บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552

ยังอ่านรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดได้ไม่กี่มาตรา ก็ทำท่าว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกซะแล้ว ทำไงได้ล่ะ เขียนขึ้นมาอีกแปดหมื่นสี่พันครั้งรับรองว่าจะทำให้ถูกใจคนกว่า 60 ล้านคนน่ะไม่มีทางเป็นไปได้วันยังค่ำ คงต้องหยุดอ่านทบทวนไว้ก่อนแล้วหันมาอ่านข่าวจากทุกๆ แหล่งที่มา สรุปได้สิบแปดทิศสิบแปดทางเหมือนทุกเรื่องที่เคยเป็นมาในบ้านเมือง
มีบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติบางท่านประกาศออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบรรดาท่านๆ ส.ส.ที่ถูกประชาชนเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่ให้บรรดานักวิชาการหรือผู้ที่ถูกเลือกสรรมาจากหลายสาขาอาชีพเข้ามาเป็นผู้ยกร่าง
เหตุผล ... เนื่องมาจากบรรดาท่านผู้ทรงเกียรตินั้นเป็นตัวแทนโดยตรงของประชาชน(วัดจากผลที่สอบผ่านการคัดเลือก)ย่อมมีความชอบธรรมในการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดผลประโบชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน...(ตรงนี้ขออนุญาตหยุดไปคายของเก่าออกซะหน่อย พอดีเมาค้างอยู่ด้วย)
... เนื่องมาจากบรรดาท่านๆ ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความบกพร่องในข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญจนทำให้เกิดปัญหาต่อการบริหารงานของรัฐบาลและการปฏิบัติหน้าที่ของบรรดา ส.ส.ที่รักชาติ ...(ตรงนี้ก็ขออนุญาตหยุดอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปคายของเก่าที่เหลือออก เพราะถูกกระตุ้นต่อมรักชาติ)
... เนื่องมาจากนักวิชาการหรือผู้ที่ถูกเลือกสรรมาจากหลายสาขาอาชีพที่เข้ามาเป็นผู้ยกร่าง ไม่เข้าใจถึงปัญหาของประชาชนเท่ากับบรรดาท่านๆ ที่สมัครรับเลือกตั้งเข้ามาหลายต่อหลายครั้ง ทราบถึงปัญหาที่ต้องฝ่าฟันมาอย่างโชกโชน
คราวนี้มาลองพิจารณาเหตุผลของคนที่คิดแบบโง่ๆ ดูบ้าง
... ปัญหาที่ท่าน ส.ส.พบว่าทำให้ประชาธิปไตยไม่ราบรื่นนั่นทุกมาตราเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของท่าน ส.ส.ทั้งนั้น
- บางเรื่องขัดแข้งขัดขาขวางเส้นทางหากินในการเป็นผู้แทนของท่าน
- บางเรื่องปิดประตูเส้นทางทุจริตคิดไม่ชอบตั้งแต่การลงสมัครจนถึงการทำงานในตำแหน่งทางการเมือง
- บางเรื่องปิดกั้นการทำมาหากินของลูกหลาน(เพื่อสร้างฐานะให้กับญาติๆ) เป็นอุปสรรคต่อการใช้ตำแหน่งทางการเมืองแสวงหาผลประโยชน์ในอนาคต
- และทุกๆ เรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไปเลยซักกะเรื่อง
เรื่องความไม่สมประกอบของรัฐธรรมนูญนั้นมันไม่ใช่ปัญหาของประชาชนที่มีความเป็นคนโดยสมบูรณ์ มีความเคารพในสิทธิของผู้อื่นและมีความบริสุทธิใจ จริงใจต่อบ้านเมือง แต่ปัญหาที่มีอยู่ทุกวันนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการสร้างทางไว้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อนสารพัดเรื่อง เป็นปัญหาของนักการเมือง การแก้ไขไม่ใช่เอานักการเมืองอาชีพมาแก้ไข
เพราะนักวิชาการที่ร่ำเรียนมามากมายหลายสาขามันคงไม่ได้โง่เง่าจนไม่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร
เพราะนักวิชาการที่ร่ำเรียนมามีโอกาสได้ศึกษาแนวทางของนักการเมืองและรูปแบบการเมืองซิกแซกมามากมาย
ไม่งั้นจะไปร่ำเรียนมาหาพระแสงอะไรกันล่ะ
สู้กัดฟันทนเรียนจนจบ ป.4 แบบถูกถีบส่งออกมาแล้วไปเป็นนักเลงหัวไม้หากินนอกระบบทุกรูปแบบสะสมลูกน้อง สะสมบารมี สร้งอิทธิพลข่มขู่ชาวบ้านร้านช่อง วันดีคืนดีก็ได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ด้เป็นรัฐมนตรี บารมีก็แผ่ไพศาลจนหลงคิดว่าตัวเองเก่งกว่า ฉลาดกว่าคนที่ร่ำเรียนคร่ำเคร่งมาจนหัวหงอก แล้วบางคนยังอวดโอ่ว่าเก่งกาจสร้างธุรกิจส่วนตัวจนใหญ่โตมีเงินทองที่เป็นผลกำไรมหาศาลปีเป็นหมื่นล้าน วันดีคืนดีก้าวมาเป็นใหญ่โต มองประเทศเป็นบริษัทไปซะแล้ว
เอาหัวเข่าคิดแทนก็ยังได้ว่า มันผู้นั้นต้องการอะไรเป็นผลตอบแทน
ต่อให้มันรักชาติจนน้ำลายยืด มันก็ต้องมุ่งหวังผลกำไรเป็นสิ่งตอบแทนน่ะซี
ประเทศชาติอาจจะได้รับผลประโยชน์
แต่ขอโทษ ต้องเป็นทีหลัง
เพราะประเทศบริษัท ผลประโยชน์ก็ต้องเป็นของเจ้าของและครอบครัว ตามมาด้วยพวกพ้อง บริวาร
ไอ้พวกนอกแถวที่เหลือ รอไปเก็บเศษซากกินเอาแถวๆ ข้างถนนก็แล้วกัน
เมื่อไรล่ะ ที่พวกท่านๆ จะมองผลประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นลำดับแรก
แล้วค่อยหาแ_กเศษที่เหลือเอาทีหลัง
จะสำนึกในบุญคุณอย่างสุดซึ้งเลย

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -