บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ช่วงเวลาที่ห่างหายไป ไม่ได้หมายความว่าลมหายใจหมดสิ้นแล้วแต่เป็นการทิ้งช่องว่างให้ความคิดกับความเป็นจริงหลอมละลายเข้ามารวมกันเสียที เพื่อดับความฟุ้งซ่านและการถอดใจกับสภาพของบ้านเมืองเรา ทว่าตามความเป็นจริงนั้นทุกอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะมีการเปลี่ยนขั้วการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วก็ตามที โดยฝ่ายค้านกลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งด้วยการรวบรวมพรรคร่วมรัฐบาลเดิมบางพรรคมาร่วมในการพลิกเกมครั้งนี้ ซึ่งถ้าพูดตามประสาชาวบ้านก็คือ ให้โอกาสคนเสื้อแดงได้เข้ามามีโอกาสสร้างความวุ่นวายด้วยการจัดรายการประท้วงรัฐบาลสัญจรบ้าง ตามแนวทางของคนเสื้อเหลือง มันทำให้ดูออกว่าสภาพของการเมืองไทยก็ยังคงตกอยู่ในวังวนของการควบคุม กำกับบทและคัดท้ายโดยบรรดานักการเมืองและผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่เปลี่ยนผู้มีบทบาทในการนำเท่านั้นเอง
เราได้อะไรจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลครั้งนี้ ?
รัฐบาลใหม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในทางที่สร้างสรรค์กับเราบ้าง ?
การเปลี่ยนรัฐบาลครั้งนี้ ยุติปัญหาการประท้วงโจมตีฝ่ายรัฐบาลได้หรือไม่ ?
อะไรคือความหมายที่แท้จริงของการจัดตั้งรัฐบาลผสมครั้งนี้ ?
งูเห่าสูญพันธุ์ไปแล้วจริงหรือ ?
เก้าอี้ที่ตั้งไว้สำหรับรัฐมนตรี มีเพียงพอสำหรับสนองตัณหาของนักการเมืองเหล่านี้หรือ ?
เคยย้ำเตือนเสมอว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น มุ่งถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
แต่เคยมีนักการเมืองคนไหนพยายามสำนึกบ้างหรือไม่?
เคยอับอายบ้างหรือไม่? เวลามีข่าวนำเสนอว่ามีการขัดแย้งเกี่ยวกับตำแหน่ง มีการน้อยใจขอลาออกเพราะผิดหวัง
อะไรคือความมุ่งหวังที่แท้จริง ?
ลาภยศ ตำแหน่ง ฐานันดร เหรียญตรา คำสรรเสริญเยินยอ ?
และอะไรที่พวกท่านควรจะสำนึกและระลึกถึงให้มากที่สุด มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
การรับใช้ประชาชนให้สมกับที่พวกท่านเสนอหน้าเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้แทนนั่นต่างหากที่ท่านควรจะจำได้
ไม่แปลกอะไร ถ้าพวกท่านที่ทำผิดพลาดแล้วจะไปกล่าวโทษระบบที่มาตัดสินท่าน
ถึงยังไงพวกท่านก็มีลูกหลานวงศ์ตระกูลที่ยังคงเหลืออยู่อีกมากและพร้อมที่จะเสนอตัวเข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง
เป็นการรักษาระบอบประชาธิปไตยแบบยั่งยืนที่สุดเท่าที่เคยรู้มาในชีวิต
ด้วยการสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างไปถึงคนรุ่นหลัง(ที่เป็นญาติของตน)
ด้วยการปิดกั้น คนดี คนมีความรู้ คนมีความสามารถ คนซื่อสัตย์
มิให้มีโอกาสได้แทรกตัวเข้ามาอยู่ในแวดวงของ นักการเมืองอาชีพได้
ด้วยการผูกขาดความเป็นนักการเมืองไว้เฉพาะสายเลือดของตนเท่านั้น

อีกปัญหาที่ถือเป็นข้อควรระวังของระบอบประชาธิปไตยก็คือ
การรวมตัวกัน พึ่งพากัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันของ 4 สถาบัน
อันได้แก่ พ่อค้า ข้าราชการชั้นสูง นักการเมือง นักวิชาการ
วันใดที่ทั้ง 4 สถาบันมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว
ประชาชนคนไทยทั้งมวลก็จะไร้สิ้นทั้งทรัพย์สินและแผ่นดินคุ้มหัว หมดสิ้นทั้งความสุขเสรีที่เคยมีมาในอดีต
และจะตกอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างโงหัวไม่ขึ้น ตลอดกาล

นี่ไม่ใช่ความฝันแต่มันอาจจะเป็นความจริงในไม่ช้า ..ถ้ายังเผลออยู่

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -