Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

  
         ".....ประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งประเทศประมาณ 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ หรือป่าไม้อยู่เพียง 80 ล้านไร่ หรือร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ และมีพื้นที่เป็นป่าเสื่อมสภาพและถูกยึดครองโดยประชาชนทั่วไปอีกไม่ต่ำกว่า 80 ล้านไร่เช่นกัน
รวมกันแล้วประเทศไทยยังมีเนื้อที่ป่าตามกฎหมายอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเนื้อที่ประเทศหรือประมาณ 160 ล้านไร่ (พ.ศ.2504 มี 171 ล้านไร่) เพราะตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า พื้นที่ใดหากไม่มีเอกสารสิทธิตาม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ให้ถือว่าที่ดินนั้นยังคงเป็นที่ดินป่าไม้อยู่...."
(นิวัติ เรืองพานิช นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ อดีตคณบดีคณะวนศาสตร์ มติชนรายวัน วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10541)

         ".....ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือน ปี 2549 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ร้อยละ 40 ของครัวเรือนภาคเกษตร ไม่มีที่ดินเลย หรือถือครองที่ดินน้อยกว่า 10 ไร่ และจำนวนครัวเรือนที่ไม่ได้ถือครองที่ดินเลยนับวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพื้นที่ทางการเกษตรส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการผลิตอย่างแท้จริง แต่เป็นการซื้อที่ดินของนายทุนเพื่อเก็งกำไร...."

         "......งานวิจัยเรื่อง นโยบายเศรษฐกิจที่ดินของไทยในสตวรรษใหม่ ของ “ปรีชา วทัญญู” ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเศรษฐกิจที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน (2544) ระบุว่า ร้อยละ 10 ของคนทั้งประเทศเป็นผู้ถือครองที่ดินมากกว่า 100 ไร่ ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 90 เป็นผู้ถือครองที่ดินน้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 ไร่ เท่านั้น....."

         ".....เมื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินผ่านบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งสองสภา รวม 630 คน
ในจำนวนนี้ 580 คน ถือครองที่ดินรวมกัน 69,942-2-67 ไร่ รวมมูลค่า 24,760 ล้านบาท (มูลค่าตามราคาประเมินของกรมที่ดินขณะนั้น)
พรรคที่ถือครองที่ดินมากสุดคือ พรรคเพื่อไทย โดยมี ส.ส.แจ้งว่าเป็นเจ้าของที่ดิน 172 คน รวมเนื้อที่ 21,042-2-40 ไร่ มูลค่า 4,755.9 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ ผู้ถือครองที่ดินตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปมีทั้งสิ้น 39 คน......"

         "....กรุงเทพธุรกิจ สำรวจทีดินทรัพย์สินรัฐมนตรี 4 รัฐบาล พบ 40 รัฐมนตรีมีที่ดินครอบครองเกิน 100 ไร่ "อุไรวรรณ เทียนทอง" ถือครองที่ดินถึง 1,886 ไร่ ขณะที่คนไทย 90% ของประเทศมีที่ดินเป็นของตัวเองไม่ถึง 1 ไร่
         จากการสำรวจของ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าการถือครองที่ดินของรัฐมนตรี ใน 4 รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง เฉพาะที่ถือในนามบุคคล ผ่านบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกอบด้วย รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
         รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มีรัฐมนตรีรวม 35 คน ถือครองที่ดินทั้งหมด 7,099 ไร่ รัฐบาลนายสมชาย มีรัฐมนตรี 36 คน ถือครองรวมกัน 6,304 ไร่ รัฐบาลนายสมัคร มีรัฐมนตรี 34 คน มีที่ดินรวมกัน 5,865 ไร่ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีรัฐมนตรี 29 คน ถือครองรวมกัน 5,418 ไร่
         นอกจากนี้ ยังพบว่าทั้ง 4 รัฐบาล ผู้ที่มีที่ดินครอบครองมากที่สุด คือ นางอุไรวรรณ เทียนทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แจ้งบัญชีพร้อมคู่สมรสนายเสนาะ เทียนทอง มีที่ดินทั้งสิ้น 1,886 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 142 ล้านบาท...."
         อย่างไรก็ตาม การรวบรวมการถือครองที่ดินของนักการเมือง ในนามบุคคล ยังไม่สามารถสะท้อนได้ทั้งหมด เนื่องจากนักการเมืองหลายคนยังมีที่ดินที่ถือในนามนิติบุคคลและให้ญาติพี่น้องถือแทนอีกจำนวนมาก รวมถึงที่ดินสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่มีข่าวการบุกรุกให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

         ข้อมูลต่างๆ ที่เก็บรวบรวมมาจากหลายๆ แหล่งข่าวบนโลกออนไลน์ไม่ได้ให้คำตอบที่ต้องการได้เลยว่าที่ดินทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ถือครองของผู้ใดมากที่สุด แน่นอนว่าคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ และก็ไม่ผิดอย่างแน่นอน ก็คือ "นักการเมือง" แม้จะไม่มีหลักฐานมาวางให้เห็นเด่นชัดก็ตามที เนื่องจากการมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปมีชื่อเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์แทนตน ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับประเทศไทย ดังนั้นที่ดินที่มองเห็นอยู่ทั่วไปย่อมมีเจ้าของกรรมสิทธิ์(แม้ว่าบางแห่งจะเป็นเขตป่าสงวนแห่่งชาติ) นานมาแล้วจะพบข่าวที่ชาวบ้านพากันบุกรุกป่าสงวนต่อมาก็มีนักการเมืองเข้าไปร่วมต่อสู้เรียกร้องจนชาวบ้านได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้วก็ขายให้กับบรรดานายทุน(ซึ่งก็เป็นกลุ่มของนักการเมืองท่านนั้นเอง) ชาวบ้านเหล่านั้นเมื่อขายที่ดินแล้วก็จะพากันโยกย้ายไปหาบุกรุกที่ดินแห่งอื่นๆ ต่อไป(ตามคำสั่งของนักการเมือง) อ่านแล้วก็นึกเสียว่าเป็นนวนิยายก็แล้วกัน เพราะในความเป็นจริงคงไม่มีนักการเมืองท่านใดเลวขนาดนั้น

         ปัญหาที่กำลังติดตามมาอย่างต่อเนื่องก็มาจากชาวบ้านเช่นเดิมแต่คราวนี้เปลี่ยนมาจากบรรดาผู้นิยมของนอกไต่เต้าไปหาความร่ำรวยโดยไม่ต้องใช้การศึกษาหรือการประกอบอาชีพอื่นใดด้วยการแสวงหาสามีเป็นชาวต่างชาติอย่างเป็นขบวนการ เส้นทางต่อจากนั้นคือการหลั่งไหลตามกันมาและกว้านซื้อที่ดินในนามของภรรยา เมื่อมีบุตรธิดาก็ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิด มีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยสมบูรณ์

         กรรมสิทธิ์ในผืนแผ่นดินไทยกำลังถูกรุกรานเปลี่ยนมือและถูกกวาดต้อนไปเป็นของกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนและบางส่วนก็ตกไปเป็นของชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง มันเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียเอกราชในความเป็นไทยทีละน้อย ด้วยความเห็นแก่ตัวของคนเพียงไม่กี่คนที่มองถึงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความเป็นเอกราชในความเป็นไทย


ที่มาของข้อมูล :

  • http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1277465590&grpid=no&catid=03
  • http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q1/2007jan19p2.htm
  • http://www.yst1.net/forum/viewthread.php?thread_id=655
  • http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/property/property/20100727/345006/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99.html