บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังมีเรื่องราวบางอย่างที่สั่นคลอนความเป็นราชอาณาจักรไทยอย่างไม่คาดคิดด้วยฝีมือของนักกฎหมายที่พิจารณายกร่างกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาเพื่อเอาใจนายทุนในคราบของนักการเมือง นั่นคือ เรื่องราวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 ได้มีมติอนุมัติหลักการตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติ ( พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งยกร่างโดยคณะทำงานด้านกฎหมาย ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน

สาระสำคัญประกอบด้วย

1. เขตพิเศษ หมายถึง พื้นที่เฉพาะที่กำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสนับสนุน อำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการดำเนินกิจการต่างๆ ภายในเขตพื้นที่ เช่น การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว การบริหาร หรือการอื่นใด และยังเป็นการพัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการที่ดี

2. ให้มีคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบายเขตพิเศษและการตั้งเขตพิเศษแต่ละแห่งต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งกำกับดูแลการดำเนินการของเขตพิเศษให้เป็นไปตามนโยบาย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษ ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่ศึกษาถึงรายละเอียดที่จะตั้งเขตพิเศษ รวมทั้งเป็นฝ่ายวิชาการและธุรการให้คณะกรรมการนโยบายฯ

3. กำหนดให้มีกระบวนการจัดตั้งเขตพิเศษ การบริหารจัดการเขตพิเศษแต่ละเขตรายได้และอำนาจหน้าที่ของเขตพิเศษ

4. เขตพิเศษอาจได้มาซึ่งที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการดำเนินงานโดยจัดหาเอง เช่น ซื้อ เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน เช่าระยะยาว เวนคืน ให้เอกชนนำที่ดินมาร่วมลงทุน เป็นต้น หรือได้มาโดยผลของกฎหมาย เช่น ให้ พรฏ.จัดตั้งเขตพิเศษมีผลเป็นการถอนสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตที่กำหนดเป็นเขตพิเศษ และให้ตกเป็นของเขตพิเศษ โดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่ดิน

5. กรณีที่กฎหมายกำหนดให้การดำเนินการในเรื่องใดเป็นอำนาจของหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการตามกฎหมาย ให้เขตพิเศษมีอำนาจดำเนินการได้เช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐนั้น และให้ถือว่าผู้ว่าการเขตพิเศษเป็นและมีอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามกฎหมายนั้น

6. การดำเนินการเรื่องใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ เขตพิเศษมีอำนาจดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขออนุญาตตามกฎหมายนั้น

7. ถ้าเขตพิเศษเห็นว่าหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขออนุญาตตามกฎหมายใดเป็นอุปสรรคแก่ผู้ประกอบการ/ผู้อยู่อาศัย ให้รายงานคณะกรรมการนโยบายเพื่อนำเสนอ ครม.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ยกเว้นกิจการที่อยู่ในอำนาจของ กทช.และ กสช.

8. ถ้าพื้นที่ของเขตพิเศษครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรืออุทยานแห่งชาติ และเขตพิเศษนั้นมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับแผนและแนวทางการดำเนินงานของเขตพิเศษ

9. เขตพิเศษมีอำนาจให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจ/อยู่อาศัย เช่น อนุมัติ ออกใบอนุญาต แทนหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายภายในพื้นที่เขตพิเศษ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งค่าธรรมเนียมหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ให้ส่งเป็นรายได้ของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายนั้นกำหนด และเมื่อดำเนินการแล้วต้องแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายทราบ

10. ให้เขตพิเศษมีอำนาจเช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในพื้นที่เขตพิเศษ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เมื่อดำเนินการแล้วต้องแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ค่าธรรมเนียมหลังจากหักค่าใช้จ่ายไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ให้ส่งเป็นรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

11. กรณีหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นว่าการดำเนินการของเขตพิเศษไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ให้แจ้งเขตพิเศษเพื่อแก้ไข ถ้าเขตพิเศษไม่ดำเนินการให้เสนอคณะกรรมการนโยบายเพื่อวินิจฉัย

12. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกรรมการ โดยตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารเขตพิเศษ

13. ผู้ประกอบการ/ผู้อยู่อาศัยในเขตพิเศษมีสิทธิ

  • ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
  • การลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • หักค่าใช้จ่ายก่อนการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานอกจากที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
  • นำคนต่างด้าวเข้ามาอยู่และทำงานในราชอาณาจักร
  • สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าว
  • สิทธิในการถือครองหรือเปิดบัญชีเงินฝากเป็นเงินตราต่างประเทศ
  • สิทธิในการนำหรือส่งเงินออกไปนอกราชอาณาจักร

นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการอภิปรายเรื่อง "ชำแหละร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษและข้อตกลงเขตการค้าเสรี" ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันจัดขึ้น ข้อความบางตอนมีว่า

"...... ในระบบทุนนิยมนี้ ทุกอย่างทำเพื่อผลประโยชน์ และกำไรสูงสุดทั้งสิ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจการเมือง ที่พรรคการเมืองนักการเมือง มักอ้างว่านโยบายตอบสนองผลประโยชน์ของประชาชนและสังคม ดูได้จากการที่รัฐบาลปัจจุบันช่วยลดภาษีให้กับคนรวย แต่กลับมาขูดรีดภาษีกับคนชนชั้นกลาง คนทำงานนอกภาคการเกษตร แต่รัฐบาลกลับนำเงินที่เป็นภาระภาษีไปหาเสียงทางการเมือง ออกนโยบายประชานิยม เช่น กองทุนหมู่บ้าน แต่กลับปิดกั้นการตำหนิท้วงติงจากคนชนชั้นกลาง นักวิชาการ...."

"การประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถือว่าเป็นการสถาปนารัฐซ้อนรัฐ เพราะอำนาจรัฐเดิมจะถูกสลายลง สร้างอาณาจักรแห่งทุนชื่อ "ทักษิณาจักร" ปกครองโดยราชาแห่งทุน (Capitalist King ) นำไปสู่ยุคราชาธิปไตยแห่งทุน ลูกจ้างทั้งหลายถูกทำให้เป็นไพร่ทั้งหมดด้วยกองทุนเงินต่างๆ เช่น กองทุนต่างๆ ในนโยบายประชานิยม และหากประกาศจังหวัดใดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็เท่ากับว่าจังหวัดนั้นถูกครอบงำด้วยแผนเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีอำนาจสูงสุดอยู่ที่ซีอีโอประเทศ สามารถชี้นิ้วได้ว่าเขตนี้เป็นเขตลงทุนสหรัฐ หรือ ญี่ปุ่น เพราะกฎหมายบอกว่า ต่างชาติถือครองที่ดินได้ ระบบฮ่องเต้ปาร์ตี้เช่นนี้ ถ้าทำดีประเทศก็ดี แต่ถ้ามีขันทีสามานย์ก็จะทำให้ประชาติเสียหายล่มจม"
ด้านนายเจริญ คัมภีรภาพ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเดียวกันว่า หากมีการออกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ เท่ากับว่าเป็นการกำจัด ยกเลิก เพิกถอนบรรดากฎหมายเก่าที่ใช้บังคับอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีผลทำให้หลักการ กฎเกณฑ์ กลไกต่างๆ ตามกฎหมายที่มีอยู่แต่เดิม เป็นอันต้องถูกยกเลิกถอนไป โดยไม่จำเป็นต้องไปแก้กฎหมายเก่าทีละฉบับ เปรียบได้กับเป็นการรัฐประหารเงียบ และยกฐานะโดยการนำ แนวคิดวิธีการจัดการทางธุรกิจแบบซีอีโอ มาแทนที่โครงสร้างการใช้อำนาจรัฐใหม่

จากงานเดียวกัน ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ การยึดทรัพย์สมบัติสาธารณะมาให้กับนายทุนได้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน หรือ อากาศบริสุทธิ์ และขออ้างบทความของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ที่บอกว่าจุดมุ่งหมายของเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ เพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเสรีนิยม แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ เป็นการแข่งขันเอาชนะกันด้วยทรัพย์สมบัติของคนอื่น พยายามเอาสมบัติกลางของสังคมใช้เป็นเครื่องมือแข่งขันกัน การทำข้อตกลงเอฟทีเอก็เช่นเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายคือการใช้ทรัพย์สมบัติของส่วนรวมไปแข่งขัน
"นี่คือการเปลี่ยนแปลงการใช้ทรัพยากร มีการออกกฎหมายเปลี่ยนความคิดคน แล้วประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถือเป็นการปฏิวัติทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุด เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขนาดนี้ ประชาชนจะรักษาความสัมพันธ์กับทรัพยากรได้หรือไม่ หรือต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์ ปล่อยให้นายทุนตักตวงแสวงหาผลประโยชน์ต่อไป ประชาชนสามารถจะขัดขวางและรักษาประเทศให้อยู่รอดได้หรือไม่"

เกือบไปแล้วไหมล่ะบ้านเมืองของเราเพราะเรื่องนี้หยุดยั้งลงเพียงเท่านี้ แต่ไม่ได้มีอยู่เพียงเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผู้ถือได้ว่าทำหน้าที่แทนประชาชนทั้งประเทศ แต่กลับตัดสินใจลงมติในเรื่องหลายเรื่องที่ค้านต่อความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ อย่างเงียบเชียบเสมอมา โดยไม่มีผู้ใดรู้เห็น เรื่องใดที่หลุดรอดออกมาให้ได้ยินเช่นเรื่องนี้ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเมืองอยู่นานพอสมควรก่อนที่เรื่องนี้จะถูกพับเก็บไว้รอโอกาสที่จะถูกนำมาแก้ไขดัดแปลงให้แนบเนียนอีกครั้ง เมื่อสบโอกาสที่เหมาะสม ทั้งนี้อาจจะมีการดัดแปลงหน้าตาหรือชื่อเรื่องเสียใหม่ หรือไม่ก็พยายามแอบลงมติให้เงียบที่สุด เร็วที่สุด แล้วก็ประกาศใช้ (เพื่อให้มีการต่อต้านขั้นรุนแรงที่สุด) ตามแบบอย่างของธุรกิจการเมืองยุคใหม่

ขออวยพรให้สมหวังในคราวนี้ เพราะเชื่อแน่ว่าไม่มีวันที่สังคมจะสงบสุขหากผู้มีอำนาจยังพยายามหาหนทางในการกอบโกยผลประโยชน์ของประเทศชาติแบบไม่รู้จักจบสิ้น ทำทุกอย่างได้แม้กระทั่งการนำเอาแผ่นดินเกิดมาแบ่งขาย หรือให้เช่าตลอดชีพ ไม่สนใจสักนิดว่ามันควรจะเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของคนทั้งประเทศที่จะต้องตัดสินใจร่วมกัน ก่อนที่จะถอยร่นลงไปลอยคออยู่ในอ่าวไทย ขณะที่ผู้ปกครองและบริวารพาครอบครัวขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเดินทางไปยังบ้านพักในต่างประเทศที่มีอยู่มากมายกว่าค่อนโลกพร้อมกับเงินในบัญชีอีกท่วมท้นถึงชาติหน้า

ก็ภาวนาไว้ว่ายามสิ้นชีพลงเมื่อใด ขอให้ศพสวย

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -