บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

การรัฐประหาร 2500 : สาเหตุของการรัฐประหารสืบเนื่องจากความแตกแยกกันระหว่างกลุ่มทหาร ที่นำโดย พล.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบก กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ ที่ค้ำอำนาจของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม


การรัฐประหารเกิดขึ้นในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 พล.ท.ประภาส จารุเสถียร แม่ทัพภาคที่ 1 ใช้รถถัง รถหุ้มเกราะและกำลังพล กระจายกำลังออกยึดจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่น หอประชุมกองทัพบก ที่ถนนราชดำเนินนอก เป็นต้น ในส่วนของ กองบัญชาการตำรวจกองปราบ ที่สามยอด ซึ่งเป็นที่บัญชาการของ พล.ต.อ.เผ่า ได้รับคำสั่งให้ยึดให้ได้ภายใน 120 นาที ก็สามารถยึดได้โดยเรียบร้อย โดย ร.ท.เชาว์ ดีสุวรรณ ในขณะที่ พล.จ.กฤษณ์ สีวะรา รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ท.เอิบ แสงฤทธิ์ พ.ต.เรืองศักดิ์ ชุมะสุวรรณ พ.อ.เอื้อม จิรพงษ์ และ ร.อ.ทวิช เปล่งวิทยา ได้นำกำลังกระทำยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "เข้าตีรังแตน" โดยนำกองกำลังทหารราบที่ 1 พัน 3 บุกเข้าไปยึดวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากนั้นจึงติดตามด้วยกองกำลังรถถัง ในขณะที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.หลวงชำนาญอรรถยุทธ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งวิทยุเรียกเรือรบ 2 ลำ ยึดท่าวาสุกรี และส่งกำลังส่วนหนึ่งยึดบริเวณหน้าวัดราชาธิวาส เพื่อประสานงานยึดอำนาจ จนกระทั่งการยึดอำนาจผ่านไปอย่างเรียบร้อย

ขณะที่ฝ่าย จอมพล ป. พิบูลสงคราม รู้ล่วงหน้าก่อนเพียงไม่กี่นาที จึงตัดสินใจหลบหนีโดยไม่ต่อสู้ โดยเดินทางไปโดยรถยนต์ประจำตัวนายกรัฐมนตรียี่ห้อเบนซ์ พร้อมกับคนติดตามเพียง 3 คน เท่านั้นคือ นายฉาย วิโรจน์ศิริ เลขานุการส่วนตัว พ.ต.อ.ชุมพล โลหะชาละ และ พ.ท.บุลศักดิ์ วรรณมาศ ทั้งหมดได้หลบหนีไปทางจังหวัดตราด และว่าจ้างเรือประมงลำหนึ่งเดินทางไปที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา ก่อนลงเรือ จอมพล ป. ได้ให้ พ.ท.บุลศักดิ์ นำรถไปคืนสำนักนายกรัฐมนตรี และเข้าพบหัวหน้าคณะปฏิวัติ คือ พล.อ.สฤษดิ์ ว่า ทั้ง 3 ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขออย่าได้ติดตามไปเลย
ขณะที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ยังมิได้หลบหนีไปเหมือนจอมพล ป. แต่ถูกควบคุมตัวเข้ากองบัญชาการคณะปฏิวัติ พร้อมกับกล่าวว่า "อั๊วมาแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา" แต่ในวันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.เผ่า ก็ถูกบีบให้เดินทางออกนอกประเทศไป จนในที่สุด ก็เสียชีวิตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2503
(ข้อมูลข้างต้นจาก http://th.wikipedia.org/wiki/รัฐประหารในประเทศไทย_พ.ศ._2500)

เมื่อ 28 มกราคม 2502 ประเทศไทยมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร อันเป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติเมื่อ 20 ตุลาคม 2501 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 76 ตอนที่ 17 ลงวันที่ 28 มกาคม 2502 โดยมี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ในกฎหมายฉบับนี้มีเพียง 20 มาตรา แต่ถ้าจะใช้เพียง 2 มาตราที่จะพูดถึงก็น่าจะไม่มีใครมาโต้แย้ง

มาตรา 16 ก่อนตั้งคณะรัฐมนตรี หัวหน้าคณะปฏิวัติปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี

มาตรา 17 ในระหว่างที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในการระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักรหรือราชบัลลังก์ หรือการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลาย ก่อกวนหรือคุกคามความสงบที่เกิดขึ้นภายใน หรือมาจากภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรีโดยมติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการ หรือกระทำการใดๆ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำเช่นว่านั้นเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามความในวรรคก่อนแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภาทราบ

ข้อความในมาตรา 17 นี้ยังคงมีอยู่ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 ซึ่งมี จอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และก็มีเพียง 23 มาตราเท่านั้น

จอมพลถนอม กิตติขจร นั้นประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่าเป็นผู้นำในการทำรัฐประหารครั้งแรกเมื่อ 20 ต.ค.2501 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของ จอมพลสลฤษดิ์ และครั้งที่สองเมื่อ 17 พ.ย. 2514 เป็นการโค่นล้มรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ จอมพลถนอม กิตติขจร ? เพื่อยึดอำนาจการปกครองโดยสมบูรณ์ ก่อนที่จะถูกนักศึกษาและประชาชนโค่นล้มลงในเหตุการณ์เมื่อ 14 ตุลาคม 2516

ยุคเรืองอำนาจของกลุ่มผู้นำทหารนี้มีระยะเวลานานเพียงพอที่จะหยุดยั้งความเจริญเติบโตของประเทศในทุกด้าน ไม่ว่าจะป็นการเมือง การทหาร ศิลปวัฒนธรรม เป็นช่วงเวลาของการกอบโยผลประโยชน์ส่วนตนอย่างหิวโหยและท้าทายอำนาจของปวงชนโดยไม่หวั่นเกรงเพราะมีอาวุธอยู่ในมือ กฎหมายถูกบัญญัติขึ้นมาบังคับใช้ด้วยการกำหนด 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน บ้านเมืองตกอยู่ในกลียุคแบบสมบูรณ์ ประชาชนตกอยู่ในเงามืดของระบอบการปกครองด้วยความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่คาดคิดจากฝีมือของอำนาจเผด็จการ

วงจรเช่นนั้นคงจะต้องหมุนวนมาถึงอีกบ่อยครั้งในยุคปัจจุบัน แต่จะเ็ป็นการหมุนเวียนระหว่างอำนาจของเผด็จการทหาร และ เผด็จการทุนนิยม อย่างที่เคยปรากฎให้เห็นในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา ว่าสามารถก่อให้เกิดปัญหารุนแรงให้กับบ้านเมืองอย่างไรบ้างและยังคงไม่มีทางสมานรอยแผลนั้นจนถึงทุกวันนี้

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -