Breaking News
Loading...
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553


".......ประธานรัฐสภา เงินประจำตำแหน่ง+เงินเพิ่ม - 64,000+50,000 = 114,000 บาท
ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร - 63,000+45,500 = 108,500 บาท
รองประธานรัฐสภา - 63,000+45,000 =108,505 บาท
รองประธานวุฒิสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฏร - 63,000+42,500 = 105,500 บาท
ผู้นำฝ่ายค้านในสภา - 63,000+45,500 = 108,500 บาท
ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร - 63,000+42,500 = 105,500 บาท
สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร - 63,000+41,000 = 104,000 บาท

ถ้าเป็น ส.ส. 4 ปี จะมีรายได้รวม 4,992,000 บาท (สี่ล้านเก้าแสนเก้าหมื่นสองพันบาท)
ถ้าเป็น ส.ว. 6 ปี จะมีรายได้รวม 7,488,000 บาท (เจ็ดล้านสี่แสนแปดหมื่นแปดพันบาท)

ในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ยังมีสวัสดิการ มีสิทธิพิเศษมากมาย เช่น เดินทางฟรี ขึ้นเครื่องบินฟรี มีเบี้ยเลี้ยงประชุม
ในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ก็เบิกได้เต็มที่ 100% เรียกได้ว่าในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้น สามารถเบิกได้หมด นอกจากนี้แล้ว
ยังมีเงินประจำตำแหน่งในคณะกรรมาธิการต่างๆ ของสภาที่อาจจะได้รับอีก ..............."

ข้อความข้างต้นคัดลอกมาจากจดหมายเวียนในโลกอินเตอร์เน็ต เนื่องจากข่าว "........จะมีการออก พระราชกฤษฎีกาให้บำเหน็จบำนาญ ส.ส.-ส.ว...." จึงมีคำเตือนว่าควร "........อ่านและรักษาสิทธิของเราไว้ เพราะภาษี ของคุณกำลังถูกละลาย เพราะเลือกตั้งได้เป็น สส.หรือ สว..แค่สมัยเดียว ก็ได้บำนาญกินไปทั้งชาติแล้ว...."

อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่บรรดาสมาชิกสภาอันทรงเกียรติที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเข้าไปทำงานแทนเรานั้น กำลังมองเห็นผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าที่จะไปทุ่มเทความสนใจให้กับปัญหาปากท้องของประชาชนตามเจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยอ้างถึงภารกิจอันหนักอึ้งปานภูผา (ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเห็นหน้าในการเข้าประชุมสามัญเลย) ซึ่งภารกิจหลักของบรรดาท่านๆ เหล่านั้นก็คือการเดินทางไปร่วมงานของหัวคะแนนเพื่่อรักษาฐานเสียงของตนไว้เท่านั้นเอง แต่อย่าพึงหวังเลยว่าการเดินทางไปในแต่ละแห่งหนตำบลใด จะเดินทางไปเพื่อประชาชนอย่างจริงใจ เพราะแค่คิดก็ผิดแล้ว

นี่เองที่เป็นเหตุผลให้บรรดาข้าราชการ ชาวไร่ ชาวนา พ่อค้า นักเลงหัวไม้ ต่างพากันเดินมุ่งหน้าก้าวเข้าสู่ถนนสายการเมือง เพียงเพื่อการสร้างฐานะให้มั่นคงในห้วงเวลาที่ไม่นาน ไม่ต้องสร้างสมฐานะ อำนาจบารมีให้ยาวนาน ขอให้ได้เป็นนักการเมืองซักครั้ง เท่านั้นเป็นพอ ใหญ่แค่ไหนก็เอาไว้ก่อนแล้วค่อยใต่เต้าเติบโตขึ้นมาในวันข้างหน้าโดยอาศัยร่มใบของผู้กว้างขวางเป็นทางเดิน

เพื่อชาติ? คำนี้ไม่เคยมีอยู่ในมันสมองมาตั้งแต่จำความได้อยู่แล้ว