บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขึ้นชื่อบทความอาจจะแปลกๆ ไปสักนิด แต่สำหรับแฟนหนังสือจีนกำลังภายในคงจะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่านี้เป็นอย่างดี บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ถึงแม้ว่าจะเป็นประโยคที่ดูเรียบรื่นแต่มีความหมายที่กว้างไกลมหาศาลและก็ส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่งทั้งปวงในสังคมปัจจุบันอย่างมากมายในทุกด้าน ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สถาบัน จนถึงระดับประเทศ เพราะเป็นประโยคที่เน้นย้ำถึงสังคมระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นมาในโลกเราตั้งแ่ต่โบราณกาลและไม่มีวันที่จะเลือนหายไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน


แม้ว่าในปัจจุบันจะมีคำว่า เกิดมาแล้วต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งนั่นก็มีความหมายที่คลุมเครือไม่อาจจะกำหนดชี้วัดได้ว่าเท่าไร? จึงจะถือว่าเพียงพอ และเราเป็นหนี้บุญคุณแผ่นดินในเรื่องใดบ้าง? เพราะหากเลือกได้เราคงจะเลือกเกิดในแผ่นดินที่ไม่มีความวุ่นวาย แผ่นดินที่ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร แผ่นดินที่ทุกคนมีความเมตตากรุณา คงไม่มีมนุษย์หน้าไหนหรอกที่สามารถเลือกที่เกิดเองได้ หากเลือกได้จริงขอเลือกที่จะไม่เกิดมาดีกว่า

ข่าวคราวช่วงนี้เป็นวาระของการผลัดเปลี่ยนรัฐบาล(ตามสัญญามั้ง) โดยการกำหนดวันเลือกตั้งเอาไว้ในไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้าและก็จะต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราและยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลาก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น สาระสำคัญที่อยากจจะพูดถึงก็คือเรื่องการกำหนดสัดส่วนของ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน ซึ่งกำหนดไว้ 500 ท่าน ว่าควรจะเป็น 400 ต่อ 100 หรือ 375 ต่อ 125 ความแตกต่างของตัวเลขนั้นสามารถวัดความได้เปรียบเสียเปรียบกันที่ขนาดของพรรคการเมือง ถ้าเป็นพรรคใหญ่เค้าว่าน่าจะได้เปรียบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดหรอกเพราะเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาว่าผลจะเป็นอย่างไร? แล้วค่อยมาพูดถึงอีกครั้งภายหลัง

แต่ในความคิดนะ ส.ส.ในระบบสัดส่วน ตามปกติแล้วจะเป็นบุคคลระดับแกนนำของพรรคที่วางตัวเตรียมพร้อมไว้สำหรับตำแหน่งสำคัญๆ ในรัฐบาล แต่บางครั้งก็จะมีการสอดแทรกผู้ที่มีอุปการะคุณแก่พรรคไว้ในรายชื่อระดับต้นๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาด ซึ่งในบางพรรคก็จะมีการสอดแทรกบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจในความประพฤติตามความเห็นของประชาชนเข้ามาร่วมอยู่ในรายชื่อเหล่านี้ด้วยภาษาชาวบ้านเค้าเรียกว่ายัดใส้ครับ สรุปคร่าวๆ ก็คือ ส.ส.ระบบสัดส่วนจะเป็นการวัดความนิยมของพรรคการเมืองในภาพรวม ส่วนจะได้ตัวบุคคลมาแบบมีคุณภาพหรือไร้สมรรถภาพก็เป็นเรื่องสุดแท้แต่บูญทำของกรรมเวร

สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเบอร์เดียวนั้นควรจะกำหนดมาตตรานขั้นต่ำไว้เลยว่าผู้ที่มีสิทธิได้รับเลือกตั้งควรจะได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนส่วนมากในพื้นที่นั้นๆ ได้เลือกสรรแล้วว่าดีจริง

ก็แค่ฝันเท่านั้นตราบใดที่ประชาชนยังคงมองไม่เห็นความสำคัญของภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบของ ส.ส.ที่ตนจะต้องเลือก ว่าจำเป็นด้วยหรือ? ที่จะต้องเป็น ตระกูล ครอบครัวหรือญาติพี่น้องของอดีต ส.ส. ที่บางคนนั้นไม่เคยมองเห็นผลงานสักคร้งตลอดอายุการเป็น ส.ส.หลายสมัย
นอกจากจพร่ำรวยขึ้น บารมีมากขึ้น และก็แก่ลงเหมือนกับคนอื่นๆ มิหนำซ้ำบางท่านอาจจะมีสติสัมปชัญญะลดน้อยลงเสียด้วยซ้ำไป

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -