บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ยุ่งเหยิงเป็นลิงเล่นแห ฉะนั้นไม่ค่อยอยากจะพูดถึงนัก แม้ว่าจะมีนักวิชาการมากหน้าต่างพากันมาเสนอทางออกร้อยแปดพันเก้า แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่เคยเห็นนักวิชาการบ้านเราพูดอะไรแล้วมีคนฟังซักครั้งเดียว
ขอเสนอหน้าวิเคราะห์สถานการณ์บ้างดีกว่า เพื่อความสุนทรีย์ในอารมณืเดี๋ยวจะหาว่าไม่มีสมองแล้วยังอยากจะเสนอหน้า
ความวุ่นวานทั้งมวลที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้มาจากสาเหตุเดียวคือ ต่างฝ่ายต่างดึงดันที่จะเดินหน้าเพื่อให้เกิดผลเป็นไปตามที่ฝ่ายตนต้องการโดยอ้างถึง "ความชอบธรรม" ของตน...ตามรัฐธรรมนูญ
ฝ่ายหนึ่ง...อ้างถึงความชอบธรรมที่ตนได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยการลงคะแนนเสียงจากประชาชน(เสียงส่วนมาก)ให้เป็นผู้แทนเข้ามาบริหารประเทศ เพราะฉะนั้น จะบริหารยังไง ด้วยวิธีใด มันก็เรื่องของข้า ฝ่ายเอ็งไม่ได้เป็นคนเลือกข้าเข้ามา ไม่มีสิทธิมาโต้แย้งหรือสั่งสอนข้า(เดี๋ยวข้าก็ตัดงบสร้างถนนจังหวัดเอ็งซะหรอก ชิชะ)
อีกฝ่ายหนึ่ง...อ้างถึงความชอบธรรมตามสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่าสามารถชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เนื่องจากมองไปจนถ้วนทั่วแล้วคงไม่มีใครหน้าไหนกล้าเงยหน้าชูคอขึ้นมาคัดค้านต่อต้านท่านผู้แทนทั้งหลายมิให้ดำเนินกรรมวิธีบริหารประเทศโดยไร้จุดมุ่งหมาย(แต่มีที่หมายแน่นอนไว้แล้วว่าต้องการอะไร)ดังนั้นจึงต้องออกมาป่าวประกาศให้ชาวบ้านได้รับรู้เบื้องหน้าเบื้องลึกกันบ้าง
เอาล่ะ ทีนี้จะขอวิเคราะห์ไปตามที่สมองมีพอเอื้ออำนวยให้ใช้งานว่า ต่างฝ่ายต่างก็คิดกันคนละแง่คนละมุมเหมือนกับกฎหมายบ้านเราที่ฝ่ายที่ถูกก็ต้องเป็นฝ่ายที่มีเงินมากกว่า สามารถจ้างทนายฝีปากดีกว่ามาว่าความให้ สามารถปิดปากพยานฝ่ายตรงข้ามได้(อันนี้คิดเอาเอง) เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูกก็ต้องยืนหยัดรักษาหน้าตัวเองไว้ เรื่อง "ความชอบธรรม" น่ะช่างหัวมันไปเลย เพราะตอนนี้คติพจน์ต้องเปลี่ยนไปแล้วก็หันไปหา "ความชอบทำ" คือ อยากจะทำอะไรก็ทำมันไปเรื่อยมันจะถูกหรือผิดไม่ต้องไปใยดี ไม่มีการเจรจา ไม่มีการต่อรอง
ชัยชนะของท่านผู้นำเท่านั้นที่ต้องการ ... บ้านเมืองจะฉิบหาย ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะบาดเจ็บล้มตาย ก็ช่างมัน ไม่ใช่ปัญหาที่ท่านผู้นำของทั้งสองฝ่ายจะต้องไปให้ความสำคัญ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านผู้นำจะต้องกังวล ...มากไปกว่าคำว่า ...ชัยชนะ
......รู้สึกใช้สมองมากไปกว่าหาค่าข้าวสาร ทำให้ปวดหนึบๆ ขอพักเรื่องนี้ดีกว่า ยอมรับว่ารีดเค้นความคิดออกมาสุดๆ แล้วได้แค่นี้ถือว่าดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย
เคยอ่านหนังสือมาบ้างเหมือนกัน(เมื่อก่อนนี้นะ) เท่าที่พอจะจำได้เขาพูดโฆษณาชวนเชื่อถึง ระบอบประชาธิปไตยว่า เป็นการปกครองประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน เพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่ที่สุดที่ตอนนั้นไปเชื่อเขาอยู่ได้
ขอคิดเอาเองฝันเอาเองบ้างว่า ระบอบประชาธิปไตย มีที่มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ คำว่า "demos" ซึ่งแปลว่า ประชาชน และคำว่า "cratia" ซึ่งเมื่อรวมทั้งสองคำแล้วน่าจะแปลว่า การปกครองโดยอำนาจของประชาชน ลองนึกๆ ถึงความหมายอื่นๆ ของนักปราชญ์อื่นๆ แต่ไม่อาจเอื้อมไปอ้างอิง เพราะขอเอาทั้งสิบท่านมารวมเป็นของตัวเองน่าจะสนุกกว่าเยอะ(บอกไว้แล้วว่าขอใช้สมองบ้าง)
ประชาธิปไตย ..น่าจะมีความหมายถึง ระบอบการปกครองที่ประชาชนเป็นผู้กำหนดแนวทางการปฏิบัติไว้ชัดเจนเป็นตัวบทกฎหมาย โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ..
