Breaking News
Loading...
วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554


วันก่อนเข้าไปร่อนเร่อยู่ในโลกออนไลน์ไปสะดุดอยู่ที่เว็บไซท์ “นิติราษฎร์” (http://www.enlightened-jurists.com/) ในมุมเอกสารประวัติศาสตร์ พบกับหนังสือชื่อ “คู่มือระบอบใหม่” โดย นายบุญทอง เลขะกุล เป็น ผู้รวบรวมพิมพ์ ความหนา 372 หน้า พิมพ์ที่ โรงพิมพ์สยามพณิชยการ  ถนนสีลม พระนคร ระบุวันที่  24/6/77   นาย ม.อิสไมล์ ผู้พิมพ์ โฆษณา เนื้อหาทั้งหมดจะเป็นการรวบรวม ปาฐกถา ของบุคคลสำคัญต่างๆ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเกี่ยวกับเรื่องราวของ รัฐธรรมนูญฉบับแรกของราชอาณาจักรสยาม  ซึ่งแม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียดถึงการกระจายอำนาจการปกครองไว้ชัดเจน แต่ก็มีการกล่าวถึง พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ.2476 และบางช่วงก็มีการกล่าวถึง สภาตำบลไว้ด้วย นั่นก็แสดงว่ามีการกระจายอำนาจการปกครองออกไปสู่ท้องถิ่นพร้อมๆ กับการเริ่มมีรัฐธรรมนูญใช้บังคับ เราจะมาอ่านคำนำกันทั้งหมดเลย


คำนำ
ผู้จัดการหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ได้แสดงความประสงค์แก่ข้าพเจ้าว่า ใคร่จะรวบรวมพิมพ์หนังสือสักเล่มหนึ่ง ให้มีลักษณะเปนคู่มือของประชาชน สำหรับจะได้ใช้ในการแสวง และรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเองตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งใปนหนังสือที่บุคคลทุกประเภทสามารถจะซื้อหาได้ด้วยราคาถูก จึงขอให้ข้าพเจ้าช่วยวางโครงของหนังสือเช่นนั้นขึ้น

ข้าพเจ้าได้ลองวาดโครงของหนังสือ ซึ่งผู้จัดการหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ปราถนานั้นขึ้นก็ได้รูปดังนี้ คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม, พระราชบัญญัติการเลือกตั้ง (รวมทั้ง พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจพระราชบัญญัตินั้น) พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล และข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร(ฉะบับใหม่) ซึ่งให้อนุโลมใช้ในสภาจังหวัด, สภาเมืองหรือนครและสภาตำบลด้วย
แต่โดยที่ผู้ริเริ่มเรื่องนี้ ได้ประสงค์จะให้ชื่อหนังสือนี้ว่า “คู่มือระบอบใหม่” โครงหนังสือที่ข้าพเจ้าวางขึ้นดังปรากฎข้างต้น จึงยังไม่สำเร็จประโยชน์ตามปราถนาของผู้ริเริ่ม เพราะตามโครงการนั้น เปนแต่เพียงบทบัญญัติกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น หามีคำแนะนำอธิบายหรือชี้แนวกฎหมายนั้นๆ ไม่ ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าสมควรจะตกแต่งให้สำเร็จรูปเปนหนังสือที่ผู้ริเริ่มต้องประสงค์ ด้วยการบันจุปาฐกถา และบทประพันธ์ของท่านผู้มีชื่อเสียงลงในทุกๆ เรื่องที่ข้าพเจ้าวางโครงไว้ จึงได้ไปขอประทานพระอนุมัติ และขออนุมัติจากท่านที่มีพระนาม และนามอยู่ในสาระบาญแห่งหนังสือเล่มนี้ เพื่อบันจุสำเนาปาฐกถาและบทประพันธ์ของท่านลงโดยครบครัน ก็โปรดประทานพระอนุมัติ และกรุณาอนุมัติทุกท่าน
ข้าพเจ้าไม่จำต้องกล่าวเสริมคุณค่าแห่งปาฐกถา และบทประพันธ์ ของท่านที่ทรงไว้ซึ่งชื่อเสียงโด่งดัง เช่น ท่านวรรณไวทยากร วรวรรณ ท่านสกลวรรณากร วรวรรณ และเจ้าพระยาธรรมศศักดิมนตรี อันมหาชนได้ตระหนักชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนหลวงประพันธ์ไพรัชชพากย์นั้นเล่า เมื่อปรากฎว่าเปนผู้ซึ่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้ากองควบคุมเทศบาลแห่งกระทรวงมหาดไทย อันมีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องเทศบาลโดยตรงเช่นนั้นแล้ว ปาฐกถาของท่านผู้นี้ย่อมเหมาะที่จะบันจุไว้ในหนังสือเล่มนี้ไม่ต้องสงสัย

สำหรับปาฐกถาของเจ้าพระยาธรรมศักดิมนตรีนั้น แม้ท่านจะได้แสดงตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎร ยังใช้ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาฉะบับเก่าก็ดี แต่ก็ได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า ข้อบังคับเก่าซึ่งท่านอธิบายนั้น ข้อใดตรงกับข้อบังคับใม่ข้อใด เพื่อท่านผู้อ่านจะได้เข้าใจข้อบังคับใหม่โดยถูกต้อง
ข้าพเจ้าหวังใจว่า หนังสือ “คู่มือระบอบใหม่” จะเปนประโยชน์แก่เพื่อนร่วมประชาชาติของเรา ตามความปราถนาอันดีงามของผู้จัดการหนังสือพิมพ์ประชาชาติได้บ้างไม่มากก็น้อย และถ้าแม้ว่า ความหวังของข้าพเจ้าไม่ผิดแล้ว ท่านผู้ได้รับประโยชน์เช่นนั้นย่อมเปนหนี้บุญคุณแก่ท่านเจ้าของปาฐกถา และบทประพันธ์ ซึ่งได้กล่าวพระนามและนามมาแล้วทั้งสิ้น

สนิท เจริญรัฐ, ส.ส.
สำนักผู้แทนราษฎรนครราชสีมา
โรงพิมพ์ประชาชาติ พระนคร
วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๗



อย่างน้อยในช่วงเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองก็ยังมีผู้มองเห็นคุณค่าของการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวกับระบอบการปกครอง ซึ่งหากใครสนใจก็หาอ่านเอาเองนะครับ หาไม่ได้จริงๆ ก็แจ้งมาได้ เพราะอยากจะให้ทุกคนมองเห็นถึงความปราถนาดีของคนรุ่นแรกที่อยากถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา ประชาชนส่วนมากก็ยังคงเพิกเฉยต่อการแสวงหาความรู้ ได้แต่อ้างถึง “สิทธิของตน” ตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยพูดถึง “หน้าที่ของตน” ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะคนส่วนมากยังเข้าใจว่า สิทธิของตน นั่นคือ ผลประโยชน์ที่ตนจะต้องได้รับจากรัฐ และจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาโดยไม่นำพาว่าจะไปก้าวก่าย ละเมิด หรือ ล่วงเกิน “สิทธิของผู้อื่น” หรือไม่ ?

และก็ลืมสำนึกในหน้าที่ของตนไปโดยปริยาย