Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554


เคยตั้งใจไว้แล้วว่าเมื่อมีโอกาสได้หันหลังหนีออกจากสังคมแล้ว จะไม่ใส่ใจกับเรื่องราวทุกอย่างของสังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง เรื่องของวิวัฒนาการสมัยใหม่ เรื่องของอารมณ์ตัวเองต่อสิ่งยั่วยุทั้งมวล และเรื่องทุกเรื่องที่อาจจะเข้ามามีผลกระทบต่อชีวิตของตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยการปล่อยวางอารมณ์ของตัวเองให้สงบนิ่งเท่าที่จะสามารถควบคุมได้ ซึ่งยืนยันได้เต็มปากเต็มคำว่าตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 4 ปีแล้ว ยังไม่สามารถทำได้ตามนั้น และมาถึงวันนี้ก็คิดว่า จะไม่ทำมันอีกต่อไปแล้ว

ประชาชนคนทั่วไปกำลังถูกสังคมบีบคั้นด้วยวิถีทางที่ถูกเรียกว่าการปกครอง ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมายาวนาน ผ่านการต่อสู้กันมาอย่างเลือดท่วมพื้นดิน(แน่นอนว่าต้องเป็นเลือดของประชาชน) ประเทศที่มีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์กำลังถูกบีบให้เปลี่ยนสภาพหรือปรับปรุงระบบ เช่นเดียวกับประเทศที่ถูกระบุว่ามีการปกครองด้วยระบอบเผด็จการที่กำลังถูกรุมยำด้วยองค์กรระหว่างประเทศให้เปิดประตูบ้านต้อนรับวิถีทางที่ทำกันในหลายประเทศ ที่เรียกกันว่า ระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการปกครองโดยประชาชน และเพื่อประชาชน นี่เป็นคำอธิบายอย่างเป็นทางการ นัยว่าเป็นระบอบการปกครองที่สมบููรณ์ที่สุดเหมาะสำหรับทุกประเทศในโลกนี้ เพื่อเปิดเสรีให้กับทุกความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง

แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบทุนนิยมอย่างสมบูรณ์ เมื่อผู้บริหารปกครองของทุกประเทศทั่วโลกก่อกำเนิดมาจาก นักธุรกิจและนายทุนทั้งสิ้น(ไม่เว้นแม้แต่ประเทศฝ่ายซ้ายทั้งคอมมิวนิสต์และเผด็จการ) นักการเมืองที่มีอุดมการณ์ นักวิชาการที่มีความรู้ และประชาชนผู้รักชาติ กำลังสูญพันธุ์และหมดไปจากแผ่นดินทีละน้อย นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับ

บรรดาผู้นำประเทศพากันสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแนบแน่น ต่างเร่งให้ความร่วมมือกันในทุกเรื่อง(แต่เน้นเฉพาะด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ) ทั้งนี้ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นเป็นของใคร?

ประชาชนนับล้านยังคงหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นต่อมูลค่าการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าและกระแสเงินตราต่างประเทศหรือในประเทศที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

นักธุรกิจนายทุนนักการเมืองและข้าราชการชั้นสูงเพียงไม่กี่คนเดินพูดคุยเจรจาเรื่องผลประโยชน์กันบนสนามกอล์ฟกว้างขวางกว่าสองพันไร่ มูลค่าการก่อสร้างหลายสิบหลายร้อยล้านบาท ขณะที่ชาวนานับล้านดิ้นรนกระเสือกกระสนทุกวิถีทางเพื่อที่จะยื้อยุด รักษาผืนนาเพียงไม่กี่ไร่ของบรรพบุรุษไว้จากธนาคารอย่างสุดชีวิต (ไม่แน่ใจว่าคนที่ตีกอล์ฟกำลังคุยกันเรื่องยึดนาผืนนี้หรือเปล่า) นี่คือความเป็นธรรมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสวงหาผลประโยชน์ได้เต็มกำลังความสามารถโดยไม่ต้องไปใส่ใจว่าจะมีผู้คนอีกมากน้อยเพียงใดที่จะได้รับผลกระทบจากการกระทำนั้น

และในขณะเดียวกันประชาชนบางส่วนก็ยังคงคลั่งไคล้ไหลหลงอยู่กับเงามายาของวงการบันเทิงหลากหลายรูปแบบ โดยไม่ยอมรับรู้สภาพความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างสิ้นเชิง

ทุกวิถีทางเป็นไปตามตามมาตรการของนายทุนที่วางเอาไว้อย่างแยบยลเช่นกัน