Breaking News
Loading...
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกนานมาแล้วว่าประเทศไทยมีรายชื่อเป็นหนึ่งในจำนวนมากมายของกลุ่ม "ประเทศที่กำลังพัฒนา" ทั้งนี้อาจวัดได้จากรายได้ประชาชาติ การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมหรือการส่งออก การเพิ่มสูงขึ้นของระดับการศึกษาประชากร ความมั่นคงมีเสถียรภาพของรัฐบาลทุกรัฐบาล ฯลฯ หมายความว่าอาจจะมีปัจจัยประกอบหลายประการ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยต่างๆ ที่นำมาเป็นตัวชี้วัดนั้นไม่ได้้มองปัญหาเรื่องที่มีความสำคัญในระดับพื้นฐานไว้เป็นลำดับต้นๆ แต่กลับมาเขียนประดับไว้ในลำดับท้ายๆ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของ เศรษฐกิจ การเงิน การเมืองและความมั่นคง มากกว่าความเป็นอยู่ของประชาชนภายในประเทศ

ในความเป็นจริงแล้ว ตั้งแต่ยุคเก่าก่อนจนถึงปัจจุบันนี้ สิ่งที่ประชาชนส่วนมากในประเทศต้องการก็มีเพียง "ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์" เท่านั้น อันได้แก่ การมีอาหารเพียงพอที่จะกิน มีเงินทองติดมือไว้พอที่จะใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นเช่น ยารักษาโรคหรือเครื่องแต่งกาย มีที่อยู่อาศัยเพียงพอที่จะคุ้มแดดคุ้มฝน ความเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และประการสำคัญก็คือ มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน

แต่รัฐธรรมนูญได้ขยายขอบเขตความต้องการให้ประชาชนได้วาดฝันถึงสิ่งต่างๆ มากมาย อาทิเช่น
  • สิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน ในสังคม 
  • เศรษฐกิจของประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพิ่มรายได้ให้กับ ? อย่างมหาศาล
  • ความเสมอภาคในการซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคสิ้นเปลืองหลากหลายประเภทที่วางขายอยู่เกลื่อนกลาดทุกตลาดสินค้า
  • การได้รับตำแหน่งในทางการเมืองตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นมาจนถึงระดับประเทศ ได้รับโอกาสให้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมสั่งการข้าราชการประจำทุกระดับชั้น 
  • การได้รับโอกาสให้เข้าไปมีส่วนร่วมในทางการเมืองทุกระดับจากหลากหลายวิธีการ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงตัวอักษรที่ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


ความคาดหวังของประชาชนจึงฝากไว้กับผู้นำรัฐบาล ที่จะเลือกหนทางในการแก้ปัญหาว่าจะมุ่งหน้าไปสู่เส้นทางใด ?
ระหว่าง " ปัญหาของประชาชน กับปัญหาของประเทศ "
หรือว่าจะมีทางเลือกอื่นให้ได้เลือกอีก เช่น
" ปัญหาของธุรกิจส่วนตัว หรือ ปัญหาของครอบครัว "