Breaking News
Loading...
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Info Post

เมื่อวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา 09.00 น. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเรื่องที่เข้าพิจารณา 40 เรื่อง ก็จะขอคัดออกมาให้รับทราบกันบ้างตามประสาประชาชนที่สนใจเฉพาะเรื่องที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของตนเป็นลำดับแรก สำหรับเนื้อหานั้นคัดลอกมาจาก http://www.eppo.go.th/admin/cab/cab-2554-11-15.html

21. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) ครั้งที่ 1/2554
คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) ครั้งที่ 1/2554 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง
กฟย. และ กศอ. ได้มีการประชุมร่วมกันครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. มาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน
ฝ่ายเลขานุการฯ ได้เสนอมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ กศอ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.1 มาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย และฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม

1) กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอกรอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย มาตรการความช่วยเหลือต่อภาคอุตสาหกรรมเพื่อบรรเทาความเสียหายในระยะเร่งด่วน และแผนการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมครอบคลุมมาตรการหลัก 3 กลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย (1) มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ (2) มาตรการช่วยเหลือของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ (3) มาตรการช่วยเหลือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นอกจากนี้ยังได้เสนอที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอโครงการภายใต้แผนงานฟื้นฟูผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและการวางระบบการบริหารจัดการในอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มเติม จำนวน 11 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 7,427.99 ล้านบาท

2) กศอ. มีมติรับทราบกรอบมาตรการมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม และเห็นชอบในหลักการของโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ภายใต้แผนงานฟื้นฟูผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและการวางระบบการบริหารจัดการในอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 112.84 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) โครงการจัดตั้งศูนย์พักพิงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 50,000,000 บาท (2) โครงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกากอุตสาหกรรมในสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย วงเงิน 22,000,000 บาท (3) โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน และสารปนเปื้อนของสารพิษอุตสาหกรรมในสถานประกอบการทั้งในและนอกนิคม วงเงิน 25,000,000 บาท และ (4) โครงการความช่วยเหลือในการระบายน้ำจากนิคมอุตสาหกรรม วงเงิน 15,840,000 บาท

1.2 การขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติมครั้งที่ 3)


1) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 วันที่ 13 กันยายน 2554 และ วันที่ 27 กันยายน 2554 อนุมัติในหลักการใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 509,127 ครัวเรือน เป็นเงิน 2,545,635,000 บาท ดำเนินการไปแล้วจำนวน 2,282,160,000 บาท คงเหลือ 263,475,000 บาท
2) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้รายงานสถานการณ์สาธารณภัย ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2554 โดยมีจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จำนวน 62 จังหวัด ซึ่งสถานการณ์อุทกภัยมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและสร้างความเสียหายแก่ครัวเรือนในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและรอรับความช่วยเหลือเพิ่มจากที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเห็นชอบไปแล้วจำนวน 2,289,562 ครัวเรือน และเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมผู้ประสบภัยที่เพิ่มขึ้นตามระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ กระทรวงมหาดไทยจึงเสนอขออนุมัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติมครั้งที่ 3) จำนวนทั้งสิ้น 11,461,010,000 บาท ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท จำนวน 2,289,562 ครัวเรือน เป็นเงิน 11,447,810,000 บาท และค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัยวาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จำนวน 13,200,000 บาท
3) กศอ. มีมติอนุมัติในหลักการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติมครั้งที่ 3) จำนวน 11,461,010,000 บาท ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณาตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 และมอบหมายให้สำนักงบประมาณพิจารณาในรายละเอียดของงบประมาณตามกรอบวงเงินที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

มติที่ประชุม
1) เห็นชอบในหลักการของโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ภายใต้แผนงานฟื้นฟูผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและการวางระบบการบริหารจัดการในอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 112.84 ล้านบาท ได้แก่ (1) โครงการจัดตั้งศูนย์พักพิงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (2) โครงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกากอุตสาหกรรมในสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย (3) โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน และสารปนเปื้อนของสารพิษอุตสาหกรรมในสถานประกอบการทั้งในและนอกนิคม และ (4) โครงการความช่วยเหลือในการระบายน้ำจากนิคมอุตสาหกรรม และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป
2) เห็นชอบในหลักการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท (เพิ่มเติมครั้งที่ 3) วงเงินรวม 11,461.01 ล้านบาท ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณาตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป

2. การขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ 5,000 บาท ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เห็นว่าสถานการณ์อุทกภัยฯ ทำให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งพื้นที่ที่เคยเกิดอุทกภัยและไม่เคยเกิดอุทกภัยได้รับผลกระทบ และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนถึง 30 เขต รวม 621,355 ครัวเรือน ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยและบำบัดทุกข์ บำรุงสุขในเบื้องต้น จึงควรให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ในเขตกรุงเทพมหานคร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัย ดังนี้

1) หลักเกณฑ์ฯ ประกอบด้วยความเสียหายใน 2 กรณี ได้แก่ (1) น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และ (2) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
2) เงื่อนไข โดยความเสียหายทั้ง 2 กรณีข้างต้น ประกอบด้วยเงื่อนไขได้แก่ (1) ต้องเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน และมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่สำนักงานเขตในสังกัดกรุงเทพมหานครออกให้เท่านั้น และ (2) กรณีที่มีผู้ประสบภัยซ้ำซ้อนทั้ง 2 กรณี ให้ได้รับการช่วยเหลือเพียงกรณีเดียว
ทั้งนี้ ให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อมูล รับรองความถูกต้อง ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของครัวเรือนผู้ประสบภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งแรก ภายใน 2 สัปดาห์ และให้ช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และให้สามารถถัวจ่ายจำนวนครัวเรือนในทุกเขตได้

มติที่ประชุม
เห็นชอบหลักการในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยเบื้องต้น ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 30 เขต ในกรอบครัวเรือน จำนวน 621,355 ครัวเรือน จำนวนเงิน 3,106,775,000 (สามพันหนึ่งร้อยหกล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยที่กรุงเทพมหานคร ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล รับรองความถูกต้อง ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของครัวเรือนผู้ประสบภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ครม. เห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 ก่อนการจ่ายเงินช่วยเหลือ โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณตรงให้ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตกรุงเทพมหานคร และให้สามารถถัวจ่ายจำนวนครัวเรือนในเขตได้ และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

3. มาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยโดยธนาคารออมสิน


1) กระทรวงการคลัง ได้เสนอมาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยโดยธนาคารออมสิน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554
2) รายละเอียดโครงการ มีดังนี้
วัตถุประสงค์ เพื่อใช้ในการจัดทำระบบและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับป้องกันอุทกภัย
กลุ่มเป้าหมาย การนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม/เขตอุตสาหกรรม/สวนอุตสาหกรรม
วงเงิน 15,000 ล้านบาท
ระยะเวลาโครงการ 7 ปี
อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.01 ต่อปี ตลอดอายุโครงการ โดยรัฐบาลชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับผู้กู้ให้ธนาคารออมสิน
คุณสมบัติผู้กู้ นิคมอุตสาหกรรม/เขตอุตสาหกรรม/สวนอุตสาหกรรม ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม
วงเงินต่อราย ให้ธนาคารออมสินพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ
โดยรัฐบาลรับภาระในการชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับผู้กู้ให้ธนาคารออมสิน (ชดเชยส่วนของต้นทุนเงินของธนาคารฯ) ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 4.22 ต่อปี หรือคิดเป็นเงินชดเชยตลอด 7 ปี ที่ไม่เกิน 4,431.00 ล้านบาท

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน (สำหรับผู้รับฝากทั่วไปสูงสุดของธนาคารฯ)ร้อยละ 3.25
บวกด้วย ต้นทุนการดำเนินงานร้อยละ 0.98
หักด้วย ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยรับร้อยละ 0.01
ต้นทุนเงินของธนาคารออมสินร้อยละ 4.22

มติที่ประชุม
เห็นชอบมาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยโดยธนาคารออมสิน และวงเงินงบประมาณชดเชยการดำเนินการไม่เกิน 4,431 ล้านบาท และเห็นควรให้ธนาคารออมสินแยกบัญชีการดำเนินการดังกล่าวออกมาอยู่ในบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) และให้เพิ่มเติมข้อกำหนดในการอนุมัติสินเชื่อ โดยให้โครงการลงทุนในระบบและโครงสร้างพื้นฐานของระบบป้องกันอุทกภัยที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่รัฐจะกำหนดขึ้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

4. มาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

1) ประธานคณะกรรมการเพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต (กคช.) ได้มีหนังสือคณะกรรมการเพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟูฯ ด่วนที่สุด ที่ พม 0207/9247 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 เรื่อง ขอยืนยันแผนงาน/โครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ต่อประธานคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ตามที่สำนักงบประมาณนำเสนอแผนงาน/โครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (ด้านสังคม)
2) แผนงาน/โครงการด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย 7 กระทรวง 2 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง มีวงเงินรวม 4,411,844,300 บาท แบ่งเป็น ระยะที่ 1 วงเงิน 353,636,600 บาท ประกอบด้วย 5 กระทรวง/หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ระยะที่ 2วงเงิน 3,924,907,700 บาท ประกอบด้วย 8 กระทรวง/หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มติที่ประชุม


เห็นชอบในหลักการของแผนงาน/โครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 และสำนักงบประมาณได้พิจารณาในรายละเอียดแล้ว ประกอบด้วย 7 กระทรวง 2 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง รวมวงเงิน 4,411,844,300 บาท โดยเบิกจ่ายจากงบกลางปี 2555 จำนวน 4,146,388,300 บาท และงบประมาณปี 2554 จำนวน 265,460,000 ล้านบาท และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

22. เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ครั้งที่ 1/2554
คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ครั้งที่ 1/2554 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง
กฟย. และ กคฐ. ได้มีการประชุมร่วมกันครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 2 กระทรวงคมนาคม สรุปสาระสำคัญผลการประชุมได้ดังนี้

1. โครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
ทอท. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ดังนั้น เพื่อเร่งรัดฟื้นฟูให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามเดิมโดยเร็ว จึงได้จัดทำโครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ใช้งบประมาณเป็นเงิน 935 ล้านบาท ประกอบด้วย
1) ส่วนที่ 1 การฟื้นฟูทางวิ่ง ทางขับ ระบบสาธารณูปโภค เครื่องช่วยการเดินอากาศ และลานจอดอากาศยานฝั่งตะวันออก (ด้านกองทัพอากาศ) ซึ่งในส่วนนี้เป็นเขตพื้นที่เฉพาะ ของทางราชการ โดยจะดำเนินการได้ภายหลังจากระดับน้ำลดและสามารถส่งวัตถุเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ เพื่อให้อากาศยานของส่วนราชการและทางราชการ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจของรัฐบาล สามารถใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานดอนเมืองได้ตามปกติอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน โดยเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินวงเงิน 489.20 บาท
2) ส่วนที่ 2 การฟื้นฟูอาคารผู้โดยสารหมายเลข 1 (Terminal 1) ทางวิ่งทางขับและลานจอดอากาศยานฝั่งตะวันตก, อาคารสำนักงาน ท่าอากาศยานดอนเมือง , ระบบสาธารณูปโภค ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน เพื่อให้สามารถเปิดบริการการบินเชิงพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยบรรเทาความแออัดของปริมาณจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะใช้เงินงบประมาณของ ทอท. เอง จำนวน 445.80 ล้านบาท

มติที่ประชุม 
เห็นชอบในหลักการ เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 489.20 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ของ ทอท. ในส่วนที่ 1 ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
2. โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลัก และโครงข่ายสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ของกรมทางหลวง (ทล.) รวมจำนวน 708 โครงการ (สายทาง) โดยเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 11,898 ล้านบาท

1) เหตุผลความจำเป็น
  • ทล. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการบูรณะฟื้นฟูเส้นทางสายหลักและโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงโครงข่ายต่อเนื่องให้คืนสู่สภาพเดิม เพื่อให้ระบบการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่สำคัญ ระบบโลจิสติกส์ เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังการขนส่งรูปแบบอื่นได้รับการซ่อมแซมกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
2) พื้นที่ดำเนินการ
  • ดำเนินการบูรณะฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในทุกเส้นทางตามลักษณะระดับความรุนแรง และปริมาณความเสียหายที่เกิดขึ้น แบ่งเป็น
2.1) ทางหลวงสายหลักและโครงข่ายที่สำคัญในพื้นที่สำนักทางหลวงที่ 9 (ลพบุรี) สำนักทางหลวงที่ 10 (สุพรรณบุรี) และสำนักทางหลวงที่ 11 (กรุงเทพ) จำนวน 21 สายทาง 31 โครงการ
2.2) โครงข่ายทางหลวงต่อเนื่องจากทางหลวงสายหลักและโครงสำคัญตามข้อ 2.1) ในพื้นที่ทั่วประเทศจำนวน 677 โครงการ