แล้วค่อยมาขยายความอีกทีว่า การร่างกฎหมายนั้นต้องมาจากประชาชนก่อน โดยการกำหนดเรื่องที่ตนต้องการเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่อง เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องเกี่ยวกับการศึกษา เรื่องเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ฯลฯ แล้วจึงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้มีความสามารถคนใดคนหนึ่งที่ตนให้ความไว้วางใจ(ว่าไอ้หมอนี่หรือนังนี่จะไม่หักหลังเราทีหลัง)ขึ้นมาและมอบหมายให้เป็นผู้แทนเข้าไปร่วมเป็นสภานิติบัญญัติในการจัดทำกฎหมายขึ้นมาเพื่อให้มีผลบังคับใช้กับประชาชนโดยส่วนรวม
แต่เท่าที่ประสบพบพานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยปรากฎแม้ซักครั้งเดียวว่าประชาชนหน้าไหนจะสมปราถนาได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเพราะบรรดาผู้แทนที่ท่านๆ ทั้งหลายลงคะแนนเสียงเลือกเข้ามา(หลายครั้งก็ไม่ได้เลือกมัน แต่ไม่รู้มันได้มายังไง)ท่านผู้แทนเหล่านั้นไม่เคยย้อนกลับไปหาอดีตที่ผ่านมาไม่กี่วันเลย ที่เคยยกมือไหว้กราดไม่เลือกตั้งแต่แม่เฒ่าไปยันลูกเด็กเล็กแดงก็เปลี่ยนเป็นเชิดหน้ายกคางมองกวาดไปรอบๆ แทน บ้านที่เคยซุกหัวอยู่อาศัยก็โยกย้ายเข้าไปอยู่เมืองหลวงซะให้สมกับฐานะหน่อย และเคยมีที่บางครั้งกลับไปหาเสียงที่เขตของตนแต่เสือกหลงทางเข้าหมู่บ้านตนเองไม่ถูก เนื่องจากไม่ได้มาซะหลายปี(ตั้งแต่ได้รับเลือกนั่นแหละ)
ไม่ได้อยากพูดถึงให้เสียอารมณ์หรอกแต่ ท่านผู้แทนของเราส่วนมากนะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่น้องเอ๋ย
ย้อนกลับมาหากฎหมายหลักของประเทศ คือ รัฐธรรมนูญ ที่ร่างขึ้นมาโดยประชาชนนั้น ข้อสำคัญข้อหนึ่งที่ต้องมีการระมัดระวังตรวจตราตรวจสอบมากที่สุดคือ ข้อที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่มักจะถูกร่างแก้ไขให้มีข้อจำกัดมากมายหยุมหยิม หมกเม็ดไว้ให้มีการตีความภายหลัง ทั้งที่เรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนสมควรที่จะต้องเป็นเนื้อหาหลักที่สำคัญของรัฐธรรมนูญ มากกว่าข้ออื่นๆ ทั้งนั้น
แต่อย่างที่พูดถึงข้างต้น ว่าเรามอบหมายให้ตัวอะไรล่ะ ที่เข้าไปเป็นผู้แทนของเรา ไอ้ตัวนั้นน่ะมันจดไอ้ที่เราบอกไว้หรือเปล่า มันจำไอ้ที่เราพูดไว้ได้บ้างมั้ย และมันไปเปลี่ยนเรื่องของเราไปเป็นเรื่องของมันหมดทุกเรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่
เราจะไว้ใจไอ้คนที่เราเลือกมันเข้าไปได้เพียงใด ว่ามันดีเลิศทั้งต่อหน้าและลับหลัง มันคนนั้นมีสมองมากว่าแมลงหวี่หรือเปล่าเราเองก็คงไม่อาจจะรู้ได้(แต่บางทีมองๆ ดูก็น่าจะดูออก)
...เฮ้อ...ความดันขึ้นอีกแล้ว ขอพักก่อนล่ะ

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -