บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ข้อมูลการรับบริจาคเงินของพรรคการเมือง ประจำเดือนเมษายน 2554

พรรคประชาธิปัตย์
• ครั้งที่ 12 ตามเลขที่หนังสือนำส่ง ปชป.54900779/2554 ลงวันที่ 4 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2554 จำนวนเงิน 114,686,400.00 บาท
• ครั้งที่ 13 ตามเลขที่หนังสือนำส่ง ปชป.54900803/2554 ลงวันที่ 11 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 4 - 10 เมษายน 2554 จำนวนเงิน 96,365,000.00 บาท
• ครั้งที่ 14 ตามเลขที่หนังสือนำส่ง ปชป.54900870/2554 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน 2554 จำนวนเงิน 81,715,840.00 บาท
รวม 292,767,240.00 บาท

พรรคอื่นๆ
• พรรคประชาธรรม ตามเลขที่หนังสือนำส่ง พปธ. 2554/012 ลงวันที่ 11 เมษายน 2554ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 4-8 เมษายน 2554 จำนวน 27,000.00 บาท
• พรรคพลังพัฒนา ตามเลขที่หนังสือนำส่ง พพน. 040/2554 ลงวันที่ 11เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 4-8 เมษายน 2554 จำนวน 27,307.00 บาท
• พรรครักษ์สันติ ตามเลขที่หนังสือนำส่ง รส./02 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน 2554 บริจาควันที่ 22 เมษายน 2554 จำนวน 160,000.00 บาท
• พรรคชาติไทยพัฒนา รวม 2 ครั้ง ตามเลขที่หนังสือนำส่ง ชทพ. 76/2554 ลงวันที่ 4 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม -1 เมษายน 2554 จำนวน 3,500,000.00 บาท และ ตามเลขที่หนังสือนำส่ง 81/2554 ลงวันที่ 11 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 4-8 เมษายน 2554 จำนวน 10,000,000.00 บาท รวม 2 ครั้งเป็น จำนวน 13,500,000.00 บาท
• พรรคเพื่อฟ้าดิน รวม 2 ครั้ง ตามเลขที่หนังสือนำส่ง พฟด. 00.017/2554 ลงวันที่ 6 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม 2554 บริจาควันที่ 30 มีนาคม 2554 จำนวน 20,000.00 บาท และ ตามเลขที่หนังสือนำส่ง พฟด. 00.018/2554 ลงวันที่ 26 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่18-25 เมษายน 2554 จำนวน 15,34.00 บาท รวม 2 ครั้งเป็น จำนวน 35,340.00 บาท
• พรรคมาตุภูมิ ตามเลขที่หนังสือนำส่ง มภ.0101(2)/14/2554 ลงวันที่ 5 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม- 1 เมษายน 2554 จำนวน 290,000.00 บาท
• พรรครวมชาติพัฒนา ตามเลขที่หนังสือนำส่ง รช.0043/2554 ลงวันที่ 11 เมษายน 2554 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2554 จำนวน 100,000.00 บาท
• พรรคการเมืองใหม่ ตามเลขที่หนังสือนำส่ง ก.ม.ม. 74/2554 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554ประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน 2554 ระหว่างวันที่ 18 - 24 เมษายน 2554 จำนวน 30,000.00 บาท

หมายเหตุ : ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง



ก็อย่าแปลกใจถ้าไม่เ็ห็นรายชื่อของพรรคขนาดใหญ่อย่าง พรรคเพื่อไทย ติดอยู่ด้วยเพราะคัดมาเฉพาะเดือนเมษายน ซึ่งผู้บริจาคอาจจะพักผ่อนชั่วคราวก็เป็นได้ ซึ่งถ้าหากติดตามดูทุกเดือนก็จะพบว่ามีการบริจาคเงินสนับสนุนพรรคการเมืองอย่างต่อเนื่องแทบไม่ขาดระยะ และจะเน้นหนักไปที่พรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรค เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคประชาธิปัตย์ รวมแล้วเป็นจำนวนเงินหลายร้อยล้านทีเดียวเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคตามระบอบประชาธิปไตย (คิดว่าเป็นยังงั้นนะ) เป็นที่น่าสังเกตุว่าบางพรรคแม้จะเป็นพรรคขนาดกลาง(ค่อนไปทางเล็ก) เช่นพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ยังเคยมีเงินรับบริจาคในบางเดือนเป็นหลักล้านบาท