3) ระยะเวลาดำเนินการและงบประมาณ
  • 3.1) บูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลักและโครงข่ายที่สำคัญแผนงานตามข้อ 2.1) ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน (ธันวาคม 2554- กุมภาพันธ์ 2555) จำนวน 21 สายทาง รวม 31 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,879.851 ล้านบาท
  • 3.2) การบูรณะฟื้นฟูคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืนโครงข่ายต่อเนื่อง ตามข้อ 2.2) ระยะเวลาไม่เกิน 9 เดือน (ธันวาคม 2554 - สิงหาคม 2555) จำนวน 677 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 10,019.220 ล้านบาท
มติที่ประชุม 
เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 11,898 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานโครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลัก และโครงข่ายสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ของ ทล. จำนวน 708 โครงการ (สายทาง) ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
3. โครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) รวมจำนวน 549 สายทาง โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้นจำนวน 4,594.30 ล้านบาท

1) เหตุผลความจำเป็น
• สืบเนื่องจากวิกฤตน้ำท่วม ทำให้เส้นทางคมนาคมประสบภัย ชำรุดเสียหาย ส่งผลให้การคมนาคมล่าช้า อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งฟื้นฟูเส้นทางให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

2) จำนวนสายทาง ระยะเวลาดำเนินงาน และงบประมาณ

  • 2.1) เส้นทางหลักที่สนับสนุนการขนส่ง Logistics และเส้นทางเข้านิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 4 สายทาง วงเงิน 78 ล้านบาท
  • 2.2) เส้นทางสายรองที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย จำนวน 545 สายทาง วงเงิน 4,516.30 ล้านบาท
  • 2.3) ระยะเวลาดำเนินงาน ภายใน 10 เดือน หลังจากน้ำลดและสามารถเข้าพื้นที่ได้
มติที่ประชุม
เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 4,594.30 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานโครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยของ ทช. จำนวน 549 สายทาง ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

4. แผนงาน/โครงการฟื้นฟู เยียวยา ด้านสถานศึกษาซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รวมจำนวนสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย 790 แห่ง โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น จำนวน 956.29 ล้านบาท

1) เหตุผลความจำเป็น
หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และส่วนประกอบการเรียนการสอนที่จำเป็น โดยให้เน้นไปที่สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจริง ในจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติอุทกภัยที่ระดับน้ำลดลงแล้ว เพื่อให้ทันต่อการจัดการเรียนการสอนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2554

2) พื้นที่ดำเนินการ
พื้นที่ในเขตจังหวัดซึ่งประกาศให้เป็นเขตประสบภัยพิบัติ โดยมีสถานศึกษาในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตั้งอยู่ และได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย

3) แผนงาน/โครงการและงบประมาณ
  • 3.1) แผนงาน/โครงการ มาตรการฟื้นฟูสถานศึกษา และครุภัณฑ์สื่อการเรียนการสอน นำเสนอ ครั้งที่ 1 วงเงิน 177.35 ล้านบาท
  • 3.2) แผนงาน/โครงการ มาตรการฟื้นฟูสถานศึกษา และครุภัณฑ์สื่อการเรียนการสอน นำเสนอ ครั้งที่ 2 วงเงิน 778.94 ล้านบาท
มติที่ประชุม 
เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 956.29 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานแผนงาน/โครงการฟื้นฟู เยียวยาด้านสถานศึกษาซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ไม่มีคำวิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อว่ารัฐบาลคงจะพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นอย่างรอบคอบเพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าตนจะเลือกอะไรเป็นหลักในการดำเนินงานระหว่าง หน้าตาของรัฐบาล หรือ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน