บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันก่อนไปงานแจกข้าวของคนในหมู่บ้านได้รับรู้และได้ยินเรื่องราวต่างๆ มากมายจากชาวบ้าน
เรื่องแรก .. เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว ครบรอบปีบ้าง ครบ สิบสองปีบ้าง หกปีกว่าๆ บ้าง สรุปแล้วก็คือจัดขึ้นวันไหนเดือนไหนปีไหน ก็แล้วแต่ผู้จัดจะเห็นสมควร(โดยมีทุนทรัพย์มาเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดวันจัดงาน)
จุดประสงค์หลักคือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
จุดประสงค์แฝงก็คือเป็นการวัดค่านิยมและบารมีของตนเองว่ายังมีญาติมิตรเพื่อนพ้องเหลืออยู่มากน้อยเท่าใด?
ดังนั้น การจัดงานจึงเน้นหนักไปในเรื่องการต้อนรับแขกเหรื่อว่าต้องสมบูรณ์ อิ่มหนำถ้วนหน้าและมีบางรายที่หนีบกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย ระหว่างรับประทานอาหารเคล้าสุราก็จะต้องมีดนตรีพื้นบ้านมากระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักไปด้วย ที่เหมาะสมที่สุดคือลำซิ่งนั่นเอง มีเด็กสาวรุ่นๆ อายุบางคนไม่ถึง 10 ขวบด้วยซ้ำไปมาเต้นเด้งหน้าเด้งหลังปลุกสันดานดิบของผู้ชาย ซึ่งพอดึกๆ หน่อยก็จะมีเด็กวัยรุ่นที่แอบไปดวดเหล้ามาแล้วเข้ามาร่วมแจมด้วยพร้อมกับลีลาการเต้นกวนส้นเท้าพวกพ้องจากแหล่งอื่น
จากนั้นก็จะจบลงด้วยการชกต่อยทุบตีกันพอเป็นกระสายหรือบางครั้งก็ได้เลือด บางหนก็ได้เก็บศพ เรื่องนี้เป็นปกติวิสัยของงาน
จากการสอบถามมาพบว่างานประเภทนี้เกือบทุกงานใช้งบประมาณนับแสนบาท อย่างต่ำสุดก็ หกเจ็ดหมื่นบาท
ถ้าผู้ที่ตายไปแล้วมีฐานะหน่อย อาจจะเป็นอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.และคนจัดงานก็ไม่ใช่ชาวบ้านพื้นๆ งบประมาณจะทะลุไปถึง 3 - 6 แสนบาท
นี่คือความจริง
งานที่ไปมาครั้งนี้เป็นงานเล็กๆ ฐานะค่อนไปทางยากจน ต้องอาศัยเงินเลี้ยงชีพจาก ลูกเขย ลูกสะไภ้ ลูกสาว ลูกชาย ที่มีอาชีพรับจ้าง แต่พอผู้อาวุโสต้องการจะจัดงานลูกทุกคนก็ต้องดิ้นรนหาเงินมาสมทบรวมกันสนองความต้องการ
อาจจะมาจากเงินเก็บออมเพื่อการศึกษาบุตร
อาจจะเป็นเงินที่เก็บออมไว้ซื้อที่ดินปลูกบ้าน
อาจจะต้องไปกู้ยืมมาโดยเสียดอกเบี้ยรายเดือนในราคาสูงลิ่ว
เงินทั้งหมดรวมแล้วไม่ต่ำกว่าหกหมื่นบาทถูกละลายหายไปในโต๊ะอาหารกับเสียงเพลงในวันนั้นและยาวต่อเนื่องไปตลอดคืนนั้น
บอกตรงๆ ว่านึกภาพไม่ออกว่า คนที่ล่วงลับไปแล้วหลายสิบปีหรือหลายปีมาแล้ว จะมาร่วมวงนั่งกินเหล้าอยู่มุมไหน? และมานั่งดูดนตรีกันตรงไหน? และมีโอกาสโดนลูกหลงจากการวิวาทหรือเปล่า?
ไม่มีคำตอบจากคำถามนี้แน่นอน
ทำไมไม่ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ท่านเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ เคยมีญาติพี่น้องคนไหนมาเอาใจใส่เหลียวแล หาเงินทองมาจุนเจือช่วยเหลือ หาหยูกยามารักษายามเจ็บไข้ ให้เงินทองไว้ใช้จ่ายยามขัดสน
เปล่าเลยทั้งนั้น
ยามมีชีวิตอยู่ญาติพี่น้องมักจะไม่สนใจใยดีต่อญาติผู้ใหญ่ที่ยากจน ขาดอำนาจบารมี ไม่มีใครอยากมาข้องแวะให้เปลืองตัว เปลืองเงินทอง ทำเป็นเหมือนไม่รู้จัก ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ว่าต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกหลานไม่มีเวลามาดูแลคนอื่น ทั้งที่เป็นญาติร่วมสายโลหิต บางคนเป็นพี่น้อง บางคนเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เป็นบรรพบุรุษที่ตนเองควรบำรุงรักษาอุ้มชูไว้
ไม่ใช่มานึกถึงเฉพาะในตอนตายไปแล้วและมาทำบุญเพื่อรำลึกถึงแบบจอมปลอมเพื่อรักษาหน้าตาของตนเองไว้เท่านั้น
ชีวิตในชนบทยังคงดำเนินไปกับความสิ้นเปลืองที่ไร้เหตุผลตามหลักความเป็นจริง
แต่เป็นการสิ้นเปลืองด้วยเหตุผลที่อ้างว่าเพราะประเพณีแบบธรรมเนียมของท้องถิ่น
ที่มุ่งถึงการดื่มกินหาความสำราญแบบไม่มีเหตุผล ไม่มีฤดูกาล
โดยอ้างญาติที่ล่วงลับไปแล้วเป็นบันไดไต่ไปสู่ความหายนะในที่สุด

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -