Breaking News
Loading...
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

เหตุที่ต้องปล่อยวางการบันทึกไว้นานถึง 15 วัน ก็เพราะเกิดความเบื่อหน่ายกับวิถีทางการปฏิบัติตนของนักการเมือเต็มที ความวุ่นวายทั้งมวลที่ปรากฎให่เห็นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามีเหตุมาจากคำว่า "ผลประโยชน์" เพียงประโยคเดียว และขอโทษอย่าเพิ่งดีใจว่าท่านเหล่านั้นเห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ เคยกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งว่านักการเมืองบ้านเราไม่เคยมองไปไกลหรือบังอาจคิดได้ถึงขนาดนั้นเนื่องจากระดับสมองไม่เอื้ออำนวยให้ทำได้ ที่สามารถกระทำได้เต็มกำลังก็คือ กระทำในทุกวิถีทางเพื่อมุ่งสู่หนทางการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง
...โดยไม่ต้องไปสนใจใยดีต่อความเป็นไปของประเทศชาติหรือความเป็นอยู่ของประชาชนให้รกสมอง....
ช่วงที่ห่างหายไปมีเรื่องให้ดีใจอยู่เรื่องหนึ่งคือการที่ประเทศชาติปลอดผู้นำสูงสุด ด้วยการพ้นจากตำแหน่งตามวิถีทางของกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นการยืนยันถึงอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายสูงสุดของประเทศ ว่ายังคงมีความเที่ยงธรรม และตามมาด้วยการเพียรพยามในการหวนคืนสู่เก้าอี้ผู้นำสูงสุดอีกครั้งหนึ่งด้วยวิถีทางทางรัฐสภา (โดยไม่อนาทรต่อความถูกต้องทางศีลธรรมในใจ) แต่ก็ต้องผิดหวังล้มเหลวไม่เป็นกระบวนจากความผิดเพี้ยนของกระบวนการของพรรคการเมืองของตนเองที่เกิดความขัดแย้งภายใน อันมีเหตุมาจากคำว่า "ผลประโยชน์"ที่ไม่ลงตัว อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนักที่ประเทศขาดผู้นำในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤตินานับประการ
...แต่ถ้ามีผู้นำที่ไม่สมบูรณ์ในคุณสมบัติของผู้ดีแบบไทย ก้าวร้าว ไม่รู้จักปิยวาจา เข้ามามีอำนาจในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองแบบเลื่อนลอยในฐานะหุ่นเชิด(โดยมีเงื่อนไขการเข้ามาที่ขัดต่อความรู้สึกของผู้คน) ก็ไม่ควรจะมีเสียดีกว่า...
พรรคการเมืองใหญ่ที่ก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศด้วยนโยบายร้อยแปดเอื้ออาทร มุ่งเจาะกลุ่มคนระดับล่างโดยการสรรหาวิธีการเอาใจประชาชนระดับรากหญ้า ด้วยการ ลด แลก แจก แถม สารพัดวิธี โดยแฝงกระบวนการสูบเลือดจากงบประมาณแผ่นดินอย่างแยบยลและนิ่มนวลจนไม่มีใครสามารถก้าวล่วงเข้าไปได้ จนไปยังจุดจบในที่สุดตามที่รู้ๆ กันอยู่ถึงช่วงอวสานของพรรคการเมืองใหญ่ยุคแรก และกำลังตามมาด้วยยุคที่สองเพื่อความต่อเนื่องในการสูบเลือดประเทศชาติ
จนถึงวันนี้และเวลานี้(19.50 น.)การสรรหาผู้นำคนใหม่ของพรรคก็ยังไม่มีข้อยุติ แม้ว่าจะมีการออกมาประกาศตัวบ้างแล้วก็ตาม เพราะยังมีบางกลุ่มในพรรคเดียวกันออกมาทักท้วงว่าไม่เหมาะสม และกล่าวอ้างถึงเหตุผลร้อยแปดเกี่ยวกับความห่วงหาอาทรต่อประเทศชาติ โดยที่ลึกลงไปแล้วน่าจะเป็นการห่วงหาอาทรต่อผลประโยชน์ที่กลุ่มของตนกำลังสูญเสียไปมากกว่า
...ประเทศชาติยังคงต้องจมอยู่ในวัฏจักรของนักการเมืองประเภทนี้อีกนับร้อยปี หากยังมีการส่งต่อแนวทางการปฏิบัติและแนวความคิดไปยังสามี ภรรยา พี่น้อง จนถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน สืบต่อไปชั่วกาลนาน โดยพึ่งพาหากินกับประชาชนระดับรากหญ้าเป็นหลัก...
...ทรัพย์สินเงินทอง สามารถหามาจนเท่าเทียมกับผู้อื่นได้ไม่ยาก...
...ตำแหน่งและยศฐาบรรดาศักดิ์ จะได้มาก็ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีการสั่งสมประสบการณ์นานปี...
...แต่ตำแหน่งทางการเมือง สามารถสร้างได้ด้วยเงินทอง อำนาจบารมีของตระกูลและอิทธิพลนอกระบบ เท่านั้น แต่สามารถมีอำนาจควบคุมผู้คนในสองข้อแรกได้ทันที...