Breaking News
Loading...
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เคยใช้เวลาว่างๆ ของวันมานั่งพิจารณาถึงงานของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง เพราะมีช่องว่างอยู่มากมายที่ประชาชนแหงนชะเง้อมองหาผู้ช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน
มองไปที่การสื่อสารมวลชน จะเห็นว่ารายการจากโทรทัศน์ระบบฟรีทีวีที่เรามีชมกันอยู่ ทั้งช่อง 3 5 7 9 ไทยพีบีเอส เอ็นบีทีของรัฐบาล ต่างพากันขวนขวายหาผู้อุปถัมภ์รายการให้มากที่สุดเป็นหลัก(ไม่เว้นแม้แต่ช่องที่เป็นของรัฐ)โดยไม่เคยให้ความสนใจกับสาระของรายการที่นำเสนอว่ามันจะออกมาอีรูปไหน เกิดประโยชน์อะไรกับผู้ชมบ้างหรือไม่ ดังนั้นรายการส่วนมากที่ถ่ายทอดออกไปสู่ผู้ชมในภาพรวมจึงไม่เกิดผลประโยชน์ใดๆ ต่อภาพรวมของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งถ้าเป็นสามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ไม่สอบตกวิชาคณิตศาสตร์ก็น่าจะอธิบายเหตผลในข้อนี้ได้ ยกตัวอย่าง การถ่ายทอดสดการแข่งขันกอล์ฟจากต่างประเทศ ถามทีเถอะว่าจะมีใครซักคนที่เปิดดูในจำนวนผู้ชมทั้งประเทศ แล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนที่หาเช้ากินค่ำทั่วไป (แต่ถ้าไม่มีอะไรจะดูจริงๆ ก็ลงไปจับหมากัดกับจิ้งหรีดดูสนุกกว่ากันเยอะ)ส่วนคนที่ดูน่ะส่วนมากจะเป็นคนมีอันจะกินอยู่แล้ว เค้าก็คงชอบที่จะเปิดเคเบิ้ลทีวีหรือดูการถ่ายทอดผ่านดาวเทียมมันจะสมฐานะมากกว่ากันเป็นพะเรอ อีกตัวอย่างคืดการถ่ายทอดสดการชกมวยไทยจากสนามมวยต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นการรักษาศิลปะการต่อสู้ของไทย ถามจริงๆ เถอะว่าคนที่ดูมวยนั่นน่ะเป็นคนประเภทไหน ใช่คนที่ต้องการรักษาศิลปะนี้จริงหรือ? คำตอบก็คือไม่ใช่ทั้งเพ เพราะเกือบร้อยเปอร์เซนต์ของคนดูเป็นนักพนันตัวยงทั้งสิ้น อาศัยการถ่ายทอดนี้เป็นแหล่งการพนันอย่างเปิดเผยรับรู้กันทั่วไป ซึ่งผลประโยชน์ของการพนันนี้ขยายรวมไปถึงผู้เป็นเจ้าของค่ายมวย การถ่ายทอดมวยนับว่าเป็นศูนย์รวมของอาชญากรรมอีกมากมายตามมา ตามติดมาอีกรายการบันเทิงที่เป็นขวัญใจของแม่ค้า แม่บ้าน ได้แก่ละครน้ำเน่าที่ต้องมีรักรันทด พ่อแง่แม่งอน อิจฉาริษยา พูดจาใส่กันแว๊ดๆ เนื้อหาไร้สาระ กลับกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวให้ผู้คนนั่งซาบซึ้งน้ำตาไหลคลั่งไคล้เหล่าดารานักแสดงจนไม่มีเวลาไปใส่ใจกับปัญหาบ้านเมือง ซึ่งต่อยอดไปถึงรายการสนทนาพาทีและเกมโชว์ที่ขนเอาเหล่าดารามาแสดงความไม่สำรวม ความบกพร่องทางความคิดเอาประวัติความเป็นอยู่มาพูดถึงกันแบบเพ้อเจ้อ ทุกสิ่งทุกอย่างมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ กับชีวิตความเป็นอยู่ขงประชาชนเลยแม้แต่น้อย แต่รายการเหล่านี้ยังคงอยู่อย่างถาวรตลอดมา
เหตุผลก็เพราะ รัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาครอบงำการดำเนินกิจการด้านนี้อย่างเสรีเป็นเวลานานมากแล้ว ขาดความเอาใจใส่ทำให้รายการดีๆ มีสาระแต่ขาดผู้สนับสนุนไม่สามารถเผยอหน้าเข้ามานำเสนอสาระต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้เลย พูดตรงๆ ก็คือผู้ที่เป็นเจ้าของสื่อนี้ต้องการเพียงผลประโยชน์ตอบแทนเท่านั้น อย่างน้อยก็เป็นโบนัสกรรมการ(กิตติมศักดิ์)ที่ไม่เคยทำงานอะไรเลย แต่หากมีรายการที่มีสาระและมีผู้ชมหนาแน่นก็จะมีผู้อุปถัมภ์เสนอตัวเข้ามามากมาย และช่วงเวลาต่อมาก็จะเริ่มการแสวงหาผลประโยชน์ตามมาอีก เช่นเคย
สาเหตุที่ปัญหาทุกอย่างยังไม่เคยได้รับการแก้ไขก็เพราะผลประโยชน์เท่านั้นที่ไม่ลงตัวเสียที
ปล่อยให้เกิดเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ของวงการโทรทัศน์อย่างเปิดเผย ซึ่งเจ้าตัวก็แอ่นอกยอมรับฉายาอย่างเต็มอกเต็มใจในศักดิ์ศรี
เขียนวันนี้ก็เพราะรำคาญเต็มทีกับท่าทีของรัฐ กับความเจ็บแค้นที่ถูกบังคับให้ดูโทรทัศน์ฟรี(แต่เสียค่าโทรทัศน์กับค่าไฟฟ้า)ที่ไร้สาระ ไม่คุ้มค่ากับภาษีที่ต้องจ่ายไปรอบด้าน(ทุกๆ เรื่องที่ต้องเกี่ยวข้องกับการหายใจ)
แต่อย่าปล่อยเอกชนทำฟรีทีวีมาแข่งกันมากนักล่ะ เพราะมันก็ต้องการหาผลประโยชน์เหมือนกันน่ะแหละ