บทความยอดนิยม

Posted by : พ.ท.ชนินท์ เพชรรัตน์ วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ข่าวตัดตอนมาเพื่อจำเอาไว้จาก www.norsorpor.com วันที่ 12 ส.ค.51
แม้ว-หญิงอ้อไม่มารายงานตัว ศาลออกหมายจับปรับ13ล้าน

ศาลฎีกาออกหมายจับทักษิณ-พจมานครั้งที่สอง เบี้ยวนัดรายงานตัว พร้อมยึดเงินประกัน 13 ล้าน ให้แบงค์นำส่งภายใน 5 วัน หลังทนายแอบส่งผู้ช่วยยื่นคำร้อง ด้านอสส.เรียกอัยการฝ่ายต่างประเทศศึกษา ก.ม.ลี้ภัย-ผู้ร้ายข้ามแดนทันที

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯสนามหลวง เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม นายโกเมน สุวัฒิกะ และน.ส.อัจฉรา ใหม่เอี่ยม ผู้ช่วยทนายความนายคำนวณ ชโลปถัมป์ ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาท ได้เดินทางมายื่นคำร้องแถลงชี้แจงเหตุผลกรณีที่จำเลยทั้งสองเดินทางไปประเทศอังกฤษ ไม่เดินทางมารายงานตัวต่อองค์คณะฯตามกำหนดนัดระบุว่าทนายความได้รับรายงานจากผู้ประสานงานว่าจำเลยทั้งสองยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย และไม่สามารถเดินทางมารายงานตัวต่อศาล

ต่อมาเวลา 15.00 น. องค์คณะผู้พิพากษาฯพิจารณาคำร้องของจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่เดินทางกลับประเทศไทยและมารายงานตัวต่อศาลภายในกำหนด เป็นการผิดสัญญาประกัน จึงมีคำสั่งให้ปรับจำเลยทั้งสองตามสัญญาประกัน ให้ธนาคารนำส่งเงินตามสัญญาประกันต่อศาลภายใน 5 วัน และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง

สำหรับสัญญาประกันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ทำไว้กับศาลฎีกาฯนั้น น.ส.พิณทองทา บุตรสาว ได้ใช้สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งมูลค่ารวมมูลค่า 15 ล้านบาทขอประกันตัวบิดาและมารดา โดยศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตีราคาประกันจำนวน 8 ล้านบาท ส่วนคุณหญิงพจมาน ตีราคาประกัน 5 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งแถลงการณ์ไปยังสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมไทยถูกแทรกแซงจึงไม่มีความปลอดภัย เมื่อติดต่อทีมทนายความกลับไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งส่งผู้ช่วยมายื่นคำร้องศาลดังกล่าว

นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีที่ดินรัชดาฯที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานตกเป็นจำเลย กล่าวกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ขอลี้ภัยในต่างประเทศ โดยระบุว่า กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง มีการแต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์มาสอบสวนดำเนินคดี ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตว่า ยืนยันว่า การตรวจสอบไต่สวนของ คตส.ที่ผ่านมายึดหลักตามขบวนการขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ ที่สำคัญไม่ยึดหลักอคติดัง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอ้าง

ทั้งนี้กรณีที่ดินรัชดาฯ เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เข้าใจง่ายว่า เมื่อผู้ซื้อที่ดินของรัฐ เป็นภริยานักการเมือง จะซื้อที่ดินดังกล่าวมิได้ ฉะนั้นในชั้นไต่สวนของ คตส.ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จึงมีความผิดชัดเจน

“การกล่าวอ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่างๆนานา จึงเป็นคำพูดของคนเกเร พูดเหมือนคนพาล และเขาคงเห็นแล้วว่า คงไม่มีสิ่งใดที่สามารถซื้อได้แล้ว และรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะเป็นเช่นไร เพราะคนที่เป็นโจร ไม่คิดว่าตัวเองผิดหรอก แต่เป็นเพราะกฎหมายทำให้ผิด ” อดีตกรรมการ คตส.กล่าวและว่า แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะขอลี้ภัยแต่คดีต่างๆ ยังต้องดำเนินต่อไปโดยมีระยะเวลาร่วม 20 ปี

นายสัก กอแสงเรือง อดีตโฆษก คตส. กล่าวว่า การอ้างเรื่องกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้ความเป็นธรรมในการต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นสิ่งที่สังคมต้องพิจารณาว่า การกลับเข้ามาต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาในช่วงที่ พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล จะไม่ให้ความยุติธรรมได้อย่างไร และกระบวนการตรวจสอบไม่เป็นปัญหา เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ได้มีการแก้หรือเขียนกฎหมายใหม่ขึ้นมาเฉพาะ เพียงแต่มีการตั้งหน่วยงาน คตส.ขึ้นมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งในกระบวนการไต่สวนและตรวจสอบ ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้กล่าวหาได้ชี้แจง และคัดค้านตลอดเวลา แต่อย่างที่สังคมรับรู้ผู้ถูกกล่าวหา ไม่เคยใช้ช่องทางนี้ในการต่อสู้ ยืนยันว่า คตส.เป็นกลางทางการเมือง ไม่เคยกลั่นแกล้งใคร ที่สำคัญ คตส.เป็นหน่วยงานต้นทางก่อนที่จะส่งหลักฐานไปยังกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนต่อไป

นายสัก กล่าวว่า การอ้างเหตุผลความไม่ปลอดภัยในชีวิต และกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐานนั้น ต้องพิจารณาว่า ขณะนี้รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่เป็นปฏิปักษ์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ระบบบริหารประเทศผ่านตัวแทนพรรคการเมือง ระบบนิติบัญญัติ เป็นปฏิปักษ์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ระบบตุลาการเป็นปฏิปักษ์ หรือไม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อมาต่อสู้คดี ระยะหนึ่งแล้ว และไม่เห็นว่า จะมีการยื่นคัดค้านองค์คณะผู้พิพากษา ในคดีที่เกี่ยวข้องว่าเป็นบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ หรือเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ ไม่เหมาะสมจะพิจารณาคดี ที่จะทำให้กระบวนการพิจารณามิชอบ แต่เพิ่งมาตั้งข้อสังเกต หลังจากที่ศาลชั้นต้นได้พิจารณาหลีกเลี่ยงภาษีของคุณหญิงพจมาน และนายบรรพจน์ ดามาพงศ์ ดังนั้นจึงพอจะคาดเดาได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คิดอะไรอยู่

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่าการไม่เดินทางกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ส่งผลกระทบต่อคดีที่ ป.ป.ช.รับช่วงต่อมาจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.เนื่องจากทุกเรื่องได้อยู่ในขั้นตอนของการไต่สวนหมดแล้ว อีกทั้งหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็สามารถชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาได้

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุในแถลงการณ์ว่ากระบวนการยุติธรรมไม่เป็นกลางและถูกแทรกแซง นายวิชา กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้มาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือกระบวนการยุติธรรมไม่เป็นกลางอย่างไร เนื่องจากหากกล่าวลอยๆเช่นนี้ จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาของต่างประเทศทั้งหมด ไม่เฉพาะศาลและองค์กรอิสระต่างๆเท่านั้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสำนักงานศาลยุติธรรมจะเป็นผู้ชี้แจงขั้นตอนของความยุติธรรมเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ทำงานเป็นปรปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงแต่เป็นการคาดเดากันไปเอง ส่วนตัวมองว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาชี้ประเด็นว่าถูกกลั่นแกล้งจากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นกลาง ก็เพื่อต้องการให้เข้าเงื่อนไขของการลี้ภัยทางการเมือง

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ระบุไม่กลับประเทศไทยเพราะยังมีความเป็นเผด็จการและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมว่า ตนไม่อยากให้ความเห็นอะไร บางเรื่องสื่อคิดมาก ตนมองเป็นระบบและสังคม มองเป็นองค์รวมมากกว่าตัวบุคคล ถ้าคนไทยและสังคมไทยมุ่งไปในทางที่ดี ก็ไม่ต้องกลัวอะไร เราต้องช่วยกันทำให้สังคมดี ขณะนี้สังคมไม่ได้เลว เราต้องช่วยกันอีกเยอะ สื่อต้องช่วยกันสร้างสังคมให้ดีอย่างเข้มแข็ง

เมื่อถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นอดีตผู้นำประเทศออกมาแถลงเพราะไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า เขาพูดก็ต้องกระทบแน่นอน ถ้าบอกว่าประเทศไทยไม่มีความยุติธรรม ไม่ต้องเป็นผู้ใหญ่พูดเป็นผู้น้อยพูดก็ต้องมีผลกระทบ บางทีคนข้างถนนอาจจะมีความเป็นกลางมากกว่า เพราะผู้นำบางทีมีความลำเอียง เขาอาจจะพูดได้ชัดเจน คนไทยทุกคนมีความสำคัญที่จะเป็นทูตหรือยมทูต หรืออาจจะเป็นเอกอัครราชทูต การพูดมีความสำคัญ เราต้องพูดด้วยความยุติธรรมและต้องมองในแง่ดี

“อย่าไปคิดว่าท่านพูดผิดหรือถูก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีพอสมควร แต่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ บางคนอาจจะโชคร้ายไปตกที่ความไม่สมบูรณ์ตรงนั้น ต้องให้ความยุติธรรมอย่าไปพูดอะไรในจุดที่มองเป็นส่วนเดียว เพราะเมืองไทยของเรามีความยุติธรรมอยู่มาก ดังนั้น การพูดต้องช่วยเหลือบ้านเมือง ซึ่งเมืองไทยดีทุกอย่าง ” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว

เมื่อถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ควรเคารพคำตัดสินของศาลใช่หรือไม่ พล.อ บุญสร้าง กล่าวว่า คิดว่าควรจะเป็นอย่างนั้น บางครั้งอาจจะก้ำกึ่ง แต่ถ้าเราไม่เคารพโดยเฉพาะผู้ที่เป็นหลักของบ้านเมืองทุกคนก็ต้องทำตาม บ้านเมืองก็จะลำบากมากอยู่กันไม่ได้

หมายเหตุต่อท้าย ข้อความข้างต้นตัดตอนมาบางส่วนจากข่าว น.ส.พ.ออนไลน์เพราะฉะนั้นคำให้สัมภาษณ์ คำวิจารณ์จึงไม่ใช่ของผู้จัดทำ และไม่จำเป็นจะต้องยื่นหน้าไปรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น และอันที่จริงแล้ว บทสัมภาษณ์และคำวิจารณ์ที่ตรงใจมากที่สุดนั้นก็มีอยู่มากมายแต่เกรงใจเทวดาเลยลงมาให้อ่านพอช้ำใจเล่นๆ
ที่จริงแล้วอยากจะย้ำให้ชัดๆ ไปเลยว่า โจรทุกคนเวลาถูกจับได้ก็มีข้อแก้ตัวทั้งนั้นแหละ กฎหมายถ้าไม่ถูกใจเราแล้วมันก็ไม่ดีทั้งนั้น

- Copyright © chanin1222 - Date A Live - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -