Breaking News
Loading...
วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554


วันนี้ รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มเปิดทำการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นวันแรก ซึ่งเนื้อหานั้นสามารถติดตามได้อย่างกว้างขวางทั้งจากการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ดังนั้นจึงจะเอาไปพูดถึงในรายละเอียดกันภายหลังสิ้นสุดการแถลงนโยบายแล้ว แต่ขั้นต้นอยากให้มารู้จักกับที่มาของการแถลงนโยบายกันสักหน่อย ซึ่งคัดมาจาก http://www.senate.go.th/web-senate/leftmenu/policy-gov.htm จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้รับรู้ไว้โดยทั่วกัน เนื่องจากบรรดากฎหมายเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ได้ลับ ปกปิด แต่ก็ไม่ค่อยจะมีแพร่หลายให้ประชาชนได้รับทราบกันสักเท่าใด นอกจากผู้ที่ให้ความสนใจไขว่คว้าหามาอ่านเองเท่านั้น ยิ่งเป็นประชาชนโดยทั่วไปก็จะมองว่าไม่มีความหมายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตนเลยแม้แต่น้อย และนี่คือช่องทางให้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือชักจูงไปสู่แนวทางที่ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามวิถีทางของประชาธิปไตยเสมอมา



แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

หมายถึง แนวทางในการบริหารงานของรัฐที่ใช้เป็นหลักฐานในการตรากฎหมายและ การกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องใช้ยึดถือและปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการตรากฎหมายและการกำหนดนโยบาย โดยถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๙๒ เป็นครั้งแรก ในหมวดที่ ๕ ว่าด้วย “แนวนโยบายแห่งรัฐ” แต่รัฐธรรมนูญฉบับต่อมาบางฉบับก็มิได้กำหนดไว้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้บัญญัติไว้ ในหมวดที่ ๕ โดยได้เปลี่ยนชื่อจาก “แนวนโยบายแห่งรัฐ” มาเป็น “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ” มีทั้งหมด ๑๗ ข้อ สรุปได้ดังนี้

๑. รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต
๒. รัฐต้องจัดให้กำลังทหารไว้เพื่อรักษาเอกราช ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยและเพื่อการพัฒนาประเทศ
๓. รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และความคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น รวมทั้งสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
๔. รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ
๕. รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองเสรีภาพของบุคคล และต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการบริหารงานโดยอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๖. รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินในทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ
๗. รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง จัดทำมาตรฐานการคุณธรรมและจริยธรรมของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการและพนักงานหรือลูกจ้างอื่นของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
๘. รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง และตัดสินใจในกิจการท้องถิ่นได้เอง รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น
๙. รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวนบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล ส่งเสริมบำรุงรักษาและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตลอดจนควบคุมและกำจัดมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
๑๐. รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัวและความเข้มแข็งของชุมชน และต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้
๑๑. รัฐต้องจัดการศึกษาอบรม และสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม จัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศึกษา เสริมสร้างความรู้และปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย เร่งรัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาวิชาชีพครู ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ
๑๒. รัฐต้องจัดและส่งเสริมการสาธารณสุขให้ประชาชนได้รับบริการที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง
๑๓. รัฐต้องดำเนินการให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม
๑๔. รัฐต้องจัดระบบการถือครองที่ดินและการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม จัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร
๑๕. รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์
๑๖. รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานสตรี จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้งค่าตอบแทนแรงงานให้เป็นธรรม
๑๗. รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรี โดยอาศัยกลไกตลาดดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการผูกขาด



อ่านจบแล้วก็ควรจะหันไปศึกษานโยบายของรัฐบาลอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง ว่าได้ดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือไม่ ?

แต่ถ้าไม่ตรงก็ไม่น่าแปลกใจเพราะรัฐบาลกำลังจะเสนอให้จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อปรับเปลี่ยนไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้วตามที่ระบุไว้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องกระทำในทันทีอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้ที่มีอำนาจออกกฎหมาย ถ้ากฎหมายนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตน(หรือกิจการของตน) ก็จะต้องเปลี่ยนใหม่ให้ตรงกับแนวทางที่วาดไว้