บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การใช้ชีวิตอยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เป็นภาพที่คาดได้ถึงความสงบสุข ความอบอุ่น มีน้ำใจของชาวบ้าน
แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้ว มันผ่านไปพร้อมกับวิวัฒนาการของโลก
วันก่อนได้เห็นการทะเลาะวิวาทของชาวบ้าน ด้วยเรื่องปกติธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง
จากนั้นก็ลุกลามไปเมื่อมีญาติพี่น้องเข้ามาร่วมวงและเพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น
บรรดาญาติของแต่ละฝ่ายก็ทวีจำนวนมากขึ้น จากเรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
จนเกือบจะกลายเป็นการตัดสินกันด้วยอาวุธ ซึ่งแม้จะมี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหมู่บ้านมาห้ามปรามก็ตาม
ก็ไม่อาจยุติความขัดแย้งนั้นลงได้
แต่ก็มีผู้มาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทสงบลงในที่สุด
วงสนทนาของแต่ละฝ่ายยังคงไม่เลิกรา
คำๆ หนึ่งที่ได้ยินมากับหูในระหว่างที่เกิดเรื่องวุ่นวาย คือ
.... ญาติพี่น้องเรามากมาย มันทำอะไรเราไม่ได้หรอก .....
รู้สึกสะดุดอยู่ในใจว่า แม้แต่ในชนบทก็ยังมีความคิดเป็นของตนเอง
ความคิดที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยในบ้านเมืองเรา
ความยืดมั่นต่อ กฎหมู่ และคนหมู่มาก ว่าต้องอยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง
และนี่คือ แนวคิดที่สร้างความวุ่นวายให้กิดขึ้นกับโลกใบนี้มาโดยตลอด
กฎหมู่นั้น มีอำนาจเหนือกฎหมายมาช้านานแล้ว
กฎหมายไม่สามารถกล้ำกรายเข้าไปใกล้บรรดาผู้คนที่ยึดกฎหมู่เป็นที่พึ่ง
แม้ว่าคนหมู่นั้นจะกระทำผิดกฎหมายก็ตาม
เหตุผลก็เป็นเพราะ
กฎหมายที่บัญญัติออกมาและมีผลบังคับใช้นั้น ถูกต้อง เหมาะสมและสมควรแล้วหรือไม่?
กฎหมายที่บัญญัติออกมาและมีผลบังคับใช้นั้น ขัอต่อผลประโยชน์ของผู้ใดหรือกลุ่มบุคคลใดหรือไม่?
กฎหมายที่บัญญัติออกมาและมีผลบังคับใช้นั้น เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใดหรือกลุ่มบุคคลใดหรือไม่?
กฎหมายนั้นเกิดขึ้นเพราะ มติของสังคม?
กฎหมู่เกิดขึ้นเพราะ มติของหมู่ชน?
ใครจะเป็นผู้พิจารณาความชอบธรรมของสิ่งที่เกิดขึ้น?
ใครจะเป็นผู้แยกแยะระหว่างความถูกต้องและความไม่ถูกต้อง?
คำตอบ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ
เพราะไม่เคยมีใครคิดจะค้นหาคำตอบเหล่านี้

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -