Breaking News
Loading...
วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554


กิ้งก่า (อังกฤษ: Lizard) เป็นสัตว์เลื้อยคลานใน order Squamata โดยทั่วไปกิ้งก่ามี 4 ขา แต่บางชนิดก็ไม่มีขาเช่น กิ้งก่าไร้ขา (legless lizard) ลักษณะภายนอก มีหูด้านนอก และมีเปลือกตาที่เปิดปิดได้ กิ้งก่ามีหลายชนิด บางชนิดมีความยาวแค่ไม่กี่เซนติเมตร เช่น จิ้งจก แต่ก็มีบางชนิดที่มีความยาวมากได้ เช่น มังกรโคโมโดของอินโดนีเซียอาจมีความยาวได้ถึง 3 เมตร
คาเมเลี่ยน (อังกฤษ: Chameleon) เป็นกิ้งก่าที่มีขนาดตั้งแต่ 8-12 นิ้ว โดยส่วนใหญ่พบที่ทวีปแอฟริกา ตามหมู่เกาะต่างๆ ที่มีสภาพป่าโปร่งที่สมบูรณ์ สามารถปรับเปลี่ยนสีลำตัวตามอารมณ์

เหี้ย (อังกฤษ: Water monitor, ชื่อวิทยาศาสตร์: Varanus salvator) เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ตัวอ้วนใหญ่สีดำ ในวงศ์เหี้ย (Varanidae) มีลายดอกสีเหลืองพาดขวาง หางยาว อาศัยบริเวณใกล้น้ำ ภาคอีสานเรียก แลน
คำว่า "เหี้ย" นั้นมักใช้เป็นคำด่าทอและเป็นคำหยาบคายที่ไม่สุภาพสำหรับสามัญชนทั่วไปใน ภาษาไทย บางครั้งจึงเลี่ยงไปใช้คำว่า ตัวเงินตัวทอง หรือ ตัวกินไก่ หรือ น้องจระเข้ แทน หรือบางครั้งก็ใช้คำว่า ตะกวด (ซึ่งในเชิงอนุกรมวิธานแล้วตะกวดเป็นสัตว์คนละชนิดกับเหี้ย) คำว่า เหี้ย ในเชิงการใช้คำศัพท์แบบที่ใช้กับคน มักจะใช้กับเพื่อนสนิทมาก ๆ พูดเป็นคำสร้อยนำหน้าชื่อก็มี สันนิษฐานว่าคำว่า "เหี้ย" มาจากภาษาบาลี "หีน" ที่แปลว่าต่ำช้า กร่อนเหลือ "หี" แล้วแผลงเป็นเหี้ย


มีลักษณะรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่ ความยาว 2.5-3 เมตร มีลิ้นแยกเป็นสองแฉกคล้ายงู ใช้สำหรับรับกลิ่น มีลายดอกสีเหลืองพาดขวางทางยาว ชอบอาศัยอยู่บริเวณใกล้แหล่งน้ำ ว่ายน้ำเก่งและ ดำน้ำนาน ลักษณะนิสัยจะตื่นคน เมื่อเห็นจะวิ่งหนี ชอบหากินของเน่าเปื่อย เศษซากอาหาร บางครั้งก็จะกินสัตว์เป็นๆ เช่นไก่, เป็ด, ปู, หอย, งู, หนู,นก และไข่ของสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้งปลา เป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเก่ง สามารถดำน้ำได้ และชอบที่จะลงน้ำ สามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งในเมืองหลวงขนาดใหญ่ จะพบเห็นเหี้ยจำนวนมากและมีขนาดใหญ่อยู่ตามสวนสาธารณะหรือสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองใหญ่ เช่น สวนลุมพินี, สวนสัตว์ดุสิต หรือบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ที่มีคูน้ำจำนวนมาก โดยที่ไม่ได้เป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยง ออกลูกเป็นไข่คราวละ 15-20 ฟอง และใช้เวลาฟัก 45-50 วัน ทั้งนี้ตัวเหี้ยจะวางไข่ในปลายฤดูร้อนต่อเนื่องฤดูฝน จะจับคู่กันโดยไม่เลือกว่าคู่จะต้องเป็นตัวเดิม บางครั้งอาจมีการต่อสู้รุนแรงระหว่างตัวผู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย โดยออกลูกเป็นไข่มีลักษณะรียาว บางครั้งจะสีขาวขุ่น วางไข่ประมาณ 6-50 ฟอง ในแต่ละปีจะสามารถวางไข่ได้ 2-3 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้นในพื้นที่ซึ่งสภาพในฤดูแล้งและฤดูฝนไม่แตกต่างกัน ไข่จะถูกกลบเป็นเนินดินหรือรังปลวก เวลาในการฟักขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม
ครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพูดกันเป็นวงในว่า จะเปลี่ยนชื่อจากตัวเหี้ยเป็น "วรนัส" หรือ "วรนุส" หรือ "วรนุช" (สกุล Varanus อ่านเป็นภาษาละตินว่า วารานุส ซึ่งคล้ายกับคำว่า วรนุช) จนเกิดเป็นกระแสข่าวอยู่ช่วงหนึ่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งหลังจากที่มีกระแสข่าวนี้ออกมา คำว่าวรนุชนั้นก็ถูกนำไปใช้ในการสื่อความหมายไปในทางเสื่อมเสียบนอินเทอร์เน็ต และส่งผลกระทบแต่บุคคลที่ชื่อวรนุชไปโดยปริยาย

ปัจจุบัน เหี้ยถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ที่มีการส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงกัน เพื่อนำเนื้อไปใช้ในการบริโภค โดยเฉพาะเนื้อบริเวณส่วนโคนหางที่เรียกว่า "บ้องตัน" และหนังไปทำเครื่องหนัง เช่น กระเป๋า, เข็มขัด เช่นเดียวกับจระเข้
ข้อมูลจากวิกิพีเดีย


บทความส่วนบนนั้นเป็นวิชาการครับ แต่ส่วนล่างนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งจะมีผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่? ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องเป็นห่วงเป็นใย เพราะที่จะพูดถึงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์สอดคล้องระหว่างกิ้งก่ากับนักการเมือง และก็ไม่ใช่เรื่องแนววิทยาศาสตร์ที่มีอัจฉริยะคนใดคนหนึ่งอุตริคิดค้นวิธีการเอานักการเมืองไปผสมพันธุ์กับกิ้งก่า(เนื่องจากมันคงมีปัญหาหลายเรื่องให้ต้องขบคิด) แต่จะพูดถึงเฉพาะความสอดคล้องในเรื่องการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคม การปรับเปลี่ยนสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบในแต่ละท้องถิ่น เพื่อรักษาตนให้อยู่รอดได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงการดำรงอยู่ของรูปลักษณ์อันแท้จริงของตนซึ่งมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

ธรรมชาติของสองสิ่งที่จะพูดถึงมันช่างสอดคล้องตรงกันกันโดยบังเอิญอย่างที่สุดสำหรับพฤติกรรมของ ” กิ้งก่ากับนักการเมือง ” แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเวลาเค้าจะพูดกระทบเปรียบเปรยถึงพฤติกรรมของนักการเมืองบางท่าน กลับไปเอ่ยถึงสัตว์เลื้อยคลานอีกประเภทหนึ่งแทน นั่นคือ “Varanus” ทำให้ต้องมานั่งค้นคว้าหาสาเหตุถึงความสอดคล้องที่มีอยู่แล้วก็พบว่ามีอยู่ในบางเรื่องที่คาดว่าน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญ นั่นก็คือ “ชอบหากินของเน่าเปื่อย เศษซากอาหาร สามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี” แน่นอนว่าตรงเป้าประสงค์ในคำนิยามสำหรับนักการเมืองบางท่านยิ่งกว่าเอ่ยถึงกิ้งก่าเสียอีก แต่ในมุมมองอีกด้านหนึ่งนักการเมืองรุ่นเก่าๆ มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับสัตว์ที่อาจเป็นต้นตระกูลของกิ้งก่าเอาเลยทีเดียว ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นการชมเชยหรือไม่? นั่นก็คือ “ไดโนเสาร์” และบางครั้งก็มีสร้อยพ่วงท้ายตามมาอีกว่า “เต่าพันปี”

นอกจากการย้ายพรรคในสังกัดไปมาโดยไม่เคยยึดมั่นในนโยบายของตนว่าจะมีความสอดคล้องกับพรรคการเมืองใหม่หรือไม่? (ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทุกพรรคการเมืองต่างก็มีนโยบายที่วาดฝันไว้สวยหรู แต่ก็ไม่เคยทำได้จริงสักเรื่องและโดยภาพรวมก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันอยู่แล้วทุกพรรคก็เป็นได้) การวิ่งเต้น กราบกราน ประจบสอพลอ สอดส่ายสายตาเสาะแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ในทุกวิถีทางก็เป็น ภารกิจหลักของนักการเมืองประเภทนี้ และแนวทางปฏิบัติดังกล่าวไม่มีวันหมดไปจากทัศนคติของนักการเมืองเหล่านี้ เนื่องจากมีการถ่ายทอดความรู้และกลยุทธ์ที่ไร้จรรยาบรรณหรือจุดยืน ไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง


ความก้าวร้าวรุนแรง การพูดจาโอ้อวดโอหัง การพูดข่มขู่คุกคามหรือท้าทาย การใช้กฎหมู่ที่ได้มาจากการปลุกระดมด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ และข้อสำคัญที่สุด การขาดคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงศีลธรรม ทั้งในทางสังคมและทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ควรถูกกำหนดไว้เป็นคุณสมบัติของนักการเมืองใน พ.ศ.นี้ไปโดยปริยาย