เงินที่ได้รับบริจาคนี้หากมองลึกลงไปในรายละเอียดจะสามารถแยกแยะออกมาได้เป็น 2 ส่วนคือส่วนแรกจะเป็นเงินบริจาคที่มาจากบรรดาสมาชิกของพรรคเอง (มากน้อยตามกำลังศรัทธา ว่างั้นเถอะ) แต่อีกส่วนจะมาจากผู้ประกอบการธุรกิจภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน ต่างๆ มากหลาย (แต่ถ้าจะมองให้ลึกลงไปในรายชื่อกรรมการบริหารในแต่ละบริษัทแล้วจะเห็นถึงเส้นสายกลไกความสัมพันธ์ที่โยงใยเกี่ยวพันกันไปมาเกือบจะทั้งสิ้น) ทำให้สามารถมองเห็นเยื่อใยของนักการเมืองที่มีต่อธุรกิจภาคเอกชนว่าตัดกันไม่ขาดและแยกกันไม่ออกจริงๆ เหตุผลก็มาจากความคงอยู่ของระบอบอุปถัมภ์ในสังคมไทยนั่นเองในทำนองน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เพราะธุรกิจต้องอาศัยระบบราชการเป็นสะพานทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่ตลอดมา ขณะที่ระบบราชการก็ต้องพึ่งพาธุรกิจในการขับเคลื่อนโครงการของตนเช่นเดียวกัน

ปัญหาความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น ณ จุดนี้ เพราะในช่วงหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549 เป็นต้นมา กลุ่มทุนที่เคยสนับสนุนพรรคไทยรักไทยเดิมเริ่มหันเหเบนมาบริจาคเงินสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้นจนผิดสังเกตุและเพิ่มมากขึ้นในปี 51 - 54 แต่ก็คงไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้กับพรรคเพื่อไทยมากนักเพราะเป็นพรรคที่มีกลุ่มทุนมหึมายืนเคียงข้างอยู่แล้ว(ไม่ใช่แอบสนับสนุน) และในระยะหลังๆ กลุ่มทุนบางกลุ่มเริ่มบริจาคเงินสนับสนุนอย่างทั่วถึงไปแทบทุกพรรคแบบหว่านแห เป็นการพิสูจน์ได้ว่า เริ่มจะคาดเดาสถานการณ์การเมืองไม่ถูกทิศถูกทางเสียแล้วว่าจะเอนเอียงไปทางใดจึงต้องดักทางไปให้หมดทุกประตู และเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบ่งขั้วอย่างชัดเจนเช่นนี้ การทำให้คะแนนเสียงของแต่ละพรรคทะลุเกินครึ่งขึ้นไปจึงเป็นเรื่องเข็นครกขึ้นต้นไม้ไปเสียแล้ว โอกาสจึงตกเป็นของพรรคการเมืองขนาดกลาง ที่เริ่มมีความสำคัญโดดเด่นขึ้นมาทันทีเพราะจะต้องเข้ามามีบทบาทในการเป็นตัวช่วยพรรคใหญ่จัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยคะแนนเสียงลำดับรองๆ ของพรรคตน (ซึ่งน่าจะมีถึง 3-4 พรรคทีเดียว) การต่อรองทางการเมืองช่วงนี้เป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ไม่ควรลอกเลียนแบบ

ทำให้หวนนึกถึงสถานการณ์ในการจัดตั้งพรรคการเมืองแบบสหพรรคโดยการกวาดต้อนพรรคเล็กๆ เข้ามารวมตัวกันเพื่อเสียงที่เด็ดขาดในรัฐสภา มีอำนาจในการออกกฎหมายผ่าโลกได้ทุกประเภทด้วยการออกเสียงให้ความเห็นชอบในมติของพรรคอย่างท่วมท้น โดยฝ่ายค้านไม่มีปัญญาที่จะคัดค้านได้เลยตามระบอบเผด็จการรัฐสภาอย่างสมบูรณ์ และสามารถตอบสนองต่อธุรกิจภาคเอกชนได้อย่างเสรี

ประชาชนก็คือประชาชน มีสิทธิ เฉพาะในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่แทนตนเท่านั้นเอง ส่วนที่ว่าท่าน ส.ส.จะเอาปัญหาเรื่องเดือดร้อนต่างๆ ไปทำหรือไม่นั้นก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะ เพราะเมื่อท่านเข้าไปเป็น ส.ส.ท่านก็จะทำตามมติของพรรคเท่านั้น ประชาชนไม่เกี่ยว

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -