Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554


หากติดตามข่าวสารทางหนังสือพิมพ์หรือจากโทรทัศน์ จะพบกับความจริงที่ว่าบรรดานักการเมือง นักวิชาการ มักจะใช้ความพยายามในการสร้างกระแสสังคมในเชิงบังคับให้เอนเอียงไปในทิศทางที่ "รัฐบาล" ต้องการ นั่นก็คือการมุ่งเน้นไปในเรื่องเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แม้แต่นโยบายประชานิยมก็ตาม เนื่องจากต้องการให้ประชาชนมีเงินทองเพื่อใช้จ่ายซื้อหาสิ่งของทั้งที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่และที่เป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย ไร้คุณค่าในการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีสาระ มีการให้คำแนะนำประชาชนให้รู้จักการออมทรัพย์(ด้วยการฝากเงินกับธนาคารโดยได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ) แนะนำให้ประชาชนมีกิจการเป็นของตัวเอง (ด้วยการกู้เงินจากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่สูง) ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการลงทุนด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อหุ้นของบริษัทเอกชน (ในความเสี่ยงที่ต้องใช้วิจารณญานอย่างสูงสุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้) ท่ามกลางความผันผวนของกระแสเงินตราทั่วโลก

ทุกเรื่องที่รัฐบาลส่งเสริมเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้ประกอบการเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มากที่สุดเนื่องจากมีส่วนในการขยายขอบข่าย เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ "โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนมาก" ดูจะเป็นเรื่องปกติสามัญที่ผู้คนส่วนมากจะชื่นชมยินดีกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(ที่ตนเองไม่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงสักอย่าง) พอใจกับความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ (ที่สร้างให้คนรุ่นใหม่ไร้ความรู้ความสามารถในสิ่งที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้) มึความสะดวกในการเดินทางด้วยยานพาหนะใหม่ๆ บนเส้นทางสร้างใหม่ (แม้จะจำกัดพื้นที่ให้มีเฉพาะการบริการประชาชนเพียงร้อยละ 5 ของประเทศก็ช่างเถอะ) ทุกคนอบรมสั่งสอนบุตรหลานด้วยการให้ความสำคัญกับเงินและทุ่มเทชีวิตให้กับการแข่งขันในทุกเรื่อง ตั้งแต่เกิดจนตาย เพียงเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองให้มากที่สุดจนสามารถแสวงหาสิ่งของทุกชนิดที่ถูกผลิตขึ้นมาจำหน่ายบนโลกใบนี้มาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน "เหมือนกับที่คนอื่นมี"

แน่นอนว่าปัญหาเรื่องความปลอดภัยจะต้องเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นตามมาอย่่างหลีกไม่พ้น เพราะแนวทางในการแสวงหาสิ่งของเหล่านั้นของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันตามแต่ความรู้ความสามารถและ "สันดาน" ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากบรรพบุรุษ ความมั่งคั่งจึงไม่ได้ก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด แต่กลับมีผลตรงกันข้ามเนื่องจากกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสูญเสียติดตามมาหลายประการ เช่น กิจการล่มสลายโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย สินค้าราคาแพงที่กักตุนไว้เต็มโกดังขายไม่ออก ลูกชายวัย 18 ขับรถเก๋งป้ายแดงราคา 4 ล้านชนเสาไฟฟ้าคอหักตาย ลูกสาววัย 16 ขับรถสปอร์ตคันหรูไปชนคนตาย ภรรยาหายตัวไปกับคนขับรถในระหว่างการประชุมสัมนาที่ต่างจังหวัด การทุจริตที่ทำมาช้านานถูกเปิดโปง หลานชายวัย 2 เดือนถูกหมาฝรั่งราคา 2 แสนที่เลี้ยงไว้ในบ้านฟัดตาย ฯลฯ เรื่องที่เกิดขึ้นหลายเรื่องทรัพย์สินเงินทองก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน

บรรทัดฐานของความสุขอยู่ที่ความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมด้วยปัจจัยขั้นพื้นฐานที่ชีวิตต้องการ มีความเป็นอยู่ด้วยความมั่นคงในขิตใจที่ไม่ลุ่มหลงมัวเมาไปกับความเจริญทางวัตถุที่พบเห็น ต้องพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งนั้นๆ และจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ต่างคนก็ต่างความคิดของตนเอง และทุกคนมีสิทธิที่จะคิดและทำในสิ่งที่ตนเองคิด
แต่สิ่งที่กระทำไม่ควรไปสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม