Breaking News
Loading...
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พอเริ่มจะมีเวลาเป็นของตัวเองบ้างก็ต้องกลับมาเรียนประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง
วันนี้กลับไปรื้อหนังสือและบันทึกเก่าๆ ที่เคยเก็บรักษาเอาไว้เมื่อตอนเริ่มเรียน รัฐประศาสนศาสตร์ แล้วก็อดเขียนถึงไม่ได้ เพราะหลายๆ เรื่องเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบจนถึงทุกวันนี้ และรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยก็ต้องการให้เป็นเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ไม่อยากให้ใครไปขุดคุ้ยรื้อฟื้นขึ้นมา ยกเว้นคนบางกลุ่มที่ยังวนเวียนค้นคว้าหาคำตอบให้กับข้อกังขาเหล่านี้ ซึ่งนับวันก็จะมีพยานหลักฐานทางด้านเอกสารของผู้สืบทอดเชื้อสายหรือจากการผูกโนงจากหลักฐานอ้างอิงอื่นๆ จนทำให้คำตอบเริ่มจะมีออกมาให้เห็นบ้าง ทั้งนี้ สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงหลักฐานเหล่านั้น

เรื่องแรกมาอ่านทบทวนหนังสือคำกราบบังคมทูลของคณะราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี หลังจากที่ทำการยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475

พระที่นั่งอนันตสมาคม
วันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ด้วยคณะราษฎร์ ข้าราชการ ทหาร พลเรือน ได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินไว้ได้แล้ว และได้เชิญเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ มีสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นต้น ไว้เป็นประกัน ถ้าหากคณะราษฎร์นี้ถูกทำร้ายด้วยประการใด ๆ ก็จะต้องทำร้ายเจ้านายที่จับกุมไว้เป็นการตอบแทน
คณะราษฎร์ไม่ประสงค์ที่จะแย่งชิงราชสมบัติแต่ประการใด ความประสงค์อันใหญ่ยิ่งก็เพื่อที่จะมีธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จึงขอเชิญใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จกับคืนสู่พระนคร และทรงเป็นกษัตริย์ต่อไป โดยอยู่ใต้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินซึ่งคณะราษฎร์ได้สร้างขึ้น
ถ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตอบปฏิเสธ ก็ดี หรือไม่ตอบภายใน ๑ ชั่วนาฬิกา นับแต่ได้รับหนังสือนี้ก็ดี คณะราษฎร์ ก็จะได้ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน โดยเลือกเจ้านายพระองค์อื่นที่เห็นสมควรขึ้นเป็นกษัตริย์
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา
พระยาทรงสุรเดช
พระยาฤทธิ์อัคเนย์

การอ่านเอาเรื่องตามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนมาในยุคเก่าก่อนนั้นให้อ่านโดยละเอียดตลอดทั้งเรื่องก่อน เพื่อมองหาความมุ่งหมายโดยรวม แล้วจึงค่อยมาตีความตามความหมายของภาษาและตัวอักษรโดยละเอียด กรุณาจำไว้ว่าภาษาไทยมีความละเอียดอ่อนทุกประโยคทุกตัวอักษรมีความหมายตรงประเด็นตามที่เห็นอยู่ด้วยสายตา แต่ในขณะเดียวกันในข้อความทั้งประโยคนั้นจะมีความหมายแฝงอยู่ด้วยเสมอไป ซึ่งประเด็นนี้เองที่ควรจะให้ความสำคัญเพราะมันจะเป็นแนวทางของการแกะความหมายที่แท้จริงออกมาแล้วทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงตามเจตนาของผู้เขียน

และก็ไม่ใช่การชี้นำถ้าจะกล่าวว่า จดหมายฉบับนี้มีันัยของการข่มขู่คุกคามอย่างชัดเจน และไม่ปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใด พิจารณาจากการจับตัวบุคคลสำคัญซึ่งเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอฯ เป็นตัวประกันและก็ขู่ว่าจะทำร้ายหากถูกต่อต้านขัดขวาง
ก็แค่อยากเอามาให้อ่านเท่านั้นเอง ส่วนใครจะคิดอย่างไรก็เ็ป็นเรื่องของแต่ละคน ซึ่งมีความคิดไม่เหมือนกัน มองโลกไปคนละแง่คนละมุมอยู่แล้ว แต่กับบางเรื่องทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองผิดก็ยังกล้าดันทุรังบอกว่าตัวเองถูก และนั่นเป็นปัญหาของระบบมาแต่โบราณกาลแล้ว หากสังเกตุให้ดีจะเห็นว่า อาชีพที่มี "จรรยาบรรณ" และ "วินัย" เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว มักจะเกิดปัญหาของระบบมากที่สุดเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเปรียบเทียบในการทำความเข้าใจกับสังคมได้เที่ยงตรงที่สุด เช่น อาชีพทนายความ แพทย์ สื่อมวลชน ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ครู พระภิกษุ ฯลฯ เหตุผลก็เพราะคนโดยทั่วไปมักชอบฝ่าฝืนขอบเขตของ กฎ ระเบียบและคำสั่ง อันเป็นปกติวิสัยตามสัญชาติญาณของของมนุษย์ ดังนั้นเมื่อหลุดเข้าไปอยู่ในกรอบด้วยความจำเป็นบางประการ จึงต้องดิ้นรนในการฝ่าฝืนเพื่อให้หลุดออกไปนอกกรอบ(ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าไม่เหมาะสม แต่กลับดิ้นรนเข้าไปเอง)

เขียนเรื่องจดหมายฉบับเดียวทำไมไหลเลื่อนเข้าไปหาชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวได้ก็ไม่รู้ เก็บเอาไว้เขียนตอนหน้าก็แล้วกันนะแล้วจะค่อยๆ รวบรวมเอกสารต่างๆ มากระจายเผยแพร่เพื่อยืนยันประวัติศาสตร์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของแผ่นดิน ที่ปัจจุบันกลายเป็นการปกครองในระบทุนนิยมโดยสมบูรณ์ เพราะนายทุนทั้งแผ่นดินเริ่มเดินพาเหรดย้ายเส้นทางเข้ามาสู่ถนนนักการเมืองอย่างคึกคัก แทนที่บรรดาผู้มีอิทธิพล ผู้นำทหาร และเจ้าพ่อจากชานเมืองที่เคยยึดครองพื้นที่ในสภาหินอ่อนแห่งนี้มายาวนาน
เพื่อชาติ หรือเพื่อผลประโยชน์ ?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบ

แล้วก็มาพักฟังเพลงเพราะๆ ของ John Lennon ซักเพลงนะ คลิกเปิดเอาเอง หรือถ้าไม่อยากฟังก็ปิดซะ