บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองนั้น หากเป็นสมัยโบราณ(นับตั้งแต่หลัง 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมาก็พอแล้ว) การก่อตั้งพรรคการเมืองได้นั้นจะต้องมีเงินทุนที่อาจจะมาจากกลุ่มบุคคลที่ร่วมมือกันก่อตั้งพรรคขึ้นมาและบางส่วนก็มาจากบรรดาผู้อุปถัมภ์ที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง(ก็ควรจะหมายถึงผู้มีอุดมการณ์เดียวกันแต่อายที่จะออกมายืนข้างหน้านั่นแหละ) ดังนั้น ผู้ที่เป็นนักการเมืองจะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือ เป็นผู้มีอันจะกินอยู่แล้ว การก้าวเข้ามาสู่เส้นทางการเมืองนั้นมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ ตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองซึ่งสามารถสร้างอำนาจบารมีให้เพิ่มพูนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการเพิ่มบทบาทและฐานะทางสังคมให้ดูดีขึ้น(ในสายตาตนเอง) สรุปแล้ว การอาสาเข้ามาเพื่อรับใช้ประชาชนในการบริหารปกครองประเทศชาติบ้านเมืองจึงเป็นเพียงคำกล่าวขั้นพื้นฐาน(ที่เป็นบทบังคับให้นักการเมืองต้องกล่าวทุกคน) ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นเช่นนั้น แต่ทว่าคนดีก็มีสอดแทรกอยู่เช่นกันในทุกครั้งทุกคราว ซึ่งไม่เคยปรากฎว่ามีใครได้รับเลือกเข้าไปเลยสักครั้ง เพราะผู้ถูกเลือกมักจะเป็นผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อ เจ้าแม่ หรือผู้ยิ่งใหญ่ในวงการเมืองหน้าเดิมๆ ทั้งหลายทั้งมวล

มาถึงวันนี้มีการออกกฎหมายเพื่อเปิดทางให้คนดีที่ไม่มีเงินทองได้รับโอกาสในการต่อสู้ทางการเมืองด้วยความเท่าเทียมกันในเรื่องของเงินสนับสนุนพรรคการเมืองตามกฎหมายซึ่งมีให้เห็นเป็นหลักการ 2 รูปแบบ คือ
1. เงินบริจาคจากภาษีของประชาชน เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง พ.ศ.2551 ที่กำหนดว่าประชาชนบริจาคสนับสนุนพรรคการเมืองได้ โดยหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารายละ 100 บาท ปีแรกคือปี 2551 มีผู้แสดงความจำนงบริจาคเพียง 69,774 คน โดยบริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ 59,768 คน หรือ 5,976,800 บาท พรรคเพื่อไทย 7,941 คน หรือ 794,100 บาท ส่วนพรรคอื่นยอดผู้บริจาคไม่เกิน 300 คน ถัดมาปี 2552 แม้ยอดผู้บริจาคจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่ยอดบริจาคพรรคประชาธิปัตย์นำลิ่วมาเช่นเดิมด้วยยอด 81,330 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทย แม้จะมี ส.ส. ในสภาเป็นอันดับหนึ่ง แต่มีผู้บริจาคเพียง 23,057 คน แถมยังแพ้พรรคตั้งใหม่อย่าง “การเมืองใหม่” ที่มีผู้บริจาค 39,835 คน
2. เงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งมาจากภาครัฐ โดยการกำหนดให้พรรคการเมืองเสนอแผนงานโครงการที่จะต้องปฏิบัติเพื่อขอรับเงินสนับสนุนตามที่กฎหมายบัญญัติอย่างเหมาะสม


วิถีทางของการเมืองยุคนี้ก้าวเดินเคียงคู่ไปพร้อมกับวิวัฒนาการ เป็นการก้าวเดินของระบอบทุนนิยมและระบบเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้นแนวทางทางการเมืองจึงเป็นประตูก้าวเข้าสู่อำนาจในการออกกฎหมาย อำนาจในการบริหารประเทศ อำนาจในการกำหนดนโยบายที่สำคัญของประเทศ เพื่อสนองตอบต่อระบอบทุนนิยมโดยสมบูรณ์ นายทุนหรือนักธุรกิจจึงอาศัยพึ่งพานักการเมืองด้วยการให้ความอุปการะผ่านทางเงินสนับสนุนพรรคการเมืองด้วยการบริจาคในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด(หรือนอกเหนือจากกฎหมายกำหนดในบางหนด้วยวิธีการอันแยบยล) และพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลก็อาจจะตอบแทนด้วยการมอบโควต้ารัฐมนตรีให้ เป็นการต่างตอบแทนจนกลายเป็นเรื่องปกติวิสัยในทางการเมือง ที่จะได้เห็นคนแปลกหน้าก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งสำคัญของประเทศโดยไม่คาดคิด

และวงจรของระบอบนายทุนยังคงหมุนวนต่อไป ความผิดพลาดบกพร่องถูกโยนไปให้ประชาชนหรือคู่แข่งทางการเมือง บทบาทและภาพลักษณถูกกำหนดขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง แกล้งลืมเรื่องราวความชั่วร้ายในอดีตที่เคยผ่านมาเสียสิ้นเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไม่สนใจใยดีที่จะแก้สงสัยให้คำตอบต่อคำถามมากมายจากประชาชน พยายามเบี่ยงเบนประเด็นไปให้พ้นตัวในทุกโอกาสพร้อมกับการปลุกระดมมวลชนบางส่วนที่ตกเป็นสาวกของคำโฆษณาชวนเชื่อโดยไม่เคยใช้วิจารณญาน ประเทศในวันนี้จึงเป็นเพียงแค่สังเวียนที่ถูกจัดสร้างไว้ให้ไก่ในบ้านได้ประลองกำลังห้ำหั่นกัน โดยที่ผู้ชมต่างก็นั่งมอง วางเดิมพัน โห่ร้องเชียร์กันอย่างสนุกสนาน เพราะไม่ได้เจ็บตัวไปด้วย

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -