บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เคยพูดถึงการส่งเสริมการศึกษาของประชาชนให้ทั่วถึงเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการสากลต่างๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ศึกษาเรียนรู้แล้วหลับหูหลับตาเอาอย่าง โดยที่ไม่ได้มีการพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมเสียก่อน เพราะของนอกทุกอย่างมันไม่ได้ดีเลิศเหมือนกับของเล่นเทวดา ดังเช่นที่ผู้นำหลายท่านคิดเอาเอง แต่ละท้องถิ่นย่อมมีภาวะของสิ่งแวดล้อม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศผิดแผกแตกต่างกันออกไป ความคิดของผู้คนในท้องถิ่นก็ย่อมเป็นเช่นนั้น
ที่อยากพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับการศึกษาก็คือ การเปลี่ยนทัศนคติและแนวความคิดที่กำลังปลูกฝังลงในสมองของคนยุคนี้ ให้รู้จักกับคำว่า
"ทำตัวให้เป็นคนดีมากกว่าทำตัวให้เป็นคนเด่นคนดัง"
หากมองไปทั่วในสังคมก็จะเห็นว่า วัยรุ่นแต่ละคนพยายามจะหาทางส่งเสริมสร้างสรรค์ตัวเองให้เป็นคนเด่นคนดัง ทั้งจากการเข้าประกวดสารพัดเรื่อง สารพัดหัวข้อ ทั้งจากการจูงใจของโฆษณาสินค้าฟุ่มเฟือยร้อยแปดชนิด ที่มีแต่ช่องทางผลาญเงินทองพ่อแม่ โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ ที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกหลานหลายคนเดินทางไปนรกเร็วกว่าที่คาดคิด เรื่องโทรศัพท์ที่มีแต่ชักนำความสิ้นเปลือง ความไร้สาระมาสู่สมอง จากแฟชั่นนำสมัยก็มี
สำหรับเรื่องเหล่านี้บอกตรงๆ ว่ามันไม่จำเป็นจะต้องมานั่งอบรมสั่งสอนกันหรอก เท่าที่เรียนหนังสือมาหลายปีมันก็น่าจะคิดกันเองได้แล้ว แต่อย่างที่ว่าไว้ตอนต้นว่าการศึกษาของเรามันไม่ได้ส่งเสริมให้คนใช้สมองกันหรอก แต่มันจะเป็นการฝึกฝนเรียนรู้ศิลปะการเดินตามตูดผู้นำมากกว่า แล้วก็ใช้ชีวิตไปวันๆ ตามนโยบายที่ได้รับเหมือนกับวัวควายที่เขาเลี้ยงไว้คอยฟังคำสั่งเจ้าของนั่นแหละ
มาถึงตรงนี้ก็นึกถึงสื่อมวลชนบางสาขาพยายามสนับสนุนให้มีการช่วยเหลือเด็กที่ยากจนแต่มีความมานะพยายาม ขยันอดทนและที่สำคัญก็คือรู้สำนึกในบุญคุณของบุพการี แต่รายการเหล่านี้ก็นำเสนอเพียงเสี้ยวเวลาเท่านั้น
ขณะที่เวลาส่วนใหญ่ถูกผลาญให้หมดไปกับความไร้สาระของคนมีเงิน เช่น การถ่ายทอดสดการแข่งขันกอล์ฟ ที่ทั้งประเทศมีคนดูอยู่ไม่เกิน 500 คน แต่พอจะหลบไปดูอีกสถานีก็ดันไปเจอรายการสอนทำกับข้าวที่หมาในบ้านยังไม่อยากจะดู อีกสถานีก็ยังอยู่ระหว่างการโฆษณาบ้าเลือดไม่หยุดหย่อน อีกสถานีก็มีมิวสิควิดีโอ โฆษณาขายเทป อีกสถานีก็ละครน้ำเน่าร้องให้กันระงมทั้งในจอนอกจอ
เพราะนางเอกซื่อบื้อถูกนางร้ายแย่งเอาผัวไปผสมพันธุ์ อีกช่องก็มีข่าวพอจะนั่งดูมันก็กลายเป็นฝ่ายขวาจัดไปซะอีก เลยต้องเปลี่ยนใจปิดมันซะเลย
สื่อมวลชนจึงเป็นสื่อสำคัญในการปลูกฝังความไร้สาระให้กับชีวิตของผู้คนยุคนี้
อย่าไปหวังในความเปลี่ยนแปลงด้านดีถ้าโลกนี้ยังต้องอาศัยเงินเป็นปัจจัยในการดำเนินกิจการ
ความไร้สาระสามารถจ่ายเงินซื้อเวลาได้อย่างแน่นอน เพราะหวังในยอดขายสินค้าเฮงซวยที่มีอยู่
ถ้าโฆษณากรอกหูกรอกตาทุกวันเดี๋ยวมันก็ขายได้เองแหละ
ถ้าอยากจะทำรายการเพื่อประชาชน ... ก็หาเงินมาซื้อเวลาซิ

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -