Breaking News
Loading...
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554


สิทธิของประชาชน ในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อเลือกสรรตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารปกครองประเทศ เป็นสิทธิส่วนบุคคลซึ่งประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของมันโดยสมบูรณ์และสามารถแสดงออกมาโดยเปิดเผย ทว่าในบางครั้งก็มีข้อจำกัดที่อาจจะมีผลกระทบต่อสุขภาพทางร่างกายหรือจิตใจสำหรับคนบางคนที่ไปเลือกรับสินจ้างรางวัล หรือถูกข่มขู่ หรือผูกพันกันด้วยระบบอุปถัมภ์มาก่อน แต่กฎหมายก็เปิดช่องว่างในเรื่องนี้ให้ด้วยการลงคะแนนลับในคูหาซึ่งปกปิดมิดชิดไม่มีผู้ใดมาล่วงรู้ว่าเราลงคะแนนเสียงให้กับผู้ใด บางหนก็เป็นเรื่องของคุณค่าของจิตใจที่ตกปากรับคำไว้ก่อนแล้ว ทำให้ไม่สามารถตระบัดสัตย์ได้ตามวิสัยลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของตนเองมากกว่าความเป็นไปของประเทศชาติ ผลการเลือกตั้งในทุกครั้งจึงปรากฎผลที่อยู่ในความคาดหมายของผู้คนเสมอ

ความพร้อมในการพิจารณาถึงเหตุและผลของประชาชนมีขีดจำกัดในเรื่องของการรับรู้ข่าวสาร และการใช้วิจารณญานแยกแยะถึงความถูกต้อง ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเน้นหนักไปในแนวทางแก้ต่าง หรือโจมตีตัวบุคคล มากกว่าการใช้เหตุผลตามหลักการเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ขณะที่อีกฝ่ายนั้นมุ่งโจมตีความล้มเหลวของระบบราชการเป็นสำคัญเพราะรู้ดีถึงจุดอ่อนในเรื่องดังกล่าวว่าเป็นเป้าโจมตีที่เหมาะสมที่สุด (เหมือนครั้งที่ฝ่ายตนตกเป็นฝ่ายรับมาก่อนหน้านั้น)

เคยอ่านข่าวสารเกี่ยวกับงานวิจัยบางชิ้นที่สำรวจความรู้สึกของประชาชนต่อการคอรัปชั่นของบรรดา ข้าราชการทุกประเภทรวมไปถึงพ่อค้านักธุรกิจระดับใหญ่ๆ ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ? ผลสรุปออกมาว่า ช่างมันเหอะ อยากโกงอยากกินก็เอา แต่ก็เผื่อแผ่ลงมาให้ประชาชนบ้างก็แล้วกัน อย่ากินเงียบๆ ขออภัย ที่ต้องแปลเป็นไทยอย่างนี้ ซึ่งหมายความว่าการคอรัปชั่นกลับกลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมยอมรับกันอย่างสนิทใจเสียแล้ว ไม่มีการต่อต้านใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป นั่นก็เพราะประชาชนไม่มีเรียวแรงที่จะไปคัดค้านขัดขวางกระบวนการเหล่านี้ได้เลย องค์กรอิสระต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบกลับกลายเป็นเพียงตำแหน่งหน้าที่ที่มีผู้มาสวมหัวโขนและเต้นไปตามบทที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง แม้แต่พรรคการเมืองก็พากันเมินเฉยต่อนโยบายการต่อสู้กับคอรัปชั่นที่มีมายาวนาน หันมาใช้นโยบายประชานิยม ตามใจประชาชนจนแทบไม่ต้องทำมาหากินอะไร นอกจากการกู้ยืม มีที่นาก็ผลักดันให้จ้างบริษัทต่างชาติมาทำนาแทน ส่วนชาวนาก็นั่งรอรับเศษเงินที่ตัวกลางทั้งหลายพากันสูบเลือดไปจนแห้งเหือด

ประชาชนเท่านั้น คือ หัวใจของประเทศ ไม่ใช่ด้วยการปกครองสั่งการด้วยคนเพียงคนเดียวที่คิดเอาเองว่าตนเองฉลาดเกินกว่าคนทั้งแผ่นดิน ขณะที่ประชาชนบางส่วนก็ยังคงเชิดชูชื่นชมในความเป็นยอดมนุษย์โดยไม่พิจารณาถึงเหคุและผล โดยไม่ใยดีต่อความเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นเอกราชของชาติไทยและสูญเสียสิทธิครอบครองผืนแผ่นดินที่จะอยู่อาศัยต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี

ขอให้มีความสุขกับเศษเงินที่พึงได้รับแลกกับสิทธิของความเป็นคนของแผ่นดินนี้