Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551

บล็อคนี้พอนานไปดูเหมือนว่าจะกลายเป็นกระโถนให้ระบายความหงุดหงิดอัดอั้นตันอุราไปซะทุกเรื่อง นับตั้งแต่เรื่องของอารมณ์ส่วนตัว เรื่องของชุมชนรอบตัว เรื่องของการบ้านการเมือง แต่โดยสรุปก็คือ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ได้มีชีวิตยืดยืนยาวต่อไปอีกนิด เพราะอกไม่ระเบิดตายไปซะก่อน มาวันนี้พอเริ่มต้นก็เดาได้เลยว่ามันก็เรื่องเดิมๆ ซ้ำซากก็จะให้ทำยังไงเล่าในเมื่อบ้านเมืองมันเป็นยังงี้อยู่
จะลองแกล้งลืมๆ เรื่องการเมืองไปซักครู่หันมามองในความเป็นจริงของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ว่ามีความต้องการอะไรกันแน่
ประการแรก ตามที่ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่บรรพกาลนั้น สิ่งที่มนุษย์มีความต้องการในขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค ซึ่งถ้าจะขยายความต่อไปอีก(ซึ่งก็เป็นปกติธรรมดาของมนุษย์ที่ไม่รู้จักความพอ)ก็น่าจะมีความต้องการขยายเผ่าพันธุ์ การเด่นเลิศล้ำกว่าผู้อื่น ซึ่งจะกลายพันธุ์เป็นคำอธิบายในยุคสมัยต่อมา
ประการที่สอง จะลองว่าตามหลักการของนักมานุษยวิทยารุ่นหลังเริ่มมีการศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์มากขึ้น(โดยเอาตัวเองเป็นต้นแบบ...เหมือนเดิม)จะแบ่งความต้องการของมุษย์ออกเป็น 2 ประการ คือ ความต้องการทางกายและความต้องการทางจิต เรื่องเกี่ยวกับทางกายนั้นไม่มีปัญหา มันมองกันออกง่ายดาย มันหิวเวลาอดกินข้าวมา 2 วันเพราะตกงานอยู่ มันง่วงนอนเพราะต้องไปนั่งซุ่มรอขโมยของเค้าตั้งแต่ตอนเย็น จนถึงตีสามแล้วเจ้าของบ้านมันยังไม่ยอมนอนซะที มันเจ็บปวดที่โหนกแก้มขวาเวลาถูกชกหน้าด้วยหมัดแข็งๆ เนื่องจากไปเผลอพูดใส่ร้ายคนอื่นเข้า เป็นต้น แต่ในเรื่องทางจิตซึ่งอยู่ภายในนั้น นักปรัชญานักคิดต่างก็หาเหตุผลมาอ้างอิง(จนได้)ถึงที่มาที่ไป(ตามที่ใจของท่านคิดเอาเอง)สารพัดเรื่องแต่ก็เข้าทาง
ประการที่สาม มาฟังนาย ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชาวออสเตรียเค้าว่ากันบ้าง นายฟรอยด์แบ่งจิตมนุษย์ออกเป็น 3 ส่วน คือ Id Ego และ Superego จะลองอธิบายเป็นภาษามนุษย์ดูนะแบบง่ายๆ
Id เป็นพลังงานในตัวคนที่คอยกระตุ้น เร่งเร้า ดิ้นรนให้คนเรามีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยวิธีการต่างๆ
Ego เป็นพลังงานส่วนที่ต้องคอยตอบสนองความต้องการของ Id ให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม(ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะในส่วนนี้พลังงานที่ว่าไม่สนใจหรอกว่า มันจะผิดหรือถูกกฎหมาย)ซึ่งบางครั้งการตอบสนองก็ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากมีข้อจำกัด ยกตัวอย่าง Id บอกกับตัวเราว่าอยากจะเหาะลงจากตึก 3 ชั้น ซึ่ง Ego ก็ฮึดฮัดจะเอาจริงแต่พอขยับตัวแล้วก็คิดได้ว่ามันสูงโว้ยขืนโดดลงไปหัวก็หดลงไปกองรวมกับฝ่าเท้าเป็นแน่ เลยลังเลไม่ยอมโดด(ภาคต่อไปคงต้องอาศัยฝ่าเท้าใครช่วยยันลงมา)
Superego เป็นพลังงานลึกลับที่อยู่ใต้สุดของจิตสำนึก คอบควบคุมกวดขันการกระทำของ Ego ไม่ให้เกินเลยขอบเขตที่สมควร เป็นพลังงานที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาตินะครับ แต่เป็นพลังงานที่เกิดจากการอบรมสั่งสอน ศึกษาเล่าเรียน รวมถึงการใช้วิจารณญานของคนเรา ดังนั้นพลังงานส่วนนี้จึงมีอยู่ทุกถ้วนหน้า อยู่ที่ว่าจะมีปัญญาดึงมันมาใช้หรือให้ความสำคัญกับมันรึเปล่าเท่านั้น แต่สำหรับคนอย่างเราๆ ท่านๆ ส่วนมากไม่ค่อยสนใจมันนักหรอกเพราะถ้ามัวแต่ยับยั้งชั่งใจ แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นใหญ่เป็นโตล่ะโว้ย
เนื่องมาจากจิตทั้งสามส่วนที่พูดถึงแล้ว พี่ฟรอยด์ท่านยังแถลงเพิ่มเติมขยายความว่า การยับยั้งชั่งใจที่เกิดขึ้น(ถ้าทำ)ก็จะก่อให้เกิดผลติดตามมาอีกหลายเรื่อง ได้แก่ ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง Id(ที่ต้องการมันซะทุกเรื่อง) กับ Superego(ที่มีมโนธรรมสูงล้ำ)ผลที่ติดตามมาคือความตึงเครียดและความวิตกกังวล(ยังกะเกิดสงครามในอก) เดือดร้อนตัวกลางคือ Ego ต้องดัดแปลงพัฒนาวิธีการใหม่ขึ้นมาโดยการสร้าง กลไกป้องกัน ขึ้นมาเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพี่น้อง อันได้แก่ การเก็บกด พฤติกรรมเบี่ยง การตำหนิผู้อื่น การถอดแบบ การยึดแน่น การแสดงพฤติกรรมตรงข้าม การถดถอย การทดแทน แต่ถ้าใครต้องการคำอธิบายก็ไปหาอ่านกันเองเถอะ เพราะตามปกติไม่ควรมีใครมาอธิบายเรื่องทางจิตให้เราฟังหรอก (เพราะเรายังไม่ได้บ้า)
ลืมไปว่าจะพูดถึงความต้องของมนุษย์ เวรกรรมร่ายมาซะยาว ไม่ได้ความอะไรขึ้นมาเลยเอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ...ถ้ายังหายใจอยู่