บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หลายวันก่อนได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์จากผองเพื่อนเกี่ยวกับกระแสความคลั่งไคล้ที่มีต่อ ลูกหมีแพนด้า ซึ่งมีบทสรุปในตอนท้ายชวนให้คิดต่อว่า เคยมีบรรพบุรุษของไทยท่านใดควงดาบขี่หมีแพนด้าออกไปรบกับข้าศึกต่างชาติบ้างสักหนมั้ย? มันเป็นเรื่องธรรมดาพื้นๆ ที่ไม่ต้องมีมันสมองมากมายนักก็น่าจะคิดกันได้ว่าเราทอดทิ้งช้างที่ถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของวีรชนไทยเช่นเดียวกับชาวบ้านหมู่บ้านบางระจัน เฉกเช่นทหารเสือของเราอีกมากมายในอดีต
แต่ในทุกวันนี้คนไทยเราส่วนมากพากันลืมเลือนวีรกรรมเหล่านี้ในอดีต นอกจากจะไม่เชิดชูแล้วยังพากันหยามหมิ่นด้วยการจำกัดเขต จำกัดพื้นที่ ห้ามเข้าไปในเขตโน้น ห้ามผ่านเขตนี้ ปล่อยให้ช้างไทยต้องหาอาหารยังชีพด้วยการขอทาน แสดงจำอวด ต้องเสี่ยงกับการถูกรถชน การเดินตกท่อ แล้วก็ล้มอย่างน่าอนาถ เป็นข่าวให้เห็นทางหนังสือพิมพ์ไม่ขาดระยะ แม้จะมีมูลนิธิหลายมูลนิธิ ท่านผู้ใจบุญหลายท่านพยายามเกื้อหนุนต่อสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมของช้างไทย ในฐานะเชื้อสายของวีรชนไทย ในฐานะของสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ในฐานะของสัตว์โลกชนิดหนึ่ง แต่ทว่าไม่อาจต้านทานกระแสความเป็นไปของสังคมยุคใหม่ที่เห่อวัฒนธรรมนอกแถว วัฒนธรรมการเลียนแบบสิ่งไร้สาระหลากหลายจากต่างประเทศ ที่ชักจูงกล่อมเกลาเยาวชนไทยยุคใหม่ให้เปลี่ยนไปเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ที่ไร้ความเป็นไทยโดยสิ้นเชิง

รายชื่อมูลนิธิเกี่ยวกับช้างที่พอจะหามาได้
- www.asian-elephant.org/ มูลนิธิช้างแหงประเทศไทย
ซึ่งมีคำขึ้นต้นที่คัดออกมาให้อ่านกันนิดหน่อย "......โดยที่ช้างเองก็เคยเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณต่อคนไทยนานับประการ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำสงคราม การบรรทุก การเดินทาง การทำไม้ และการท่องเที่ยวบางกลุ่มฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่าคนไทยที่ รักช้าง สงสารช้าง และอยากจะช่วยช้างนั้นน่าจะมีอยู่จำนวนมาก เพียงแต่ว่าทุกคนยังไม่รู้ว่าช้างกำลังมีปัญหาอะไร และจะช่วยช้างได้อย่างไร ..."
- http://www.thailandelephant.org สถาบันคชบาลแห่งชาติ
ที่อยู่ กม.28-29 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190 ประเทศไทย Tel:66-5424-7876,Fax:66-5424-7896 email: info@thailandelephant.org
- www.changdee.com
- www.elephanthospital.com
- www.thaichang.com
ที่เหลือก็ไปหากันเอาเองก็แล้วกัน แล้วจะได้รู้จักช้างไทยได้ดีขึ้น รู้จักแบ่งแยกความเป็นจริงกับกระแสสังคมออกจากกันให้เด็ดขาด รู้จักกับความจริงที่มันเป็นไปและที่มันควรจะเป็นไป ไม่ใช่ไปหลงไหลงมงายอยู่กับวัฒนธรรมต่างชาติที่มาฉุดกระชากเอาความเป็นไทยออกไปจากจิตใจของเรา ปล่อยความคิดความอ่านใหถูกครอบงำจนไม่หลงเหลือความเป็นไทยติดค้างอยู่ภายในสันดานอีกเลย

ตอนท้ายนี่ก็ขอคัดลอกเอาบางเรื่องที่น่าสนใจมาให้อ่านกันเล้กน้อย เพื่อกระตุ้นต่อมสติปัญญาเป็นบทบาทของช้างกับสถาบันชาติ

"......ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด มาท่เมืองตากพ่อกูไปรบ ขุนสามชนหัวซ่ายขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อน เข้าไพร่ฟ้าหน้าใส พ่อก็หนี ญญ่ายพายจแจ้ - (น กู) บ่หนี กูขี่ช้างแบกพลกูขับ เข้าก่อนพ่อกู กูต่อ(ช้า) งด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้างขุนสามชน ตัวชื่อ มาส เมืองแพ้ ขุนสามชนพ่าย หนี
ข้อความที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่หนึ่งนี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าในสมัยที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ครั้งที่พระเจ้ารามคำแหงมหาราชกระทำยุทธหัตถี "ช้าง" คือขุนพลที่ร่วมรบอยู่ในสมรภูมิจนมีชัยชนะต่อขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด ......"

ใครสนใจอยากอ่านต่อก็เชิญทัศนากันได้เลยที่ http://www.thailandelephant.org/elephant1.php3 เผื่อว่าหูตาจะสว่างไสวจนสมองเกิดนิมิตที่ดีต่อประเทศชาติกันบ้าง
สำหรับคนที่เป็นคนสมัยใหม่ก็คงไม่ทราบหรือแกล้งไม่รู้ก็ได้ว่า ชาติไทยเราเคยใช้ธงช้างเผือกเป็นธงชาติสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ยาวนานมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงได้เปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์เช่นปัจจุบันนี้ เหตุผลก็คือเพื่อให้เป็นไปตามกระแสของโลกที่มีอารยธรรม(ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจกำหนด แล้วไอ้มนุษย์หน้าไหนเป็นคนวางกฎเกณฑ์)ที่นิยมใช้ธงชาติเป็นสีพื้นๆ สลับกัน ทำให้ผู้นำต้องคล้อยตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เป็นสาเหตุให้ลืมเลือนช้างไทยไปในที่สุด
สาธุ....

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -