บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554


หากต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระอื่นใดในระยะนี้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นและจะต้องทนเห็นตลอดไปอีกเกือบ 2 เดือนก็คือป้ายประกาศหาเสียงของบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมืองต่างๆ มากมาย รวมถึงป้ายประกาศแสดงถึงนโยบายของพรรค หรือของตนเอง อีกไม่ใช่น้อย ซึ่งทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กกต.อยู่แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อนำมากองรวมกันแล้วทุกพรรค มันก็จะดารดาษเหมือนเศษขยะในถังหน้าบ้านนั่นแหละ นอกจากจะทำให้เกิดความเซ็งในอารมณ์ แล้ว ยังจะทำให้เกลียดการเลือกตั้งมากไปกว่าเดิมเสียอีก

แต่ก็ต้องยอมรับว่าป้ายหาเสียงเหล่านี้อย่างน้อยก็ยังพอจะมีประโยชน์กับบุคคลบางกลุ่มที่รอถึงวันเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ได้อาศัยเก็บเอาไปทำที่พักพิงหลบแดดฝน แต่เทียบกับสมัยก่อนแล้วยังเห็นว่าได้ประโยชน์น้อยกว่า เพราะเมื่อก่อนเป็นไม้คร่าวหน้าสามและไม้อัดทั้งนั้น แต่สมัยนี้เปลี่ยนเป็นแผ่นพลาสติกนานาชนิด กันฝนได้ดีกว่าแต่ไม่ถาวรแน่นหนาแบบของเดิม

สิ่งหนึ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนคือการออกมาโฆษณาประชาสัมพันธ์รายวันของบรรดาลูกพรรค กรรมการบริหารพรรค โฆษกพรรค รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าพรรค รวมถึึงประธานพรรคหรือจากตัวอะไรที่แอบอยู่ข้างหลังพรรคก็แล้วแต่  เนื่องจากนโยบายรายวันเหล่านี้บางทีก็พิสดารเหลือเชื่อและออกแนวเวอร์จนเหลือเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในชาตินี้ และในประเทศนี้ ตัวอย่างเช่น



ข้อมูลจาก http://www.ptp.or.th/news/m-detail.aspx?news_id=2460 เมื่อ 24 พ.ค.54 เวลา 20.15 น.

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โจมตีนโยบายการแจกแท็บเล็ตพีซีให้นักเรียนว่าใช้เงินมาก ไม่มีประโยชน์ และไม่มีงบประมาณเพียงพอว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีทางด้านการศึกษาสมัยใหม่ซึ่งแท็บเล็ตพีซีเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญทางการศึกษาในระบบ E-Education และ E-Learning เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้และการค้นคว้าของนักเรียนได้ตลอดเวลาทั้งในและนอกห้องเรียน เปิดและสร้างโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สำคัญที่สุดเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดช่องว่าง และความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของไทย ซึ่งการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากหรือเป็นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีแท็บเล็ตพีซี
"การแจกแท็บเล็ตพีซีนั้น เป็นการลงทุนในการยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยมุ่งไปที่ตัวนักเรียนซึ่งเป็นมิติหนึ่งที่สำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาของไทย ซึ่งตนเองมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์การสร้างคน สร้างชาติ ในระยะยาว ทั้งนี้การแจกแท็บเล็ตด้วยงบประมาณปีละ 2-3 พันล้านบาทถือว่าคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มหาศาล ไม่มากอย่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหาเพราะเครื่องหนึ่งสามารถใช้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป และไม่เป็นภาระต่องบประมาณ และคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณทางด้านอื่นๆ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วและยืนยันที่จะเดินหน้าทำทันทีที่เป็นรัฐบาล"นายคณวัฒน์กล่าว



ขอประทานโทษ จะประชาสัมพันธ์อะไรก็น่าจะเอาแค่หอมปากหอมคอไม่น่าจะเว่อร์เสียขนาดนั้น ปัญหาโรงเรียนในชนบทได้รับการจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์(เก่าๆ)มาใช้งาน แต่ปรากฎว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งหมู่บ้าน กับปัญหาที่ว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ไปอยู่ที่บ้านผู้บริหาร แล้วก็มีเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ใช้ไม่เป็นทั้งโรงเรียน ทั้งครูทั้งภารโรงทั้งนักเรียน ครั้งที่ผ่านมาจึงเป็นความร่ำรวยของบริษัทที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์กับผู้มีอำนาจสั่งซื้อ แต่จะเป็นใครก็ไม่รู้?

ยังจำได้ว่าเมื่อตอนใช้กระดานชนวนเรียนหนังสือน่ะ ก็สามารถบวกลบเลขได้ถูกต้อง จนมาถึงยุคใช้ดินสอก็เริ่มเขียนเรียงความได้แล้วและเมื่อมาเริ่มใช้ปากกาเป็นครั้งแรกตอนเรียน ม.ศ.1 มันก็ยังสามารถแก้สมการได้โดยไม่ต้องใช้วิทยาการสมัยใหม่เลย สรุปก็คือ เทคโนโลยี่ไม่ได้ช่วยให้คนฉลาดขึ้นหรือมีความรู้เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณอย่างแน่นอน เพราะวิวัฒนาการต้องเกิดจากตัวของคนไม่ใช่จากวัตถุ ความรู้ต้องเกิดจากการศึกษาเรียนรู้ ไม่ใช่ด้วยอุปกรณ์

หากอาศัยเทคโนโลยีมากจนเกินไป
สักวันหนึ่งข้างหน้า บ้านเมืองเราคงได้เห็น นายกรัฐมนตรีที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อหาผลบวกของ 1 กับ 1 แล้วก็สมองกลวงเพราะถูกฝังชิปไว้หลายแผง

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -