า โรงแรมระดับแปดสิบห้าดาว ร้านอาหารระดับดังคับจักรวาล รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศเป็นของชาวต่างชาติ(ไม่ต้องสนใจใยดีหรอกว่าจะใช้ชื่อคนไทยขายชาติคนใดเป็นเจ้าของบ้าง) แม้แต่ที่ดินในต่างจังหวัดที่มองดูแล้วไม่มีคุณค่าพอที่จะสนใจก็ถูกกว้านซื้อไว้ให้วัวเดินเล็มหญ้าเล่นในนามของภรรยาชาวไทย อันเป็นวิถีทางที่ชาวนาหลายคนเลือกที่จะทำด้วยการเอาที่ดินของบรรพบุรุษมาชำแหละขายทีละชิ้นๆ อันสืบเนื่องมาจากการที่ได้ไปศึกษาเล่าเรียนมาจนจบปริญญา สองมือจึงหมดหนทางที่จะทำนาเสียแล้ว

ข่าวสารที่ได้รับจากหลายทางจึงมีแต่การส่งเสริมการลงทุน การลงทุนในโครงการใหญ่ๆ ที่สามารถลากดึงงบประมาณแผ่นดินมาแบ่งปันผลประโยชน์กันรับประทานได้อย่างทั่วถึง โดยไม่คำนึงถึงสัดส่วนของผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับกับเงินงบประมาณที่ทุ่มเทลงไป ยกตัวอย่างสักเรื่อง เช่นการสร้างทางหลวงแผ่นดินที่เคยมีในอดีตนานมา หลายเส้นทางที่ถูกขีดเขียนให้วกวน ตีวงอ้อมค้อมผ่านเข้าไปกลางพื้นที่ของผู้มีอิทธิพลเพื่อค่าเวนคืนที่ดินที่สูงลิ่ว(ทั้งๆ ที่บีบบังคับซื้อมาจากชาวบ้านในราคาถูกแสนถูก) ถนนในเมืองไทยจึงคล้ายกับเขาวงกต บางเส้นทางก็ต้องไต่เขาขึ้นไปด้วยความชันเกือบหกสิบองศา บางเส้นทางก็เลาะเลื้อยขนานไปกับเส้นเขตแดนประเทศซะยังงั้น หากเผลอใจลอยขับรถไปเรื่อยๆ อาจจะโผล่เข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่รู้ตัว และงบประมาณมากต่อมากถูกเทลงไปกองไว้ที่เมืองหลวงเพื่อการเดินทางของคนห้าล้านคน แทนที่จะเผื่อแผ่ไปถึงประชาชนอีกมากกว่าหกสิบล้านคนทั่วประเทศที่ต้องทนทุกขเวทนากับสภาพถนนที่ทรุดโทรม

เมื่อพูดถึงถนนก็ต้องพูดถึงบริการสาธารณะที่อยู่คู่กับถนน นั่นก็คือรถยนต์โดยสารประจำทางที่นับวันมีแต่จะสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้บริการ(ไม่ต้องพูดถึงการขึ้นค่าโดยสารเพราะมันจะต้องขึ้นอยู่เป็นประจำ) แทนที่จะเป็นการบริการของภาครัฐแบบเต็มตัวกลับกลายเป็นรัฐวิสาหกิจผลมเอกชนทำให้ดูวุ่นวายพิลึก แล้วมาถึงเรื่องรถไฟที่ร้องร่ำว่าประสบปัญหาขาดทุนอยู่ตลอดมา ไม่รู้ว่าใครเคยเห็นอัตราเงินค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่บ้างหรือเปล่าว่ามันเกินไปจากที่ควรจะเป็นหรือไม่ และการรถไฟเองก็มีที่ดินทั่วประเทศให้เก็บค่าเช่าได้ปีละไม่รู้ว่าเท่าไหร่(ไม่ต้องพูดถึงที่ใน กทม.นะเพราะมันจะเยอะจนนับไม่ถูก)

ต้นตอของปัญหามาจากการที่รัฐบาลไม่ได้สนใจใยดีต่อสวัสดิการของประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้บริการสาธารณะ สาธาณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปตกอยู่ในอุ้งมือของนักธุรกิจ นักบริหาร ที่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตน... อย่างถูกต้องตามกฎหมาย... ผ่านทางระบบรัฐสภา... ตามวิถีทางของประชาธิปไตย... ด้วยฝีมือของนักการเมืองอย่างแท้จริง


อย่างที่ขึ้นต้นไว้แล้วว่ากินกาแฟไม่ได้ดูฉลากให้รอบคอบ ก็เมาได้เหมือนกัน เหมือนกับการเสพข่าวสารจากสื่อมวลชน ถ้าไม่รอบคอบ มีสติ ในการเสพ อาจถึงขั้นหัวใจวายด้วยความตื่นเต้นกับลีลาการพาดหัวข่าวได้เหมือนกัน ให้ตายซิ...

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -