Breaking News
Loading...
วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ข่าวตามหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ยังคงเวียนวนอยู่กับสถานการณ์ความวุ่นวายจากเรื่องไร้สาระที่มีบุคคลที่ไม่หวังดีต่อผู้อื่นพยายามสร้างกระแสให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้สนใจใยดีกับผลที่จะติดตามมา คนบางคนยังคงทำตัวเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เพียงมุ่งหวังเศษเสี้ยวของเงินรายได้จากการกอบโกยของผู้อื่น บางคนก็ต้องการเพียงตำแหน่งที่ดีในการยืนอยู่บนถนนการเมือง บางคนต้องการเพียงมีชื่อเสียงติดปากผู้คนเพื่อหวังผลในการเข้าสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตไม่ว่าจถูกกล่าวถึงในลักษณะใดก็ตาม แต่ก็เป็นบันไดขึ้นไปสู่ทำเนียบคนการเมืองได้เช่นกัน
อาจจะดูแปลกไป หากจะไม่ให้ความสนใจกับบุคคลเหล่านี้เพราะแต่ละคนมีที่มาแตกต่างกันก็จริงแต่ก็คล้ายกันในจุดประสงค์ ในอดีตนั้น นักการเมือง มีที่มาจากไม่กี่แหล่ง เช่น อดีตนักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์บางอย่าง อดีตผู้นำนักศึกษา อดีตผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น อดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อดีตผู้นำเฉพาะกาล
แต่ปัจจุบันนี้ เกือบเต็มร้อยของทั้งหมด มีที่มาจาก พ่อค้าและนักธุรกิจ
ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อะไร? คือสิ่งจูงใจที่ทำให้บุคคลเหล่านี้หันเข้ามาสู่แวดวงการเมือง
ไม่อยากจะวิเคราะห์ให้เกิดคำถามตามมา เนื่องจากคำตอบนั้นมีอยู่แล้วในใจ
ไม่ใช่การเสียสละความมั่งมี ความสุขสบายเพราะความรักชาติอย่างแน่นอน ความร่ำรวยที่มีมาในอดีตนั้นเป็นคำตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว
อาจจะเป็นการเสียสละอย่างจริงใจก็เป็นได้ สำหรับคนบางคนที่รู้สำนึกว่าตนเองร่ำรวยมาบนความทุกข์ของผู้อื่น แต่คงไม่มีให้เห็นแน่
หากแต่เป็น ผลประโยชน์และอำนาจ ต่างหาก ที่เป็นสิ่งจูงใจให้บุคคลเหล่านี้หลั่งไหลหันเหวิถีชีวิตของตนเข้ามาสู่ถนนการเมือง
เพียงเพื่อให้ได้เป็น รัฐมนตรี สักครั้งหนึ่งในชีวิต มีอำนาจในการควบคุม สั่งการบรรดาข้าราชการที่เคยต้องก้มหัวให้เมื่อในอดีตที่ผ่านมา เพราะการทำธุรกิจต่างๆ จะสำเร็จได้ก็ต้องรู้จักกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และใช้เป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ต้องยอมให้ทุกอย่างมาแล้ว มันคงจะเป็นการยุติธรรมหากมีโอกสกลับมาเป็นผู้สั่งการบ้าง แม้จะเป็นการชั่วคราวก็ตามทีแต่สุภาษิตไทยว่าไว้ น้ำขึ้นให้รีบตัก เวลานาน 4 ปีเพียงพอให้ทำอะไรต่อมิอะไรให้กับบริษัทและกิจกรของตน ของลูกหลาน ของเพื่อนพ้องน้องพี่ได้มากมาย
เคยได้ยินใครบางคนพูดถึงผู้ร่ำรวยที่ก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองอย่างชื่นชมสุดชีวิตว่า
"ท่านร่ำรวยอยู่แล้ว มารับตำแหน่งนี้ก็เพราะต้องการรับใช้ประเทศชาติด้วยความจริงใจ เงินทองท่านมีมากมายท่านจะมาโกงกินทำไมให้เสียชื่อเสียง ท่านนอนอยู่เฉยๆ ท่านก็มีกินไปถึงลูกหลาน จะมาทำให้ตัวเองถูกสาปแช่งทำไม"
ขอยอมรับเลยว่าท่านผู้พูดประโยคนี้ ท่านมองโลกในแง่ดีจริงๆ แต่ออกจะไร้เดียงสาไปนิด
ถามจริงๆ เถอะว่าท่านเกิดมานานพอที่จะเข้าใจคำว่า "คน" หรือไม่?
และอีกคำคือคำว่า "สันดาน"
เมื่อรวมคำทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วนั่นคือคำตอบของเรื่องนี้ คนเราแม้จะร่ำรวยล้นฟ้าหากแต่สันดานยังคงเป็นคนที่แสวงหาผลประโยชน์อยู่แล้วล่ะก็ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตนได้สิ่งที่ต้องการ พร้อมที่จะพูดทุกคำที่ทำให้คนเชื่อถือ และพร้อมทุกเวลาที่จะกระโจนเข้าตะครุบผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยไม่สนใจต่อความถูกต้องของโลกใบนี้
และแน่นอนว่าคุณสมบัตินี้สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานโดยธรรมชาติ
จนลืมนึกไปว่าตัวเองยังเป็นคนอยู่เหมือนกัน