Breaking News
Loading...
วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552

ขอเปิดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอ่านต่อไปก่อนนะ จนกว่าจะหายงงกับสถานการณ์บ้านเมือง
"มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของ
ตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน
บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยก
บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้
บุคคลย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติใน
หมวดนี้ได้โดยตรงหากการใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดมีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแห่งการใช้
สิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้แล้ว ให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องนั้นเป็นไป
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือจากรัฐ ในการใช้
สิทธิตามความในหมวดนี้"
ความมุ่งหมายที่อ่านมาตรานี้ก็เพราะงุนงงกับคำว่า "เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น" เนื่องจากที่ผ่านมาการชุมนุมประท้วงการบริหารงานของรัฐบาลทุกครั้ง(เน้นว่าทุกครั้ง) มีการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลอื่นอย่างเจตนามาโดยตลอดและไม่เคยมีการดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด
ยกตัวอย่างการปิดกั้นถนนหลวงปิดกั้นการสัญจร ทั้งรถยนต์โดยสาร(ที่มีคนกำลังเดินทางไปดูใจบุพการีที่ใกล้จะสิ้นลมก็มี อันนี้ยกตัวอย่างแบบสุดๆ มาให้ดูเท่านั้น) ทั้งรถยนต์บรรทุกขนส่งสินค้า(ที่เจ้าของกิจการกำลังจะล้มละลายหากสินค้าไปไม่ถึงลูกค้าภายในวันนี้)หรืออย่างเบาๆ ก็คือการที่ผู้เดินทางเผลอตัวไปโต้เถียงกับผู้ชุมนุมก็มีสิทธิโดนสหบาทาโดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้เหตุน่าจะมาจาก
"มาตรา ๖๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตาม
บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของ
ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ใน
ภาวะสงครามหรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก"
กฎหมายระบุไว้แปลกๆ เพื่อให้ชาวบ้านเอาไปตีความกันโดยสะดวกโยธินตามใจพ่อแม่พี่น้อง แต่เมื่ออ่านผ่านๆ ก็จะเห็นว่าการชุมนุมโดยสงบน่ะไม่เคยพบเห็นมาก่อนนอกจากเป็นคนไบ้แล้วก็ตาบอดแถมด้วยแขนขาไม่มีต้องนั่งกองอยู่กับที่ ไม่มีโอกาสเดินไปเกะกะทางเท้าของใคร
"โลกเราไม่เคยมีการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ"
กล้าเอาหัวแม่โป้งเป็นประกันได้ตามนี้ เพราะการชุมนุมของลูกเขยเพื่อประท้วงแม่ยายยังต้องเตรียมอาวุธ(ไว้เผื่อเหนียว)เนื่องจากรับรองได้เลยว่าแม่ยายคงไม่ออกมาโต้เถียงด้วยมือเปล่าแน่นอน
หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์พร้อมก็คือ การรวบรวมความคิดของคน 67 ล้านคนในทุกๆ เรื่องมาเรียงต่อกันนั่นเอง(ไม่ใช่การหาข้อสรุปมาเหลือเพียงไม่กี่บรรทัด) เพราะไม่เคยมีใครยอมรับว่าความคิดของตนเองเฮงซวยหรอก ดังนั้นทางออกของความสงบที่ต้องการแสวงหา
สรุปได้ว่า อยู่ที่ใจของเรา
ว่ายอมรับความจริงได้แค่ไหน?
ว่ามีความคิดเป็นของตัวเองบ้างหรือเปล่า?
หรือจะมีเฉพาะความคิดที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในกระโหลกโดยไม่ต้องออกแรงคิดเองให้เปลืองมันสมอง
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็นอนทอดหุ่ยอยู่บ้านให้ปลวกขึ้นสมองเล่นดีกว่าไปเดินตามก้นเค้าให้เจ็บตัวเปล่าๆ